
วันที่ 04 เดือน มกราคม ปี 2026
เวลาสาย เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานฝึก
◀️┃▶️
สายลมหนาวพัดผ่านลานหินของค่ายฮาล์ฟบลัด หอบเอาความเย็นยะเยือกที่ดูจะรุนแรงเกินกว่าสภาพอากาศปกติในเดือนมกราคมไปเล็กน้อย คีอาร์เดินออกมาจากร้านกาแฟอะเมซอนด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ กลิ่นเมนทอลแตงโมจากลูกอมในปากช่วยให้สมองของเธอปลอดโปร่งพอที่จะมองเห็นเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก หน้ากำแพงหินเก่าแก่ใกล้กับลานฝึก เงาร่างสายหนึ่งยืนตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยว รูบี้ ซู ในชุดอาภรณ์หงส์เหินที่ดูพลิ้วไหวแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน เส้นผมสีดำยาวสลวยสะบัดตามจังหวะที่เธอขยับกาย กลิ่นอายความหยิ่งทะนงแผ่ออกมาจนเดมิก็อดรุ่นเล็กคนอื่น ๆ ต่างพากันเดินเลี่ยงไปคนละทาง ราวกับว่าพื้นที่รอบตัวบุตรสาวแห่งแอรีสผู้นี้เป็นเขตหวงห้าม
คีอาร์หยุดยืนห่างออกไปในระยะที่พอเหมาะ เธอปรับระดับเลนส์แว่นทรงกลมให้เข้าที่ สวมหน้ากากเด็กสาวผู้อ่อนแออย่างแนบเนียน แววตาที่เคยเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความประหม่าที่ถูกปรุงแต่งอย่างประณีต
“ขอประทานโทษนะคะ... รุ่นพี่รูบี้” คีอาร์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสุภาพและเบาบาง ราวกับกลัวว่าเสียงของเธอจะถูกลมพัดหายไป
รูบี้ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ดวงตาสีเทาอมน้ำตาลยังคงจับจ้องไปยังขอบฟ้าไกล เธอเมินเฉยต่อเสียงเรียกนั้นราวกับว่าคีอาร์เป็นเพียงอากาศธาตุ หรือเสียงนกกระจิบคู่หนึ่งที่บังเอิญบินผ่านมา สำหรับรูบี้... คนที่ดูผอมบางและไร้พลังกดดันอย่างคีอาร์ไม่คุ้มค่าพอที่จะสละเวลาแม้แต่การเหลือบมอง
‘ระดับความหยิ่ง 10 เต็ม 10 ตามการคำนวณเป๊ะ’ คีอาร์คิดในใจด้วยความนิ่งสงบผิดกับสีหน้าที่ดูอึกอัก
“คือ... ฉันชื่อคีอาร์ค่ะ เป็นที่ปรึกษาจากบ้านบอเรอัส” คีอาร์ก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว แสร้งทำเป็นกระชับเสื้อโค้ตให้แน่นขึ้นเพราะความหนาว “ฉันมีภารกิจด่วนที่ต้องเดินทางไปยังควิเบกในวันที่ 5 มกราคมนี้... และทางเบื้องบนได้ระบุชื่อของรุ่นพี่รูบี้ ซู ให้เป็นกำลังสำคัญในทีมร่วมกับรุ่นพี่เอมีเลียค่ะ”
คำว่า ‘ระบุชื่อ’ และ ‘เอมีเลีย’ ทำให้อากาศรอบตัวรูบี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย บุตรสาวแห่งแอรีสค่อย ๆ หันหน้ามามองช้า ๆ สายตาเย็นชาและคมกริบกวาดมองคีอาร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของเธอแสดงออกชัดเจนผ่านแววตาที่ดูคล้ายจะตั้งคำถามว่า ‘ทำไมคนอย่างเธอถึงมาอยู่ร่วมทีมกับฉัน?’
“ระบุชื่อ?” รูบี้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มีอำนาจ “เด็กอย่างเธอ... กับเอมีเลียงั้นเหรอ? เป็นการจัดทีมที่น่ารำคาญไม่น้อย”
คีอาร์ก้มหน้าลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นตัวสั่นน้อย ๆ แล้วเอ่ยตอแหลคำโตออกมา “ฉันทราบค่ะว่าตัวเองอาจจะเป็นภาระ... แต่รุ่นพี่เอมีเลียกำชับมาว่างานนี้ต้องการทักษะการต่อสู้ที่พริ้วไหวและเด็ดขาดของรุ่นพี่รูบี้เท่านั้น หากรุ่นพี่ปฏิเสธ... ฉันคงไม่รู้จะกลับไปรายงานรุ่นพี่เอมีเลียยังไงดี”
รูบี้แค่นเสียงในลำคอเบา ๆ ความเจ้าระเบียบและความเป็นมืออาชีพในตัวเธอเริ่มทำงาน แม้เธอจะอยากเมินเด็กสาวตรงหน้านี้ใจจะขาด แต่เมื่อมีการเอ่ยชื่อภารกิจและมีบุคคลระดับเอมีเลียเข้ามาเกี่ยวข้อง การปฏิเสธจะกลายเป็นการเสียเกียรติในฐานะบุตรแห่งแอรีส “เลิกทำท่าทางอ่อนแอแบบนั้นเสียที มันน่ารำคาญตา” รูบี้กล่าวพลางกอดอก ท่าทางสง่างามเหมือนจอมยุทธ์สาว
“รุ่นพี่เอมีเลียคงเส้นคงวาเรื่องการหาเรื่องยุ่งยากมาให้ฉันเสมอ... ตกลง ฉันจะไปในฐานะงานและเพราะถูกระบุชื่อไว้แล้วเท่านั้น”
คีอาร์เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มใสซื่อที่ดูโล่งใจอย่างที่สุด “ขอบพระคุณมากค่ะรุ่นพี่ งั้นฝากรุ่นพี่เตรียมตัวด้วยนะคะ เราจะออกเดินทางกันแต่เช้ามืดของวันที่ 5 ที่จะถึงนี้… ฉันจะส่งรายละเอียดแผนการเดินทางให้ทางโทรศัพท์เดดาลัสค่ะ”
คีอาร์โค้งคำนับอย่างสุภาพตามมารยาทชนชั้นสูงที่แม่เคยสอนมาอย่างเข้มงวด ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้รูบี้มีโอกาสซักถามอะไรต่อ เมื่อพ้นระยะสายตาของรูบี้ แววตาใสซื่อของคีอาร์ก็เลือนหายไป กลายเป็นความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เธอหยิบลูกอมรสแตงโมขึ้นมาเคี้ยวจนแตกละเอียดในคำเดียว
‘ภารกิจรวบรวมทรัพยากรบุคคล: สำเร็จ 100%’ คีอาร์คิดพลางมองนาฬิกาบน Ignis Anima ‘ความหยิ่งคือจุดอ่อนที่ควบคุมง่ายที่สุด รูบี้จะไม่ยอมให้ใครเห็นว่าเธอทำงานพลาด และเธอจะปกป้องคนเลเวลต่ำอย่างฉันเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง... ช่างเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริง ๆ’ คีอาร์ก้าวเดินต่อไปท่ามกลางกลิ่นเมนทอลที่ฟุ้งกระจาย ทิ้งให้บุตรสาวแห่งแอรีสยืนมองตามหลังด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจลึก ๆ ที่บอกไม่ได้ว่าทำไม
ชวน รูบี้ ซู ไปทำภารกิจแบบ เขียนชื่อส่ง
(กระชากแบบปฎิเสธไม่ได้นั้นเอง)