จขกท.: God

[ทางเข้าค่าย] ประตูค่าย

 ฮอต.. [คัดลอกลิงก์]
โพสต์เมื่อ 2024-12-21 17:52:35 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2024-12-21 17:59

257
หุ่นยนต์วัวสุดสยองกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

               21/12/2024 เวลา 12.20 น.

               ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

               มิสไซร์จากจักรกลวัวล็อคเป้าเล็งมายังบุตรแห่งโพไซดอนไม่หยุด จนพื้นที่สงครามเต็มไปด้วยเปลวไฟและหมอกควันหนาทึบจนแทบจะสำลัก

               “บ้าเอ๊ย!” ดีนกัดฟันกรอด เขาสถบออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเข้าใกล้อสุรกายตนนั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย “เมื่อไรกระสุนมันจะหมดวะเนี่ย!!”

               ปิ๊บ.. ปิ๊บ.. วืดดดด

               คล้ายโชคเข้าข้าง แม้ว่ากระสุนของจักรกลวัวสองขาจะไม่ได้หมด แต่ตอนนี้กลไกของมันขัดข้องโอเวอร์โหลดพลังงานมาเกินไปจากการโหมใช้แต่อาวุธหนัก แสงไฟสีแดงกะพริบขึ้นบนหน้าปัดกลางอก คล้ายกับว่าเขาได้ยินเสียงเอไอภาษากรีกดังมาจากตัวมัน

               『Ἡ ψῦξις πάλιν ἕτοιμος ἔσται μετὰ ἑκατὸν πεντήκοντα ὀκτὼ δευτερόλεπτα.』 (คูลดาวน์: พร้อมใช้งานใหม่ในอีกหนึ่งร้อยห้าสิบแปดวินาที)

               ดีนยังฟังภาษายาก ๆ ไม่ออก แต่เขารู้ว่านี่คือโอกาสทองที่ต้องรีบจัดการหุ่นยนต์ในขณะที่มันหยุดชะงัก

               ทว่า…

               “โอ๊ยยย พี่ดีนคะ.. ช่วยหนูด้วย…”

               เสียงร้องขอความช่วยเหลือมาจากหลังเขม่าควันสีดำที่เริ่มจางลง ทำให้ชายหนุ่มเผลอหยุดชะงักไปด้วย มีร่างเงาหนึ่งที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหญ้าที่ลุกติดไฟ เมื่อฝุ่นควันจางหายไปหมดเขาเห็น ‘เจโนวีฟ อีเมอร์สัน’ ธิดาแห่งอะโฟร์ไดท์ อยู่ในสภาพโชกเลือด ชุดสวย ๆ ขาดเวิ่นและไหม้เกรียม ผิวหนังบางแห่งพุพองหลุดลอกเป็นแผลเหวอะหวะ เส้นผมสีแพล็ตตินัมบลอนด์ยาวสลวยไหม้ไฟจนหงิกงอ สภาพอันน่าเวทนาเหลือเค้าโครงของสาวงามบ้านกุหลาบสีทองเพียงน้อยนิด

               ภาพที่เห็นทำเอาดีนตกอยู่ในอาการช็อก ลมหายใจเริ่มติดขัด.. อาการกลัวเลือดกำเริบก็ใช่ แต่ที่เหนือกว่านั้นคือเขาเป็นห่วงเด็กสาวที่นอนพะงาบรอความตาย

               “เจโนวีฟ!!”

               ตรีศูลในมือหดกลับเป็นรูปร่างของกำไล ดีนละทิ้งการต่อสู้ รีบพุ่งตัววิ่งไปหาเด็กสาวที่ไหม้เกรียม นั่งลงทรุดเข่าประคองร่างอันเปราะบางขึ้นมา คล้ายกับเธอจะแหลกสลายไปได้ทุกเมื่อ ใบหน้างดงามของน้องน้อยต่างบ้านผู้แสนสดใสเสียโฉมไปครึ่งซีก มันทำให้เขาใจสลาย หยาดน้ำจากดวงตาสีเปลือกไม้หยดลงบนข้างแก้มนวลอย่างหักห้ามตัวเองไม่ได้ ดีนพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นเพราะว่าตอนนี้มีเพียงเขาที่ช่วยเหลือเธอได้

               ‘ตั้งสติสิวะดีน ตั้งสติ!’

               “อาหารเทพ.. ใช่.. อาหารเทพ.. แถวนี้น่าจะมีหน่วยพยาบาลสิ!”

               ชายหนุ่มอุ้มร่างเด็กสาวที่จวนเจียนจะสิ้นใจขึ้นมาปากก็พึมพำถึงอาหารเทพ หรือน้ำทิพย์ แถวนี้จะมีใครมีสิ่งของเหล่านั้นบ้าง.. หรือบุตรแห่งอะพอลโล่จะช่วยรักษาให้ได้ไหม

               แว้บหนึ่งในความคิด ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าย้อนกลับมา…

               ภาพของเทพอะพอลโล่ผู้หล่อเหลาเดินผ่านหน้า… ย้อนกลับไปอีก…

               ดีนโบกมือลารีชาและเจโรม… ย้อนกลับไปอีกหน่อย…

               เจโรมเอาแต่มองไปทางกลุ่มเด็กบ้านอะไฟร์ไดท์…

               ‘เดี๋ยวนะ… เด็กอะโฟร์ไดท์นอกจากเดม่อนก็ไปโอลิมปัสกันทั้งบ้านไม่ใช่เหรอ? แล้วที่อุ้มอยู่… ใครวะ?’

               ฝีเท้าที่วิ่งวุ่นหาหน่วยพยาบาลหยุดชะงัก เขามองร่างในอ้อมแขนด้วยสีหน้าตระหนก จากน้ำตาที่หลั่งไหลกลายเป็นเหงื่อเม็ดโตผุดที่ข้างแก้ม เขามองใบหน้าของสาวน้อยที่เสียโฉมค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นจิ้งจอกขาวที่มีเก้าหาง ปากยาว ๆ ของมันแสยะยิ้ม

               『รู้ตัวซะแล้วรึ หมดเวลาเล่นสนุกแล้วสินะ!!』

               ปีศาจจิ้งจอกพุ่งงับขอของเดมิก็อดสายเลือดเจ้าสมุทร ดีนเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับโยนอสุรกายแปลงร่างทิ้งไป แม้จะไม่โดนคอหอยแต่ระยะที่แสนใกล้ทำให้เขาถูกงับเข้าที่ไหล่ กว่าจะสะบัดมันออกได้ก็เล่นซะเลือดชุ่มโชกไปทั้งแขนข้างซ้าย

               『สายเลือดมหาเทพ.. อร่อยมาก』 ปีศาจจิ้งจอกเลียริมผีปาก

               “หนอยแน่แก…” ดีนกัดฟันแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดไม่ให้แล่นลามไปทั้งครึ่งซีกซ้าย แต่เหนืออื่นใดเขาโกรธที่มันบังอาจมาเล่นกับจิตใจของคน…

               มือขวาที่ชุ่มเลือดปล่อยออกจากบาดแผลที่ไหล่ซ้าย อัญมณีสีน้ำทะเลเรืองแสงอีกครั้งก่อนที่คราวนี้โลหะจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นดาบตรีศูลที่มีใบมีดทั้งหมดสามใบ คมดาบเป็นประกายแวววาวเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ดวงตาปีศาจจิ้งจอกวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างท้าทาย มิได้กลัวเกรงโทสะของบุตรเทพวารี

               『ตายซะ!!!』

               ปีศาจจิ้งจอกพุ่งตัวเข้าไปกัดอีกครั้ง แม้ว่าดีนจะได้รับบาดเจ็บจนเคลื่อนตัวช้ากว่าเดิมเกือบเท่าตัวเขาจึงเลือกที่จะไม่หลบคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายแต่เลือกที่จะเผชิญหน้ากับมันไปตรง ๆ

               “ย้ากกกก!!!”

               ชายหนุ่มไม่เคยใช้ดาบมาก่อน เขาจึงใช้สัญชาตญาณและประสบการณ์การต่อสู้ล้วน ๆ ในการพิชิตศัตรู ดีนหมุนตัวหลบการโจมตีของจิ้งจอกเก้าหาง ใช้โมเมนตัมแกว่งดาบสามง่ามอย่างสุดแรงด้วยแขนทั้งสองข้างที่สั่นเทา เพียงพริบตาเดียว ร่างของปีศาจจิ้งจอกก็ถูกแยกออกเป็นสามท่อนอย่างน่าสยดสยอง แต่ไม่ทันที่เศษชิ้นส่วนของมันจะตกสู่พื้นร่างนั้นก็สลายเป็นธุลีเถ้าไปก่อน

               จังหวะเดียวกันนั้นเอง…

               『Το λειτουργικό σύστημα είναι έτοιμο. Εκκίνηση: Μηχανή Θανάτου』(ระบบปฏิบัติการพร้อมใช้งาน ทำการเปิดเครื่อง: เดธแมชชีน)

               ดวงตาของหุ่นจักรกลสว่างวาบขึ้นอีกครั้งหลังจากที่มันคูลดาวน์ไปเกือบ ๆ สามนาที เมื่อทำงานเต็มรูปแบบมันก็กลับมาล็อคเป้าเดมิก็อดคนเดิมด้วยความเกรี้ยวกราด คราวนี้มันยิงเลเซอร์สีแดงออกมาจากปากกระบอกปืน ดาบสามง่ามในมือของดีนแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นโล่ทรงกลมอย่างรวดเร็ว

               ‘เกือบจะลืมไอ้เวรนี่ไปเลย…’

               ตอนนี้ดีนพอจะรู้แล้วว่าจุดอ่อนของหุ่นสังหารคืออะไร หากยันไว้ได้จนพลังงานหมดมันจะทำการชัตดาวน์เพื่อคูลดาวน์ตัวเอง แต่ว่าตัวเขาจะถือโล่กันไว้ได้นานแค่ไหนเนี่ยสิ…

               ไม่เพียงแค่ดีนที่เกิดกระบวนการเรียนรู้ เอไอของหุ่นก็เช่นกัน มันไม่เอาแต่ปล่อยพลังอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับครั้งแรก แต่ยิงเลเซอร์ใส่เป็นพัก ๆ และหยุดยิงเพื่อไม่ให้เซลล์พลังงานร้อนจนช็อต กระนั้นหุ่นยนต์ก็ไม่สมบูรณ์แบบ เพราะว่ามันพยายามจะสมบูรณ์แบบ รูปแบบการยิงเลเซอร์ของเครื่องจักรสังหารเป็นจังหวะเกินไปจนดีนจับทางได้


               เมื่อมันหยุดยิงชั่วครู่ ดีนจึงวิ่งไปปะชิด เปลี่ยนโล่เป็นหอกตรีศูล เน้นจ้วงแทงตามจุดข้อต่อต่าง ๆ ประกายไฟแปรบปราบเมื่อสายวงจรตามแขนขาถูกตัดขาด เพียงไม่นานหุ่นสังหารก็กลายเป็นเป้านิ่ง ด้ามหอกหดเล็กสั้นตามใจนึกของผู้ใช้ เปลี่ยนเป็นเพิ่มความยาวที่ใบดาบแทน ดีนฟันคอของเครื่องจักร มันไม่ขาดสะปั้นง่าย ๆ เนื่องจากเป็นเหล็กชั้นดี ชายหนุ่มจึงกระโดดขึ้นไปขี่คอมันก่อนจะปักดาบสามง่ามไปที่หลังคอที่น่าจะเปราะบางกว่าส่วนอื่น เฉือนหัวของมันจดขาดกระเด็น

               “ย้ากกกก!!”

               『Το σύστημα έχει υποστεί σοβαρή ζημιά. Δεν μπορεί να συνεχίσει να λειτουργεί. Ο πυρήνας ενέργειας είναι στο μηδέν τοις εκατό.』(ระบบเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถทำงานต่อได้ แกนพลังงานเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์)

               ไฟสีแดงที่ตาและตามจุดวงจรต่าง ๆ ของเดธแมชชีนกะพริบปริบ ก่อนที่มันจะดับไปอย่างถาวร ทว่าหนุ่มสายเลือดโพไซดอนที่อยู่ในโทสะตั้งแต่ถูกปีศาจจิ้งจอกปั่นหัวก็ยังจ้วงแทงเศษเหล็กนั้นไม่หยุดราวกับใช้มันแทนสนามอารมณ์

               เงาแร็กนาร์ปรากฏขึ้นด้านหลังแต่เมื่อมันเห็นว่าคู่ต่อสู้คือใครและอยู่ในสภาวะทางอารมณ์แบบไหนเงานั้นก็รีบจาง เปลี่ยนเป้าหมายไปเล่นงานเดมิก็อดคนอื่นแทน…

               “ย้ากกกก!! ตายซะ!! แกตาย!!!”

               ขณะที่แทงเศษซากไปเรื่อย ๆ มือของเขาก็ถูกใครบางคนจับเอาไว้

               “พอได้แล้วดีน…” น้ำเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นเหนือหัว

               คนที่หยุดการกระทำอันบ้าคลั่งและเปล่าประโยชน์ของดีนไว้คือ ‘เลนน็อค เทย์โคลิส’ บุตรแห่งฮาเดส ที่แอบมุดเงามาอยู่ด้านหลังของเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ตัว

              เมื่อได้สติชายหนุ่มหันมองไปรอบ ๆ การต่อสู้ยังคงอยู่ แต่ศัตรูที่เขาจัดการสิ้นชีพไปแล้ว ตรงนี้นอกจากเลนน็อคแล้วยังมีแซเทอร์ผิวดำผมทรงแอฟโฟร่อยู่อีกหนึ่งคน ดีนจำได้ดีว่านี่คือ ‘บ๊อบบี้ ลอซ’ เพื่อนเก่าสมัยประถม ซึ่งอยู่ในอาการกล้า ๆ กลัว ๆ

               “โอ้.. ฉัน” อาวุธในมือถูกหดคืนในรูปแบบของกำไล ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบใบหน้า คราบเลือดของตัวเองที่ยังไม่แห้งดีจึงเลอะติดหน้าคมสันจนดูไม่ได้

               “นายต้องไปพัก รักษาตัวเองและสงบจิตใจซะ สภาพนี้.. ไม่พร้อมจะต่อสู้” เลนน็อคกำชับ คำของบุตรแห่งความตายกระชับและเฉียบขาด “แซเทอร์ พาเขาไปดูแล แล้วก็สินสงครามพวกนี้… เอาไปด้วย”

               “คะ.. ครับ” บ๊อบบี้ตอบรับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เขาโกยสินสงครามจากปีศาจจิ้งจอกและหุ่นนรกขึ้นมาใส่กระเป๋าสะพายข้าง ก่อนจะค่อย ๆ ประคองดีนที่บาดเจ็บขึ้นมา

               “ฝากนายด้วยนะเลนนี่.. ถ้าเป็นนายฉันรู้ว่าสถานการณ์ตรงนี้ต้องดีขึ้นแน่ ๆ”

               “อืม… แล้วเจอกันในค่าย เพื่อน”

               ชายหนุ่มทั้งสองชนหมัดกันก่อนที่ดีนจะถูกแซเทอร์น้อยประคองเข้าไปรักษาตัวอยู่ในเขตปลอดภัย


ตื่นรู้ +2 จากการพิชิต [คิตสึเนะ] ครั้งแรก
สินสงคราม:
ใบไม้วิเศษ 3 หน่วย

ตื่นรู้ +2 จากการพิชิต [เดธแมชชีน] ครั้งแรก
สินสงคราม: โลหะผสมพิเศษ 10 หน่วย และ น้ำมันหล่อลื่น 1 หน่วย

สรุปสถานการณ์ Winter is Coming II คร่าว ๆ
เลนน็อค เทย์โคลิส มาประจำจุดหน้าประตูค่าย แทนดีนที่ไปพักรักษาตัว

เรตติ้ง

โพสต์ 31237 ไบต์และได้รับ 18 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 17:52
โพสต์ 31,237 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +12 ความกล้า +12 ความศรัทธา จาก สร้อยข้อมืออัจฉริยะ  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 17:52
โพสต์ 31,237 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +15 ความกล้า จาก แจ๊กเก็ตยีนส์  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 17:52
โพสต์ 31,237 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก แว่นตา  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 17:52
โพสต์ 31,237 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความศรัทธา จาก เข็มทิศมหาสมุทร  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 17:52

ให้คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +4 ย่อเก็บ เหตุผล
God + 4

ดูคะแนนทั้งหมด

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x5
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x5
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x2
x1
x5
x2
x2
x2
x2
x2
x2
x4
x5
x6
x1
x1
x4
x7
x1
x1
x1
โพสต์เมื่อ 2024-12-21 19:02:33 | แสดงทุกชั้น





วันที่ 21 ธันวาคม 2024
เวลา 12.30 น.



ขณะที่การต่อสู้บริเวณหน้าค่ายเต็มไปด้วยความดุเดือด เสียงอาวุธกระทบกันดังกึกก้อง ผสมกับเสียงคำรามของอสุรกายและเสียงตะโกนสั่งการของเดมิก็อดที่วิ่งวุ่นเพื่อปกป้องค่าย แต่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้นเอง จู่ ๆ เสียงร้องแหลมสูงของใครบางคนก็ดังขึ้น

“ช่วยด้วยยย ใครก็ได้ช่วยด้วยยย!”

เอโลอิสที่กำลังง้างธนูเตรียมยิงเป้าหมายสะดุ้งเล็กน้อย หูเธอสะดุดกับเสียงนั้นจนต้องลดคันธนูลงและรีบมองหาต้นเสียง ก่อนจะหันไปเห็นร่างของหญิงสูงวัยคนหนึ่ง นั่งกองอยู่กับพื้นไม่ไกลนัก มือกอดเข่าตัวเองพลางกรีดร้องเสียงหลง เมื่อวิ่งเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นชัดว่าไม่มีอสุรกายตัวไหนสนใจป้านั่นเลย พวกมันเดินผ่านเธอไปราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ

"นี่มันอะไรกันเนี่ย…ธิดาไทคีนี่มากับดวงจริง ๆ สินะ" เอโลอิสยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความงงงัน ขณะที่ยัยป้ายังคงตะโกนร้องเสียงดังเหมือนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของอสุรกายใด ๆ

“อ้าว ป้ามาทำอะไรตรงนี้ ไม่ได้ไปเที่ยวโอลิมปัสเหรอ?” เอโลอิสถามพลางยกมือเท้าสะเอว มองป้าด้วยสายตาเหมือนอยากรู้ว่าป้าคิดอะไรอยู่ถึงมาโผล่กลางสมรภูมิแบบนี้

“ฉันจะไปทำอะไรที่โอลิมปัสนั่นกัน ไปดูแม่ที่หน้าเด็กกว่าฉันน่ะเหรอ?” ป้าตอบเสียงอู้อี้ พลางยู่ปากอย่างขัดใจ ก่อนจะดันตัวเองลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล

“แล้วมาทำอะไรตรงหน้าค่ายล่ะป้า ทำไมไม่ไปหาที่ปลอดภัยหลบ” เอโลอิสถามด้วยสีหน้าสงสัย พลางชะโงกดูไปรอบ ๆ สมรภูมิที่ยังคงเต็มไปด้วยการต่อสู้

“ก็ฉันกลัวนี่ยะ! เด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร คนเล่นแห่มาหน้าค่ายกันเกือบหมด ถ้าฉันหลบอยู่ในบ้านคนเดียวแล้วเกิดมีอสุรกายมาฉุดฉันจะทำยังไง คนยิ่งสวย ๆ อยู่” คาเรนตอบเสียงสูงพลางมองไปยังสมรภูมิที่กำลังเกิดขึ้นด้วยความกังวล

“หนูว่านะคงไม่มีใครเขามาฉุดป้าหรอก ป้าหนังเหนียวกินไม่อร่อย” เอโลอิสพูดพลางถอนหายใจ

"อุ๊ย! นั่นตัวอะไรน่ะมีตาเดียว ขอป้าไปดูใกล้ ๆ หน่อยจะต้องเอาไปตีหวย งวดนี้มาแน่!" ป้าตาโตและรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นไซคลอปส์ที่กำลังเดินผ่านไป มันมีรูปร่างใหญ่โตและมีตาเดียวอยู่กลางหน้าผาก

"เฮ้ยเดี๋ยวป้านั่นมันไซคลอปส์!" 

เอโลอิสตะโกนเรียกเสียงดัง พยายามวิ่งไปดึงแขนป้าให้หยุด แต่ป้าดันไม่สนใจเธอและไม่ยอมฟัง รีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว ป้าพยายามมองเจ้าไซคลอปส์ที่อยู่ในระยะห่างกันไม่มากนับนิ้วตัวเองเหมือนกำลังพยายามใช้ศาสตร์บ้างอย่างในการตีความภาพที่เห็นให้กลายเป็นเลขเด็ด แต่ทว่าเพียงไม่นานไซคลอปส์ก็เริ่มรับรู้ถึงการมีตัวตนของป้าแล้วเดินเข้ามาหาหวังจะจัดการทิ้งเสีย ป้าเมื่อเห็นดังนั้นก็กรี๊ดลั่นวิ่งมาหลบด้านหลังของเอโลอิสมือของป้าจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอแน่น

“ยะ…อย่าทำอะไรฉันนะ ถ้าจะทำก็ทำยัยเด็กนี่แทน!” ป้ารีบพูดขึ้นมาทันทีแบบรักตัวกลัวตายสุด

“อ้าวป้า!” เอโลอิสหันไปมองป้าที่ยังหลบอยู่ด้านหลังเธอด้วยสีหน้าอิหยังวะ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องนี้ เรื่องที่เธอควรสนคือจะทำยังไงให้ตัวเองรอดจากไซคลอปส์ตัวนี้มากกว่า สู้ก็สู้วะ!

ไซคลอปส์ยักษ์คำรามลั่นก่อนจะพุ่งเข้าหาเอโลอิสพร้อมกำปั้นขนาดยักษ์ที่พร้อมจะหวดเธอ เอโลอิสหลบหลีกไปทางขวาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะกระโจนขึ้นไปยิงธนูที่หัวใจของมัน แต่ไซคลอปส์กลับหมุนตัวหลบและทุบพื้นอย่างแรงจนเกิดแรงสะเทือน

“เกือบไปแล้ว” เอโลอิสถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะหลบการโจมตีอย่างฉิวเฉียด แม้จะหลบได้แต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยจากการหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง

“นี่! เอาแต่หลบแล้วเมื่อไหร่มันจะตายยะ! ยิงมันสิยังมัน!” ป้าตะโกนพูดเสียงดังแบบไม่สนใจสถานการณ์ สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ไซคลอปส์ที่กำลังบ้าคลั่ง

การต่อสู้กับไซคลอปส์ยังคงดุเดือด แม้ว่ามันจะไม่มีอาวุธแต่กำปั้นขนาดใหญ่ของมันกลับสามารถสร้างแรงกระแทกที่รุนแรงได้ เอโลอิสต้องหลบหลีกอย่างฉิวเฉียด เพื่อไม่ให้ถูกกำปั้นมหึมาของมันฟาดเข้าให้

“มันก็ต้องอาศัยจังหวะนี่คะป้า ป้าไปหาที่หลบเลยไป!” เอโลอิสพูดเสียงแหลม พร้อมทั้งหลบการโจมตีที่แสนอันตรายไปด้วย

“เอ๊ะ! ยัยเด็กนี่เป็นเด็กเป็นเล็กยังจะมาเถียงอีก ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนนะยะ” ป้าตอบอย่างขัดใจ ก่อนเอามือเท้าเอวยืนสั่งสอนเธอไม่ยอมไปหาหลักแหล่งหลบให้เป็นที่เป็นทาง

“จะน้ำอะไรหนูไม่สนหรอก แต่ถ้าป้าไม่เงียบปาก น้ำเดียวที่ป้าจะได้คือน้ำอาบศพในงานของป้าน่ะ!” เธอตะโกนกลับไปอย่าหงุดหงิด แต่ทำให้ป้ายอมหุบปากลงได้

ไซคลอปส์คำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ขณะที่กำปั้นมันพุ่งมาหาเอโลอิสอีกครั้ง เอโลอิสหันไปมองมันแวบหนึ่งแล้วตัดสินใจเด็ดขาด เธอกระโดดหลบไปดึงธนูขึ้น เจ้าไซคลอปส์ทำท่าจะโจมตีเธอ เอโลอิสรีบยิงลูกธนูไปที่ตาของมันอย่างแม่นยำ ทำให้ไซคลอปส์ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด หยุดการโจมตีและกุมตาของมัน

เอโลอิสไม่รอช้า รัวธนูไปอีกชุดเพื่อให้มันใจว่าเจ้าไซคลอปส์ตัวนี้จะไม่สามารถมีชีวิตรอดไปได้ มันร้องคำรามอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ร่างมันจะเริ่มสั่นสะท้านและล้มลงไปกับพื้นค่อย ๆ สลายไปทีละนิด ก่อนจะกลายเป็นละอองสีทองลอยขึ้นไปในอากาศและจางหายไปจนหมด




สินสงคราม: ตาไซคลอปส์






เรตติ้ง

ดี: 5.0
God
ดี: 5
  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 19:14
โพสต์ 18494 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 19:02
โพสต์ 18,494 ไบต์และได้รับ +4 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก สร้อยไข่มุกตาฮิตี   โพสต์เมื่อ 2024-12-21 19:02
โพสต์ 18,494 ไบต์และได้รับ +2 EXP +7 ความศรัทธา จาก ผลิตภัณฑ์กันแดด  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 19:02
โพสต์ 18,494 ไบต์และได้รับ +5 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก เกราะนักรบสีทองแดง  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 19:02
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x150
x150
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์เมื่อ 2024-12-21 20:47:26 | แสดงทุกชั้น






TO THE OLYMPUS
 21-12-2024 | 08.00 PM



               แสงแดดยามเช้าทอประกายระยิบระยับผ่านยอดไม้สูงของค่ายฮาล์ฟบลัด เสียงนกร้องประสานกันเป็นจังหวะธรรมชาติ ขณะที่กลุ่มเด็กครึ่งเทพเริ่มทยอยกันมารวมตัวที่ประตูทางเข้า อากาศสดชื่นแฝงกลิ่นหอมของดินชื้นและต้นสน เสียงพูดคุยเบา ๆ ของเหล่าเด็ก ๆ คล้ายกับเป็นเสียงกระซิบแห่งความตื่นเต้น


               ร่างบางของไนมีเรียปรากฏขึ้นจากเส้นทางที่ทอดมาจากเขตเคบิน เดรสหนังสีเข้มของเธอสะท้อนแสงเล็กน้อยเมื่อเคลื่อนไหว คาดิแกนสีดำคลุมไหล่ของเธอเพิ่มความสง่างาม เจ้าของดวงตาสีเฮเซลมองไปรอบ ๆ อย่างนิ่งสงบ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น


               ไครอน เซนทอร์ผู้เป็นผู้นำของค่าย ยืนอยู่เบื้องหน้า เขาใช้ไม้เท้าชี้ไปยังเด็ก ๆ ที่ทยอยมาถึง ใบหน้าของเขาจริงจังและเปี่ยมด้วยความห่วงใย “พวกเธอทุกคนจำไว้ โอลิมปัสคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเปราะบางในแง่มารยาท อย่าลืมว่าทุกการกระทำของพวกเธอจะสะท้อนถึงสายเลือดและตัวตน”

ไครอนก็ปรากฏตัวมาพร้อมกับการเรียกเด็ก ๆ เพื่อประกาศกำหนดการ


               “เอาล่ะทุกคน ฟังทางนี้” เซนทอร์วัยกลางคนปรบมือสองสามครั้ง ดึงความสนใจจากกลุ่มเยาวชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการทัศนาจรให้เบี่ยงเบนมาทางเขา “ ผมดีใจที่เห็นว่าทุกคนให้ความสนใจในการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว แต่ถึงจะเป็นการรวมญาติ กฏระเบียบและกำหนดการที่ควรปฏิบัติก็ยังมีอยู่”


               “ผู้ที่จะมาทำหน้าที่รับส่งคือ เทพอะพอลโล่ ดังนั้นขอให้ทุกคนระมัดระวังเรื่องการเสียมารยาท— แม้ว่าเขาจะขี้เล่นและไม่ค่อยถือสาก็ตาม ทุกคนมีเวลา 1 วัน บนโอลิมปัส นั่นหมายความว่าวันที่ 22 พวกเธอจะได้กลับมาที่ค่ายนตอนเช้า ฉะนั้น.. ใช้เวลาของตัวเองให้เต็มที่ ”


               ผู้อำนวยการของค่ายหันหน้าไปมองรถโรงเรียนสีเหลืองฉูดฉาดที่เข้ามาเทียบท่า ก่อนจะกล่าวสิ่งที่ต้องการประกาศเป็นเรื่องสุดท้าย “ หลังจากนี้คนที่อธิบายต่อจะเป็นเทพอะพอลโล่ เชื่อฟังเขาให้มากหน่อย อย่าสร้างปัญหากันนะเด็ก ๆ ”


[ อ้างอิงจากโรลของ Nereza คนสวย ]


               เสียงเครื่องยนต์ดังแว่วมาจากระยะไกลก่อนรถบัสสีเหลืองจะปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงแดด ตัวรถบัสเปล่งประกายระยิบระยับจนเหมือนทำจากแสงอาทิตย์ รถคันนี้คือของเทพอพอลโล่ สุริยเทพผู้มีชื่อเสียงในเรื่องความงามและความเป็นมิตร เมื่อรถบัสจอดนิ่งตรงหน้ากลุ่มเด็ก ๆ ประตูรถเปิดออกพร้อมเสียงกลไกที่ลื่นไหล เทพอพอลโล่ก้าวออกมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย ผมสีทองสลวยของเขาไหวเบา ๆ ตามแรงลม ดวงตาสีทองประกายอ่อนโยนประดับบนใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับงานแกะสลักชั้นเอก


               “ยินดีต้อนรับเด็ก ๆ! ขึ้นมาได้เลยมัวรออะไรกันล่ะ ?” อพอลโล่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงร่าเริง ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ดูเหมือนสามารถปลอบประโลมทุกคนได้


               "ขอบคุณที่มารับพวกเราแทนการเดินเท้าหรือไปเสี่ยงเป็นอาหารอสุรกายนะคะ" คล้อยหลังชาวค่ายส่วนใหญ่ ไม่รีบร้อนหรือรั้งท้ายจนเกินไปไนมีเรียก้าวขึ้นไปยืนตรงหน้าเขา เธอยื่นครีมกันแดดขวดเล็ก ๆ ออกมาให้ “เมื่อกลางคืนหายไปฉันคิดว่าสิ่งนี้อาจมีประโยชน์สำหรับคุณ”


               ให้ครีมกันแดดกับเทพแห่งดวงตะวัน? เทพสุริยหัวเราะเบา ๆ อย่างมีอารมณ์ขันและรับไว้ด้วยความยินดี “ถูกของเจ้า มันจะช่วยสักคนได้มากทีเดียวในวันที่แดดจ้าแบบนี้”


               เมื่อขึ้นมาบนรถบัส ไนมีเรียกวาดสายตามองหาที่นั่งว่าง เธอเลือกที่นั่งหลังสุดริมหน้าต่าง จุดที่เงียบสงบที่สุดและสามารถมองเห็นวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน เด็กสาววางกระเป๋าสะพายข้างไว้บนที่นั่งข้าง ๆ เพื่อกันไม่ให้ใครมานั่งร่วม เธอหยิบแอร์พอดขึ้นมาสวม ดวงตาสีเฮเซลจับจ้องวิวภายนอกผ่านกระจกใสขณะที่เพลงร็อคจังหวะหนักหน่วงเริ่มบรรเลง


               “เธอเลือกที่นั่งได้ดีจริง ๆ เข้าช่วงปฎิเสธสังคมหรือยังไง” เสียงของคลาริสซ่าดังขึ้นในหัว


               “ต้องการพื้นที่เงียบ ๆ เพื่อวางแผนการเดินทางที่กำลังมาถึงน่ะ” ไนมีเรียตอบกลับในความคิด “ดูแล้วทุกคนคงตื่นเต้นกับการได้ไปพบเหล่าเทพตัวเป็นๆ ไม่มีเวลามาสนใจฉันหรอก”


               วิญญาณสาวหัวเราะเบา ๆ “แต่ดูเหมือนเธอจะลืมสังเกตนะ มีบางคนที่เธอคุ้นตานั่งอยู่ไม่ไกลจากเธอ”


               ภายในรถบัสที่ออกแบบอย่างสะดวกสบาย ทุกอย่างถูกประดับด้วยสีอ่อนตา และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ประหลาดลอยมาแตะจมูก เสียงพูดคุยจอแจของเด็กครึ่งเทพดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง


               แน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตเรื่องที่แอร์พดอีกข้างของเธออยู่ในโหมด OFF ไม่ว่าจะบทสนทนารึเสียงเครื่องยนต์เธอได้ยินทั้งหมดเผื่อป้องกันเหตไม่คาดฝัน ไนมีเรียดูไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เธอปรับเบาะเอนเล็กน้อยก่อนดึงหมวกปีกกว้างมาคลุมศีรษะ ราวกับต้องการบอกทุกคนว่าอย่ารบกวน เสียงเพลงจากแอร์พอดยังคงบรรเลงอยู่ในหูของเธอ แต่ในใจของธิดาแห่งเฮคาทีกลับเต็มไปด้วยความคิดหลากหลายเกี่ยวกับสิ่งที่อาจรอเธออยู่ในโอลิมปัส


               “เธอคาดหวังอะไรจากที่นั่นหรือเปล่า?” แคลร์ถามขึ้นอีกครั้ง


               “ฉันดูเป็นแบบนั้นหรอ์” 


               “โอ้ เลิกอมพะนำน่า ฉันอยู่กับเธอมานานพอจะรู้ว่ามนุษย์ค้างคาวอย่างเธอไม่ยอมลุกแต่ฟ้าสางแค่การไปเที่ยวแน่”


               ไนมีเรียยิ้มเล็กน้อย “บางทีฉันอาจต้องการแค่บททดสอบใหม่ อะไรที่.. ไม่น่าเบื่อจนเกินไป”


               รถบัสสีเหลืองทองแล่นออกจากประตูค่าย ภาพของต้นไม้และทางเดินรอบค่ายค่อย ๆ ลับสายตาไป ไนมีเรียเอนตัวพิงเบาะ หลับตาลงปล่อยให้เสียงเพลงและความคิดในใจพาเธอเข้าสู่ความเงียบสงบ


BELIEVER [ผู้ศรัทธาเหล่าเทพ] โบนัสเพิ่มความโปรดปราน+15

มอบครีมกันแดด ให้อพอลโล่ 

เป็นเทพก็ต้องทานะต่อให้คุณอยู่ใกล้พระอาทิตย์ระยะเผาขนก็ตาม



@God 







เรตติ้ง

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-09] อะพอลโล เพิ่มขึ้น 30 โพสต์เมื่อ 2024-12-21 21:09
โพสต์ 26811 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 20:47
โพสต์ 26,811 ไบต์และได้รับ +9 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความศรัทธา จาก หยกหงส์คู่นิรันดร์  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 20:47
โพสต์ 26,811 ไบต์และได้รับ +5 ความกล้า จาก โล่อัสพิส  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 20:47
โพสต์ 26,811 ไบต์และได้รับ +5 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก เกราะหนัง  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 20:47
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ไฟแช็ค
ปากกาหมึกซึม
กิ๊บติดผม
กล่องดนตรี
ตำราเวทมนต์เฮคาที
การควบคุมหมอกขั้นสูง
เข็มกลัดเฮคาที
ทักษะยิงปืน
แหวนดาราจรัส(D)
คิดค้นคาถา
เส้นทางลับ
เรียกอาวุธจากหมอก
กล้องถ่ายรูป
Daedalus's Legacy
กำไลมิตรประสาน
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
การปลุกผี
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
แหวนจันทราทมิฬ
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ชุดเครื่องเพชร
รองเท้าส้นสูง
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
โรคสมาธิสั้น
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x2
x2
x10
x10
x1
x1
x10
x2
x18
x59
x11
x16
x5
x5
x2
x4
x1
x1
x4
x1
x5
x2
x20
x10
x4
x3
x1
x2
x5
x1
x1
x3
x1
x40
x7
x4
x35
x1
x3
x3
x35
x4
x16
x1
x1
x1
x3
x4
x1
x6
x52
x8
x10
x2
x1
x1
x9
x1
x1
x28
x1
x5
x2
x2
x3
โพสต์เมื่อ 2024-12-21 23:04:00 | แสดงทุกชั้น





วันที่ 21 ธันวาคม 2024
เวลา 13.00 น.



หลังจากที่ไซคลอปส์ถูกสังหารไปแล้ว บรรยากาศรอบค่ายยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงการต่อสู้ยังดังกึกก้องไม่หยุดจากทุกทิศทาง บางทีก็มีเสียงคำรามของอสุรกายที่ดังกระหึ่มมาจากที่ไกล ๆ ท่ามกลางการรุกรานของอสุรกายต่าง ๆ ที่ไม่ยอมหยุด

เอโลอิสยังคงยืนหอบหายใจ มือหนึ่งจับธนูแน่นคอยระแวดระวังสิ่งรอบข้างอย่างมีสมาธิ แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้ของป้าเจ้าเก่าเจ้าเดิม

“มันมาแล้ว! เร็วเข้า! สู้มัน! ธนูจะไปทันการอะไร เอาดาบกับโล่ไปฆ่ามันเร็ว ๆ!” ป้าร้องเสียงแหลมขณะเห็นหมาป่าน้ำแข็งกำลังพุ่งเข้ามา เธอยัดดาบและโล่ของตัวเองใส่มือเอโลอิส สาวน้อยผมสีเพลิงมองอาวุธที่ถูกยัดใส่มือแบบงง ๆ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาสงสัยว่าป้าเอาดาบกับโล่พวกนี้มาจากไหนตอนนี้จะต้องจัดการหมาป่าน้ำแข็งนั่นก่อน

เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังมาจากหน้าค่าย เอโลอิสชะงักเท้า มือจับดาบและโล่แน่น ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียง มันคือหมาป่าที่มีร่างกายโปร่งใสราวกับน้ำแข็งสลักขึ้นมาอย่างประณีต หมาป่าน้ำแข็งส่งเสียงคำรามอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เอโลอิสแทบไม่ทันตั้งตัวรีบยกโล่ขึ้นบังกรงเล็บคมที่ตวัดเข้ามา แม้แรงกระแทกจะไม่มากพอทำให้เธอเซแต่สัมผัสเย็นจัดที่ผ่านโล่ก็ทำให้เธอรู้สึกชาไม่น้อย

“เย็นชะมัด” เธอพึมพำขณะตั้งท่าพร้อมรับการโจมตีต่อไป

หมาป่าน้ำแข็งพุ่งโจมตีอย่างต่อเนื่อง มันอาศัยความเร็วและความคล่องตัวกระโดดจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน กรงเล็บของมันข่วนใส่โล่ของเอโลอิสจนเกิดรอยน้ำแข็งเกาะ เอโลอิสพยายามฟันดาบสวนกลับไปหลายครั้ง แต่ก็วืดไปหลายรอบ

“ให้ตายเถอะ ไม่ได้ใช้ดาบนานไม่คล่องมือเหมือนก่อนเลย”

หมาป่าน้ำแข็งกระโจนเข้าใส่เธออีกครั้ง คราวนี้เธอไม่หลบแต่ยกโล่ขึ้นชนเข้าที่ใต้คางของมันเต็มแรงจนมันกระเด็นถอยไปเล็กน้อย เธอใช้โอกาสนี้ฟันดาบลงไปที่ขาของมัน หมาป่าน้ำแข็งส่งเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด เธอหาจังหวะฟันดาบที่ตำแหน่งลำคออีกครั้งก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นฝุ่นละออง 

เอโลอิสยังไม่ทันหายเหนื่อยจากการต่อสู้ เสียงแหลมของป้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“พะ...พญานาค! นี่มันพญานาคตัวเป็น ๆ ไม่ต้องไปถึงคำชะโนดแล้ว!” เสียงป้าดูตื่นเต้นมาก เอโลอิสขมวดคิ้วทำหน้างงว่าไหนวะพญานาค? 

แต่คำถามของเธอพลันได้รับคำตอบเมื่อพื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นไหว เอโลอิสตาเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นร่างขนาดใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่มีหัวคล้ายงู แต่กลับมีถึงสามหัวที่ดูน่ากลัวและอ้าปากคำรามจนเผยเขี้ยวคมออกมา

“ฮะ...ไฮดร้าเหรอ...” เธอพึมพำออกมาเบา ๆ ขณะจับดาบและโล่แน่น

“ป้าจะไปหาพวงมาลัยมาไหว้” เสียงป้าดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับท่าทางตื่นเต้นเหมือนเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนเอโลอิสถึงกับหันขวับไปมองด้วยสีหน้าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ป้าอย่าเข้าใกล้มันนะ ลมหายใจมันมีพิษ” เอโลอิสพูดพร้อมล้วงในกระเป๋าคาดเอว ก่อนจะหยิบหน้ากากปิดปากสองอันขึ้นมา โยนอันหนึ่งไปให้ป้าและเอาอันหนึ่งมาสวมไว้ที่หน้าตัวเอง

“แหม ใส่ทำไมล่ะ จะบอกว่าพญานาคนี่ปล่อยพิษได้เหรอ?” ป้ารับหน้ากากมาด้วยความลังเล

“ก็หนูบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่พญานาค มันคือไฮดร้า!” เอโลอิสตะโกนกลับพลางจ้องมองศัตรูตรงหน้า ไฮดร้าสามหัวกำลังเข้ามาใกล้ มันพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอพิษสีเขียวจาง ๆ ที่ลอยไปในอากาศ ป้ายืนพึมพำอะไรบางอย่างที่เอโลอิสไม่ทันได้ฟัง ก่อนจะยัดหน้ากากปิดปากขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้แต่ก็ยังยืนยันในความเชื่อของตัวเองว่านี่คือพญานาค

เอโลอิสยืนตั้งท่าอย่างระมัดระวัง ดาบในมือขวาส่องประกายวาววับภายใต้แสงอาทิตย์ โล่ในมือซ้ายยกขึ้นพร้อมรับการโจมตี เธอรู้ว่าไฮดร้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา และหากจัดการไม่ถูกวิธี หัวที่ถูกตัดออกจะงอกใหม่เพิ่มขึ้นอีก

“จะทำอะไรน่ะ?” เมื่อป้าเห็นเอโลอิสตั้งท่าพร้อมรบก็สงสัยขึ้นมา

“จัดการพญานาคของป้าไง!”

เอโลอิสไม่รอช้ากระโจนหลบกรงเล็บแหลมที่ฟาดลงมาบนพื้นอย่างรุนแรง ดินกระจายเป็นวงกว้าง ขาทั้งสามของไฮดร้ากระทืบพื้นจนเกิดรอยแตกชัดเจน

เธอวิ่งวนรอบตัวไฮดร้า พยายามหาช่องโหว่ แต่ไฮดร้าไวเกินคาด มันหมุนตัวพร้อมกันสามหัว พ่นไอพิษเข้าหาเธอจากทุกทิศทาง เอโลอิสยกโล่ขึ้นป้องกันกระชับหน้ากากปิดหน้าให้แน่น

“ว้าย!!! พญานาคโกรธแล้วเห็นไหม เธอไปลบหลู่ท่านพญานาคได้ยังไงกัน!” 

เอโลอิสหันขวับไปมองป้า ที่กำลังยกมือพนมไหว้ไฮดร้าอยู่ห่าง ๆ

“ป้า! มันไม่ใช่พญานาค! มันคือไฮดร้า อสุรกายในตำนาน! และมันพยายามฆ่าพวกเราอยู่นะ!” เธอพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าผสมกับความรำคาญ

แต่ก็ไม่ได้มีเวลาให้คิดมากนานเพราะไฮดร้าพุ่งตัวมาอีกครั้ง คราวนี้มันพยายามใช้ฟันที่คมของมันกดดันเอโลอิสจากทุกทิศทาง เธอต้องวิ่งหลบอย่างรวดเร็วแล้วกระโดดขึ้นไปบนหินใกล้ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี

เอโลอิสยกโล่ขึ้นมาป้องกันหัวหน้าของไฮดร้าที่พยายามโจมตีในระยะใกล้ เธอไม่สามารถสู้กับมันในระยะประชิดได้ แต่ก็ต้องหาทางทำลายมันด้วยวิธีอื่น เธอสังเกตเห็นว่าหัวทั้งสามของมันเริ่มเหนื่อยล้าและช้าลงจากการโจมตีที่รวดเร็วอย่างไม่หยุดพัก

“ฉันต้องทำลายหัวมัน!” เอโลอิสคิดในใจ ขณะที่โล่ถูกยกขึ้นเพื่อบังการโจมตี เธอกระชับดาบในมือและมุ่งไปที่หัวแรกของไฮดร้าโดยตรง

เอโลอิสพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดาบของเธอส่องประกายและฟันลงไปที่คอของไฮดร้าอย่างแม่นยำ หัวหนึ่งของมันถูกตัดขาดและตกลงไปกับพื้น แต่ในขณะเดียวกัน อีกสองหัวของไฮดร้ายังคงพยายามโจมตีเอโลอิสอย่างไม่ยอมหยุด แต่ตามตำนาน ไฮดร้าไม่สามารถฟื้นขึ้นจากการถูกตัดคอในเวลานั้นได้ถ้าหากมีการใช้ไฟเผาหรือวิธีการที่ทำลายมันไปจนหมด

เอโลอิสไม่รอช้า เมื่อเธอตัดหัวแรกเสร็จ เธอรีบใช้โล่ดันตัวเองไปข้างหน้า เพื่อหาจังหวะตีที่หัวที่สอง ขณะนั้นเธอเห็นหัวที่สองพยายามพ่นพิษมาทางเธอ แต่เอโลอิสใช้ดาบฟันหัวมันขาดออกไปในทันที

"ป้าหาคบเพลิงมาให้หนู!" เอโลอิสตะโกนขณะที่เธอหันไปหาป้าที่ยืนอยู่ห่าง ๆ

"จะเอาไปทำอะไร?" ป้าถามกลับ

"เอามาบูชาพญานาคป้าไง" เอโลอิสตอบอย่างรวดเร็ว ขณะที่โล่ของเธอถูกยกขึ้นเพื่อบังการโจมตีจากหัวที่สาม

"อุ๊ย! เพิ่มความสิริมงคลเหรอ? ได้ ๆ รอแป๊บ!" ป้าพูดแล้ววิ่งหายไปสักพัก ก่อนจะกลับมาพร้อมคบเพลิงในมือ

เอโลอิสรับคบเพลิงจากป้าอย่างงง ๆ เธอกำไฟแล้วเดินไปยังซากหัวที่ถูกตัดและจุดไฟที่คอของไฮดร้า ใช้คบเพลิงเผาทำลายมันให้หมดสิ้น หลังจากที่หัวที่สองถูกตัด เธอรีบใช้ไฟจากคบเพลิงที่จุดแล้วเผาทำลายซากหัวเพื่อไม่ให้มันสามารถฟื้นคืนชีวิตได้

เมื่อเธอเห็นหัวที่สามใกล้จะโดนตัดแล้ว เอโลอิสมั่นใจว่าต้องจี้แผลให้แน่นหนากว่าที่เคย หลังจากตัดหัวที่สามลง เธอใช้คบเพลิงที่มีไฟอย่างแรงจี้ไปที่แผลที่คอของไฮดร้า และใช้ดาบเสียบลงไปในช่องคอที่ตัดให้แน่นขึ้น เพื่อไม่ให้มันมีโอกาสงอกหัวใหม่จากการฟื้นตัว สุดท้ายก็จัดการตัดหัวที่สามของไฮดร้าได้สำเร็จและเผามันจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในอากาศ

“นี่เธอทำอะไรยัยเด็กบ้า รู้ไหมว่าทำอะไรลงไป ฉันให้คบเพลิงเธอมาบูชาพญานาค แต่เธอกลับฆ่าท่าน บ้านเมืองจะต้องเกิดอาเพศแน่” 

เอโลอิสหายใจแรง สายตาของเธอเจือด้วยความเหนื่อยล้าและความรำคาญ เธอกลับมองป้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจสักเท่าไหร่ในความเป็นมนุษย์ป้า

“เงียบไปเถอะค่ะป้า พวกเราไม่ตายก็บุญโขแล้ว”

ป้ายืนโค้งไหว้ซากของไฮดร้าอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองประสานกันอย่างเคารพ ขณะพูดเสียงหวาน ๆ ไปยังซากอสุรกายที่กำลังค่อย ๆ แปรสภาพเป็นละอองในอากาศ

“องค์พญานาคเจ้าขา ขอให้รู้ไว้ว่าลูกช้างไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร อย่ามาเอาชีวิตลูกเลย ยัยเด็กหัวแดงนั่นทำคนเดียวเจ้าค่ะ”

เธอพูดไปพลางยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สายตาของเธอหลับพริ้มในท่าทางที่ดูเหมือนกำลังขอพรจากเทพเจ้า ขณะที่ละอองจากร่างของไฮดร้าค่อย ๆ ฟุ้งกระจายและหายไปในอากาศ ร่างของมันเริ่มสลายหายไปจนหมดจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากใด ๆ อีก

เอโลอิสยืนนิ่งมองเห็นภาพนั้นอยู่ด้านหลัง รู้ดีว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียเวลากับป้าบ้าบอคอแตกแบบนี้ เธอหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ตัดสินใจว่าจะไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญ ต้องรีบไปสมทบกับการต่อสู้อื่น ๆ ที่ยังคงดำเนินอยู่ เธอจึงปล่อยให้ป้าบ้าอยู่กับความคิดของเธอคนเดียวและรีบวิ่งไปสมทบทางอื่นต่อ



สินสงคราม: ผนึกคริสตัล
(LUK 80+ ได้จำนวนตามเลขไบต์สุดท้าย)


สินสงคราม: หัวไฮดร้า (เลขไบต์ 1/6/9)

โอกาสดรอปพิเศษ: เกล็ดไฮดร้า (เลขไบต์ที่เหลือ)
(LUK 60+ จะมีโอกาสได้เกล็ดมากกว่าหนึ่งหน่วยตามจำนวนเลขไบต์)

+4 ตื่นรู้จากการพิชิตหมาป่าน้ำแข็งและไฮดร้าครั้งแรก







เรตติ้ง

โพสต์ 29,837 ไบต์และได้รับ +6 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก สร้อยไข่มุกตาฮิตี   โพสต์เมื่อ 2024-12-21 23:04
โพสต์ 29,837 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +7 ความศรัทธา จาก ผลิตภัณฑ์กันแดด  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 23:04
โพสต์ 29,837 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า จาก เกราะนักรบสีทองแดง  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 23:04
โพสต์ 29,837 ไบต์และได้รับ +5 EXP +8 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก หน้ากากอนามัย  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 23:04
โพสต์ 29,837 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก ควบคุมโลหะ  โพสต์เมื่อ 2024-12-21 23:04

ให้คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +4 ย่อเก็บ เหตุผล
God + 4

ดูคะแนนทั้งหมด

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x150
x150
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์เมื่อ 2024-12-22 19:25:58 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Robin เมื่อ 2024-12-23 03:42


Winter is coming
event : day 2 (21 dec 2024 02.00 PM)
Lennox Taycoliss viewpoint

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เลนน็อคยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ มือข้างหนึ่งแตะด้ามดาบสีดำขลับที่พาดอยู่ข้างสะโพก ดวงตาสีเข้มของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง เงาที่ทอดยาวจากตัวเขาดูเหมือนจะมีชีวิต มันผสานเข้ากับความมืดรอบตัว เมื่อลมพัดจนเงาของกิ่งไม้สั่นไหว เงาของเขาก็ขยับตาม ห่างออกไปราวห้าสิบฟุตที่ซุ้มประตูหินอ่อนสีขาว มีชาวค่ายช่วยกันต่อสู้อยู่ เขาเงยหน้ามองชั่วครู่ ประเมินแล้วว่าคนกลุ่มนั้นน่าจะรับมือไหว จึงดึงฮู้ดสีดำของตนลงมาปิดหน้าให้แน่นขึ้น ลมเย็นพัดผ่านมากระทบผิว แต่เขาไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ หลังจากที่เขากำชับให้แซเทอร์พาบุตรแห่งสมุทรเทพไปพักฟื้นร่างกายหลังผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง เขาก็อาสาจะเป็นคนเฝ้าประจำที่จุดนี้ให้แทน ก็ไม่รู้ว่าหมอนั่นจะทนพักได้นานแค่ไหนเหมือนกัน ดีน นีลคนนั้นที่เขารู้จักน่ะค่อนข้างจะชอบทำอะไรตามใจตัวเองเสียด้วย แล้วยิ่งสถานการณ์แบบนี้อีก เลนน็อคถอนหายใจออกมายาวๆ ยังไงเสียตอนนี้เขาก็ยังสัมผัสไม่ได้ถึงความตายที่แผ่ออกมารอบๆ ตัวอีกฝ่าย

เลนน็อคออกเดิน พื้นที่แห่งนี้ยังคงหลงเหลือร่องรอยการต่อสู้อย่างชัดเจน แม้สินสงครามจะถูกชาวค่ายเก็บไปหมดแล้วก็ตาม แต่ทุกเส้นทางที่เขาเดินผ่านยังทิ้งร่องรอยดาบ รอยเท้า และกลิ่นแปลกๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศยังตลบอบอวลจนน่าสะอิดสะเอียน

“การต่อสู้เยอะเกินไปในวันนี้..” เขาพึมพัมกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำแทบจะถูกลมพัดกลืนหายไป

เขาเดินมาใกล้กับจุดที่กูลมักจะชอบมารวมตัว โดยเฉพาะเมื่อมีเศษซากหลงเหลืออยู่ แม้ว่าศัตรูที่ตายไปจะกลายเป็นฝุ่นละเอียด หรือไม่มีร่องรอยการเสียชีวิตของมนุษย์กึ่งเทพคนไหนในค่าย แต่พลังงานความตายที่ตกค้างอยู่ก็ยังสามารถดึงดูดสิ่งมีชีวิตที่มืดมิดอย่างพวกมันได้

อากาศเย็นลงอย่างน่าประหลาด เขาหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะเปิดมันอีกครั้ง “มาแล้วสินะ..” เสียงกระซิบจากเงามืดทำให้เขายกดาบขึ้นช้าๆ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ขยับทำอะไร เขาก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบจากหิมะเบาๆ ดังมาจากใกล้ๆ เลนน็อคเงยหน้าขึ้น

“เธอ..?” เขาเลิกคิ้วมอง เด็กสาวท่าทางมั่นใจคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ มุมปาก ผมบลอนด์ยาวที่มีไฮไลท์สีชมพูสะบัดไปตามจังหวะการเดิน เธอสวมเสื้อค่ายสีส้มเหมือนกัน แต่เขาจำไม่ได้ว่าเป็นใคร เธออาจจะเป็นชาวค่ายที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ เลยยังไม่ได้เจอกันที่สนามฝึกในเวลาที่เขาชอบไปบ่อยๆ  

“รุ่นพี่เลนน็อคใช่ไหม? ดีใจที่ได้เจอตัวค่ะ” เธอเอ่ยน้ำเสียงสดใส ดวงตาสีทรายเป็นประกายวาววับจ้องเขาด้วยแววตาคาดคั้นหลังยื่นมือมาตรงหน้าราวกับจะเป็นการทักทาย

เลนน็อคขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามักหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนอื่นในค่าย แล้วยิ่งเป็นการสัมผัสตัวอีกฝ่ายอีก 

“โรบินไงคะ? ถึงเราจะไม่เคยคุยกันแต่ฉันจำคุณได้” เธอแนะนำตัวเร็วปรื๋อ น้ำเสียงสดใสจนขัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว เธอเก็บมือเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้จับตอบ “ฉันช่วยพี่อีธานที่โรงพยาบาลสนามที่บ้านเสร็จแล้ว”

“เธอมีธุระอะไร?” เขาถามเสียงเรียบ ที่บ้าน พอเธอพูดแบบนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังเจอกับตัววุ่นวายเข้าให้เสียแล้ว “เธอควรอยู่ช่วยพวกนั้นต่อ ไม่ใช่.. มาที่นี่”

โรบินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชี้ไปทางป่า “นี่ ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ แต่คุณคิดว่าจะรับมือกูลเป็นฝูงพวกนั้นได้คนเดียวหรอคะ?”

เลนน็อคยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ฉันเคยทำได้มากกว่านั้น”

“โอ้โห ดูมั่นใจดีนะคะ” อีกฝ่ายแกล้งพูดประชด เธอโยนกิ่งไม้เล็กๆ ที่ถืออยู่ขึ้นฟ้าแล้วรับมันกลับมาในมืออย่างคล่องแคล่ว “แต่เอาจริงๆ นะคะรุ่นพี่ ฉันไม่ได้มาช่วยสู้หรอก ฉันแค่จะจัดการให้คุณไม่ต้องล้มเลิกแผนการเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ น่ะ”

“”เรื่องเล็กน้อย?” เลนน็อคขมวดคิ้ว

“เช่นเรื่องกับดัก หรือดึงความสนใจอะไรพวกนี้ไง” โรบินเริ่มกวาดตามองรอบๆ อย่างกระตือรือร้น “คุณน่ะ น่าจะดีแต่ใช้พลังเท่ๆ ของคุณ ส่วนฉันน่ะ..” เธอยิ้มกว้างขึ้น “จะทำให้สนามนี้มีสีสันขึ้นมาเอง” แล้วเธอก็ดึงดาบสัมฤทธิ์ที่คาดอยู่กับเอวออกมา ดูท่าจะเป็นดาบที่หยิบสุ่มมามั่วๆ จากคลังแสงของค่ายเสียด้วย

เลนน็อคจ้องมองเธอเงียบๆ พลังงานที่โรบินปล่อยออกมานั้นเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ เธอแตกต่างจากเขาทุกอย่าง พูดเยอะ ชอบเรียกร้องความสนใจ และดูเหมือนจะไม่เคยหยุดนิ่งเลย

“ทำอะไรก็ได้ แต่อย่าเป็นตัวถ่วง” เขากำชับเสียงเรียบ

“ก็แค่ดูไปเถอะค่ะ” อีกฝ่ายตอบพร้อมรอยยิ้มกวนๆ แทงดาบลงบนพื้นแล้วใช้มันดันตัวเองกระโดดขึ้นไปบนก้อนหินใกล้ๆ มืออีกข้างหยิบเศษไม้ที่ตกอยู่ข้างตัวขึ้นมา ใช้ปลายไม้ดันหินเล็กๆ ให้กระเด็นไปทางกูลที่กำลังคลานสีขาเข้ามา แล้วหินนั้นก็ไปโดนตาของมันพอดีจนมันร้องเสียงหลง

เมื่อกูลเริ่มโผล่ออกมาจากป่า โรบินก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที เธอหมุนตัวใช้ดาบสัมฤทธิ์ฟันกิ่งไม้ให้ตกลงมาขวางกูลฝูงนั้น และแกล้งทำเสียงให้พวกมันหันไปทางที่เลนน็อคสามารถโจมตีได้ง่ายขึ้น

เขาดึงด้ามดาบเปล่าออกมาจากฝัก วินาทีที่กูลตัวหนึ่งพุ่งตัวเข้าใส่อย่างรวดเร็ว พลังงานเย็นยะเยือกจากเงาที่แผ่ซ่านออกมาค่อยๆ บิดเบี้ยวและขยายตัวออกเป็นใบดาบ เขาตวัดมันเข้าที่คอจนอสุรกายสลายกลายเป็นไอ 

“เห็นไหม?” เธอยักคิ้ว

เลนน็อคถอนหายใจ แต่ก็อดทึ่งไม่ได้ แม้จะดูเหมือนเพิ่งได้ลองจับดาบครั้งแรกแต่ความสามารถในการพลิกแพลงของเธอสูงลิ่ว เขาคิดว่าเมื่อมีคนใหม่เข้ามาในสนามรบจะทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น แต่กลายเป็นว่ามันช่วยให้เขาโฟกัสกับศัตรูตรงหน้าได้ง่ายกว่าเดิม

“ก็ไม่เลว ทีนี้ก็แค่พยายามอย่าโดนฆ่าก็พอ” เขาพูดทิ้งท้าย

“พูดใหม่อีกทีสิคะรุ่นพี่ ฉันได้ยินไม่ชัด” เธอแหย่พลางเข้าไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ เสียงกรงเล็บปะทะเข้ากับใบดาบสัมฤทธิ์ดังขึ้นในไม่กี่วินาทีต่อมาพร้อมเสียงอุทาน “อี๋!”

เลนน็อคไม่ได้ตอบอะไร เขาตรึงกูลที่เหลือไว้ด้วยเงาให้มันขยับตัวไม่ได้ แล้วก้มตัวลงเอามือแนบกับพื้นหิมะเย็นเฉียบ ผืนดินสั่นไหวเล็กน้อย สักพักก็มีมือสีขาวปริศนาโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินที่แตกเป็นรอยแยก จากนั้นก็เป็นมืออีกข้าง ส่วนหัว และสุดท้ายก็โผล่ขึ้นมาทั้งตัวประกอบกันเป็นร่างโครงกระดูกที่สวมเสื้อค่ายสีส้มซีดๆ แต่ไม่มีโลโก้รูปม้าเพกาซัส กับกางเกงยีนขาสั้นขาดๆ อีกตัวโผล่ขึ้นมาพร้อมดาบและโล่เก่าๆ และอีกตัวที่โผล่ขึ้นมาพร้อมเสื้อฮาวาย พวกมันโค้งคำนับแล้วเริ่มเต้นด้วยท่าทางประหลาด เงาปริศนาที่อยู่ข้างกันก็เริ่มไหววูบตามเป็นจังหวะเพลง ‘I want you back’*

“นั่นอะไรน่ะ!” เสียงตะโกนดังมาจากบริเวณต้นไม้ใหญ่ ดูเหมือนโรบินจะกำจัดกูลตัวนั้นไปได้แล้ว “อ๊าา– มันกำลังเต้นด้วยเจ๋งไปเลย! รุ่นพี่เป็นยมทูตหรอ!?” 

เลนน็อคส่ายหน้าเบาๆ เขาปล่อยให้กูลหลุดออกจากเงาไปอีกตัว เพื่อที่เด็กคนนั้นจะได้เงียบปากไป เธอกรีดร้องแล้วกลิ้งหลบตัวไปตามพื้นหิมะก่อนจะชักดาบขึ้นมาอีกรอบ

เลนน็อคหันมาหาโครงกระดูกทั้งสามและเงาร่างนั้น “หยุด จงฟังคำสั่ง” พวกมันหยุดกึกตามคำสั่ง “เก็บกวาดกูลแถวนี้ให้เรียบร้อย ส่วนเธอคนนั้น.. ไม่ใช่ศัตรู”

พวกมันแสดงท่าทางโค้งคำนับ แล้วเริ่มทำงาน

โครงกระดูกตัวแรกกระโดดเข้าไปฟัดกับกูลตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด มันนั่งทับแล้วหักกระดูกซี่โครงของตัวเองมาเป็นอาวุธ จากนั้นก็เสียบเข้าที่หัวของอสุรกายอย่างเลือดเย็น เมื่อตัวหนึ่งตาย มันก็วิ่งไล่จับกับตัวต่อไป โครงกระดูกอีกสองตัวก็เช่นเดียวกัน ตัวที่ใช้ดาบถูกกูลงับเข้าที่หัว มันจึงเสียบดาบเข้าที่ท้องของอสุรกายให้ยึดกับพื้น แล้วเริ่มใช้โล่ทุบตีอย่างบ้าคลั่ง ส่วนตัวที่ใส่เสื้อฮาวาย มันกลับมาเต้นเพลง ‘I want you back’ อีกรอบแล้วเริ่มต่อยตีให้เข้ากับจังหวะเพลง ทุกครั้งที่กูลกระโจนใส่ มันก็โดนหมัดสวนกลับทุกครั้ง

ส่วนเงานั้นคอยช่วยเลนน็อคล็อคตัวอสุรกายหน้าตาน่าเกลียดไว้ไม่ให้หนีไปไหน เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามกรอบใบหน้าของเขาเมื่อต้องควบคุมหลายอย่างพร้อมกัน แต่เขายังหยุดไม่ได้ ใบดาบสีดำทมิฬตวัดเข้าที่คอของกูลทีละตัวๆ เขาเห็นโรบินจากหางตา เธอใช้เถาวัลย์จากไหนไม่รู้เหวี่ยงเข้าไปมัดที่อสุรกายแล้วใช้ดาบสัมฤทธิ์ฟันเข้าที่หัวของมันด้วยท่าทางเงอะงะ 


เมื่อกูลตัวสุดท้ายถูกจัดการ เล็นน็อคก็ปล่อยให้เงาของเขาสลายไป ส่วนโครงกระดูกทั้งสามเดินไปแปะมือกับโรบินทีละตัว ก่อนจะสลายกลับคืนสู่พื้นดิน

“ฉันเกือบร้องไห้แหน่ะ”

“พอใจแล้วหรือยัง?” เขาถามเสียงเรียบ

อีกฝ่ายยักไหล่ เธอหายใจเหนื่อยหอบแล้วเอนหลังพิงไปกับต้นไม้ เลนน็อคหมุนตัวเดินออกมาเงียบๆ ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อ ฝูงกูลคงจะทยอยกันมาไม่หมดแค่นี้แน่


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

  


สรุปเหตุการณ์




เลนน็อค เทย์โคลิส(8) กับ โรบิน(2) ช่วยกันกำจัดฝูงกูล 10 ตัวที่หน้าประตูค่าย


- เพลง I want you back 




เรตติ้ง

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [TGC-01] เลนน็อค เทย์โคลิส เพิ่มขึ้น 100 โพสต์เมื่อ 2025-5-16 01:31
God
คุณได้รับ 15 EXP โพสต์เมื่อ 2024-12-22 23:41
God
มีหินบางอย่างพุ่งดิ่งลงมาจากฟ้าตกใส่โรบิน  โพสต์เมื่อ 2024-12-22 19:39
โพสต์ 39849 ไบต์และได้รับ 18 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-22 19:25
โพสต์ 39,849 ไบต์และได้รับ +6 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์เมื่อ 2024-12-22 19:25
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
วิ่งเร็ว
รองเท้าเซฟตี้
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ดาบสัมฤทธิ์
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ต่างหูเงิน
มือเบา
กำไลหินนำโชค
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x10
x1
x2
x3
x3
x1
x1
x1
x4
x14
x4
x23
โพสต์เมื่อ 2024-12-22 23:15:14 | แสดงทุกชั้น





Karen Rytz



ช่วงบ่ายแก่หน้าทางเข้าค่ายฮาล์ฟบลัด อากาศอบอวลด้วยกลิ่นไอของสนามรบ เสียงเอะอะจากการต่อสู้ดังไปทั่วบริเวณบรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความตึงเครียดยิ่งขึ้น แต่ป้าคาเรนคนดีคนเดิมไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้นแต่อย่างใด เธอยืนเท้าเอวอยู่ตรงลานโล่งพร้อมกับถือไม้กวาดเก่า ๆ ที่เธอหยิบมาได้จากพื้น น่าจะมาจากเด็กในค่ายสักคนที่หยิบอะไรได้ก็รีบเอามาต่อสู้กับอสุรกาย แต่ตอนนี้มันตกเป็นของป้าแล้ว!

“เจ้าเด็กเวรพวกนี้ ทั้งฆ่าพญานาค ทั้งสร้างความวุ่นวายเมื่อไหร่ฉันจะได้อยู่อย่างสงบสุข!”

เธอพูดพลางเตะก้อนหินที่อยู่แถว ๆ นั้นด้วยความหงุดหงิด แต่โชคร้ายที่ก้อนหินดันไปกระเด็นเข้าหัวของหมาป่าตัวหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่แถวนั้น เสียงขู่ต่ำ ๆ ดังมาจากพุ่มไม้หนึ่ง ฝูงหมาป่าแห่งแอรีสโผล่ออกมาจากพุ่มไม้นั้น ดวงตาสีเหลืองเรืองรองของพวกมันจ้องมองเหยื่อคนเดียวที่ยืนถือไม้กวาดอันเล็ก ๆ อยู่กลางลาน

“ว้ายยยยย!!! ยะ…อย่าเข้ามาเชียวนะ” ป้าคาเรนกรีดร้องเสียงดังลั่นพร้อมกับยกไม้กวาดเก่า ๆ ขึ้นมาขู่ฝูงหมาป่าที่ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้

หมาป่าตัวหนึ่งคำรามลั่นก่อนจะกระโจนใส่ป้าอย่างรวดเร็ว แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ป้าคาเรนก้าวถอยหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ขาของเธอสะดุดกับก้อนหินล้มลงไปกับพื้น ทว่าไม้กวาดที่เธอถือไว้กลับปักเข้าไปในคอหมาป่าตัวนั้นเต็ม ๆ มันกลิ้งลงกับพื้นพร้อมเสียงครางครั้งสุดท้ายก่อนจะสลายไปเป็นละออง

“อย่าบอกนะว่าตายแล้วน่ะ!” ป้าคาเรนอุทานออกมาด้วยความตกใจ ในขณะที่ไม้กวาดยังคงถืออยู่ในมือ เธอหันมองไปรอบ ๆ และพบว่าหมาป่าตัวอื่น ๆ กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

ป้าคาเรนรวบรวมสติพยายามตั้งตัวและยกไม้กวาดขึ้นมาขู่พวกหมาป่าอีกครั้ง จะให้ป้ามาตีรันฟันแทงแบบพวกหนุ่ม ๆ สาว ๆ คงได้หลังเคล็ดและป้าเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องการต่อสู้เท่าการขูดหวย

หมาป่าตัวที่สองและสามพุ่งเข้ามาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว ป้าคาเรนรีบยกไม้กวาดขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวและทิ้งตัวหลบไปข้างขวาพร้อมส่งเสียงกรี๊ดด้วยความล่ก หมาป่าทั้งสองตัวพลาดไปชนกันเองอย่างแรง ก่อนที่หมาป่าตัวหนึ่งจะกระเด็นไปชนต้นไม้ใหญ่ดังแอ่ก! และอีกตัวก็กระเด็นไปหัวกระแทกหินกลับบ้านเก่าสลายไปทั้งคู่

“ฉะ…ฉันยังไม่ตาย!!!” ป้าคาเรนพูดด้วยความดีใจที่ตัวเองยังครบ 32 ส่วนโดยลืมไปเสียสนิทว่ายังมีหมาป่าอีกหลายตัวที่ยังไม่ถูกกำจัดทิ้ง

หมาป่าตัวที่สี่กระโจนเข้ามาอย่างดุร้าย ป้าคาเรนก้าวถอยหลังไปโดยไม่ตั้งใจ แต่ขาเธอไปสะดุดกับก้อนหินอีกครั้ง คราวนี้ไม้กวาดที่ถืออยู่ถูกฟาดไปข้างหน้าเต็มแรง ปลายไม้กระแทกเข้าที่หน้าอกของหมาป่าตัวนั้นด้วยความบังเอิญ มันล้มลงไปพร้อมกับเสียงครางก่อนจะหายไปในอากาศ

“อุ้ย...เป็นไปได้ไงเนี่ย?” ขนาดป้าเองก็ยังแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าพวกมันจะตายง่ายกันเช่นนี้

หมาป่าตัวที่ห้าและหกวิ่งเข้ามาพร้อมกัน ป้าคาเรนพยายามใช้ไม้กวาดกวัดแกว่งไปข้างหน้ามัว ๆ แบบรัว ๆ หวังเพียงจะขู่พวกหมาป่าเพียงเท่านั้น  ทันใดนั้นปลายไม้กวาดดันไปโดนท่อนไม้ที่ทิ้งไว้ข้างทาง ไม้กลิ้งไปทับร่างของหมาป่าทั้งสองตายคาที่ ทิ้งให้หมาป่าตัวอื่น ๆ ที่เหลือยืนอึ้งกับความดวงดีของยัยป้านี่

หมาป่าตัวที่แปดพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ป้าคาเรนรีบยกไม้กวาดขึ้นมาอีกครั้งเป็นจังหวะที่ป้าถือไม้กวาดหันมาพอดี การแกว่งไม้หันมาทำให้ปลายไม้ไปกระแทกเข้าที่หัวของหมาป่าตัวนั้นเต็ม ๆ ก่อนที่มันจะล้มลงไปอย่างรวดเร็วและหายไปเป็นละอองในอากาศอีกตัว

หมาป่าที่เหลืออีกสองตัวหยุดเคลื่อนไหว สัญชาตญาณของมันทำให้รู้ว่ามันไม่สามารถเอาชนะป้านี่ได้ พวกมันทั้งคู่มองหน้ากันและเริ่มถอยห่างออกไป

“ไปซะที รอดแล้วเรา!”

เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วหันหลังเดินกลับเข้าค่ายคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับหมาป่าสองตัวนั้นแล้วไหน ๆ มันก็วิ่งหาจุกตูดไปก็ถือว่าหายกัน ป้าคาเรนมองไม้กวาดในมือของเธอแล้วก็คิดว่าไม้กวาดเก่า ๆ นี้ไม่มีประโยชน์แล้ว โยนทิ้งไปเลยก็แล้วกันว่าแล้วเธอก็เขวี้ยงไม้กวาดทิ้งไปด้านหลังแล้วกำลังจะเดินเข้าค่าย

เอ๋ง!!!

เสียงหมาป่าร้องทำเอาป้าคาเรนต้องหันกลับมาดูอีกรอบแล้วก็ถึงกับสะดุ้ง เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าไม้กวาดที่เธอโยนทิ้งไปนั้นมันพุ่งไปเสียบตรงกลางลำตัวของหมาป่าทั้งสองตัวที่ยังวิ่งหนีอยู่ ทำให้พวกมันล้มลงไปในทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว และหายไปในอากาศตามลำดับ โชคชะตานี่มันช่างเล่นตลกกับคนแก่อย่างป้าเสียจริง แต่ก็ดีแล้วที่รอดมาได้โดยไม่มีรอยขีดข่วน…


คาเรน ริทซ์ กำจัด ฝูงหมาป่าแห่งแอรีส 1 ฝูง






เรตติ้ง

God
คุณได้รับ 15 EXP โพสต์เมื่อ 2024-12-22 23:23
God
มีหินบางอย่างพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงกำลังจะกระแทกใส่เอโลอิส  โพสต์เมื่อ 2024-12-22 23:22
โพสต์ 15825 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-22 23:15
โพสต์ 15,825 ไบต์และได้รับ +4 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก สร้อยไข่มุกตาฮิตี   โพสต์เมื่อ 2024-12-22 23:15
โพสต์ 15,825 ไบต์และได้รับ +2 EXP +7 ความศรัทธา จาก ผลิตภัณฑ์กันแดด  โพสต์เมื่อ 2024-12-22 23:15
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x150
x150
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์เมื่อ 2024-12-28 15:51:35 | แสดงทุกชั้น
Nanette Leblanc
ประตูค่ายฮาล์ฟบลัด

นาแนตต์รีบเดินทางมายังค่ายอย่างเร่งรีบเสียจนมาถึงเนินฮาล์ฟบลัดแล้วก็หอบหายใจอย่างหนัก เด็กสาวเท้าฝ่ามือทั้งสองบนหัวเข่า หอบหายใจจนตัวโยน ก่อนที่จะปัดเส้นผมสีอ่อนเป็นลอนของตนไว้ด้านหลังแล้วเดินผ่านเขตแดนต้นสนเข้าไปด้านใน


“ฉันกลับมาแล้ว !”


เสียงใสตะโกนเสียงดังพร้อมรอยยิ้มประดับกว้างบนใบหน้า แต่ทว่าบรรยากาศและเสียงอันเงียบกริบรอบตัวก็ทำให้นาแนตต์หุบยิ้ม


“อะไรกันเนี่ย ไม่เห็นมีใครมาต้อนรับเลย ไม่คิดถึงกันเลยรึไง ชิ !”


เด็กสาวจิ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ก็พยายามไม่สนใจอะไรมาก ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตัวเองเข้าไปด้านใน เหนียวตัวมาก อยากอาบน้ำจะแย่แล้ว


เรตติ้ง

โพสต์ 5969 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-28 15:51
โพสต์ 5,969 ไบต์และได้รับ +3 ความกล้า +3 ความศรัทธา จาก หอมเย้ายวน  โพสต์เมื่อ 2024-12-28 15:51
โพสต์ 5,969 ไบต์และได้รับ +2 เกียรติยศ +2 ความศรัทธา จาก เสน่ห์อันเลิศล้ำ  โพสต์เมื่อ 2024-12-28 15:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาหลากสี
ชุดบำรุงอาวุธ
หมวกปีกกว้าง
ต่างหูเงิน
หอมเย้ายวน
ดาบสัมฤทธิ์
มีดสั้นสัมฤทธิ์
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
โพสต์เมื่อ 2024-12-29 16:51:49 | แสดงทุกชั้น
Activity Form

เนินฮาล์ฟบลัด - ประตูค่าย 

ย้อนเวลา 22 / 12 / 2567 เวลา 20.30 น.




เส้นทางกลับบ้านที่ดูยากลำบาก ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงสักทีใช้เวลาเวลานานพอสมควรเลย

กว่าที่เธอจะผ่านดงป่าดงหญ้าดงเขาข้ามเขาเดินลงแล้วลงอีก

แต่เมื่อเธอมาถึงสิ่งที่เธอต้องพบก็ทำเธออ้าปากค้างนี่มันเกิดอะไรขึ้น 

ภาพตรงหน้าคือดูไม่จืดเลย  เด็กสาวไม่รู้จะอธิบายมันยังไงดี

" โอ้ว พระเจ้า มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย "

แต่สิ่งที่เธอรู้สึกในตอนนี้คือ  ถ้าสภาพด้านหน้าขนาดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เเบบว่าถึงจะมาตอนดึกขนาดไหนแต่ว่ามันยังมีเเสงจากพระอาทิตย์ก็คือเห็นชัดเลย ชัดเจนทุกอย่าง

แล้วด้านไหนเป็นยังไงบ้าง  ทุกคนยังโอเคเราก็ปลอดภัยอยู่ใช่ไหม คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเธอ

ก่อนที่เด็กสาวจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้  แล้วค่อยค่อยเดินเข้าไป ด้านในของตัวค่าย

เมื่อเธอรอดผ่านประตูของค่ายเข้าไป  ทุกอย่างคือดูวุ่นวายไปหมดด้านในมีแต่บ้านเสียหาย แต่มุมหนึ่งที่ดูจะไม่ค่อยสู้ดีนัก

เด็กสาวมองตรงออกไปก่อนจะพบจับผู้คนที่ยืนมุงกันอยู่  หวังว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด

เธอรีบตรงเข้าไปดูของที่อยู่ในมือถึงกับปล่อยทิ้งมันเห็นภาพตรงหน้า 

เธอหายไปเพียงไม่กี่วัน  อย่าเรียกว่าวันเลยหายไปแค่แป๊บเดียวเท่านั้นกลับมาอีกที การเปลี่ยนแปลงมันไปไกลกันได้ขนาดขนาดนี้เลยหรอ

ไม่เห็นดังนั้นเธอรีบวิ่งกลับไปดูที่บ้านของตนเอง ก่อน ว่าคนในบ้านของเธออย่างปลอดภัยอยู่ใช่หรือไม่ แล้วทุกคนยังโอเครวมถึงบ้านเธอด้วย

ในระยะทางที่เธอเดินไปเห็นบ้านหลายหลังเธอก็หวั่นใจ  เกรงว่าบ้านเธอเองก็จะไม่รอด ไปด้วยเช่นกัน

นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกอย่างถึงดูเละเทะขนาดนี้ ” เธอมองไปที่บ้านแต่ละหลัง

ตอนนี้เด็กสาวเองก็ไม่เข้าใจแต่อีกไม่นานก็คงจะรู้คำตอบแล้ว 

ฝีเท้าเร่งเดินไปที่บ้านของตัวเองด้วยความเร็ว และความรู้สึก ที่จะตึงเครียดแล้วก็เป็นกังวลเล็กน้อยด้วย

เมื่อมาถึงบริเวณหน้าบ้านเด็กสาวก็ผึ่งกระพ่นลมออกมา 

บ้านยังอยู่ดี แต่คนในบ้านล่ะโอเคหรือเปล่า ” 

ไม่รีรอใดๆ เธอรีบวิ่งแจ้นตรงเข้าไปในบ้านเพื่อดูว่าทุกคนยังปลอดภัยดี 

ไม่ได้มีใครเป็นอะไร  หวังว่าพ่อของเธอจะดูแลเด็กๆ แต่คิดไปคิดมาพ่อก็อยู่กับเธอนี่นาจะมาดูแลอะไรล่ะ 

" ทิฟฟานี คริส บูม อยู่ไหนกัน " เธอตะโกนเสียงดัง

" ทุกคนโอเค หรือเปล่า " เธอพูดพร้อมเดินเข้าไปภายในบ้านทันที ตามหาพี่น้องของเธอด้วยความกังวลสุดๆ

เรตติ้ง

โพสต์ 11170 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-29 16:51
โพสต์ 11,170 ไบต์และได้รับ +3 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์เมื่อ 2024-12-29 16:51
โพสต์ 11,170 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า +3 ความศรัทธา จาก กำไลหินนำโชค  โพสต์เมื่อ 2024-12-29 16:51
โพสต์ 11,170 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก รสชาติแห่งความสุข  โพสต์เมื่อ 2024-12-29 16:51
โพสต์ 11,170 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความศรัทธา จาก สัมผัสแห่งองุ่น  โพสต์เมื่อ 2024-12-29 16:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
Hydro X
บัตรส่วนลดรถไฟ HP 2025
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เข็มกลัดไดโอนีซุส
แว่นกันแดด
ขลุ่ยไม้เถาองุ่น
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
สัมผัสแห่งองุ่น
กระบอกลูกธนู
ธนู
ชุดเครื่องเพชร
หมวกปีกกว้าง
ความคิดสร้างสรรค์
โรคสมาธิสั้น
ต่างหูเงิน
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x2
x4
x3
x1
x3
x1
x3
x1
x4
x1
x3
x3
x5
x8
x9
โพสต์เมื่อ 2024-12-30 02:22:09 | แสดงทุกชั้น
ᏕᏝᏋᏋᎮᎥᏁᎶ ᎶᎥᏒᏝ
Feria Hayes
ย้อนเวลา
วันที่ 28 ธันวา 67 เวลา 14:20 น.


ในที่สุดหลังจากการวิ่งแข่งกันของสามสาวกับหนึ่งก็อบลินและอีกหนึ่งอีกัวน่าห้วงฝันที่น่าจะสบายสุดแล้วมั้ง เรเลียนี่ นอนบนไหล่ฉันแบบสบายใจเลยนะ ส่วนพวกเราน่ะเหรอ ก็เร่งสุดฝีเท้าให้มาจนถึงที่ประตูค่ายเลยยังไงล่ะ พวกเราเลยใช้เวลาเพียงสี่ชั่วโมงเท่านั้นเลย และผู้ที่รอพวกเราอยู่ที่ประตูค่ายนั่นก็คือ….

“ข้ากำลังรอพวกเจ้าอยู่เลย เหล่าวีรสตรีตัวน้อยทั้งสามของข้า”

“ท่านเทพีไอริส สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะเทพีไอริส” “สวัสดีค่ะเทพีไอริส”

นั่นก็คือเทพีไอริสนั่นเองดูเหมือนท่านจะมารอพวกเราเลยแฮะแต่มารอทำไมกันนะหรือว่า…เรื่องพี่คิมรึเปล่านะ

“เออ…เรื่องพี่คิม พวกเราต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ถึงแม้จะช่วยไว้ได้ แต่พี่คิมเขาอยากอยู่ช่วยฟื้นฟูเฮติที่ตอนนี้คำสาปได้หายไปแล้วน่ะ แล้วต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่พวกเราดันลืมบอกพี่คิมด้วยว่าพี่เขาเป็นธิดาของท่าน ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก นั่นเป็นทางเลือกของลูกสาวเรา เราย่อยเคารพทางเลือกของนางอยู่แล้ว เราก็จะไปเฝ้าดูนางต่อไป แต่ที่ข้ามาหาพวกเจ้าที่นี่ก็เป็นเพราะว่า….เพื่อมามอบสิ่งนี้แก่พวกเจ้าทั้งสาม”

เทพีไอริสได้มอบเป็นชุดเกราะสายรุ้งให้กับพวกเราทั้งสามคน

“นี่คือ เกราะสายรุ้ง เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่ข้าจะมอบให้เพียงวีรบุรุษ วีรสตรีผู้พิชิตภารกิจคำพยากรณ์ของข้า เห็นอย่างนี้มันก็เป็นเกราะที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อการโจมตีทั้งอาวุธและเวทมนตร์ แถมยังยืดหยุ่นสูง ช่วยให้พวกเจ้ายามสวมใส่จะเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวด้วยนะ”

“ขะ ขอบคุณค่ะท่านไอริส”

ฉันรับเกราะมาจะสวมใส่แต่ดันสวมยังไม่ได้ซะงั้น

“ดูท่าเจ้าจะต้องฝึกฝนอีกสักหน่อยถึงจะสวมมันได้”

“แต่ก่อนจะฝึกฝนพวกเราคง….”

พวกเรามองไปในค่ายที่มีสภาพความเสียหายของบ้านบางหลังอยู่ข้างใน แถมเมื่อนึกถึงการตายของพี่เอลลิสด้วยแล้วด้วย

“เอลลิส…”

พี่อลิเซียน้ำตาไหลออกมาร้องไห้อย่างหนักเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าเอลลิสได้จากโลกนี้ไปแล้ว จนเทพีไอริสได้เข้ามากอดปลอบพี่อลิเซียไว้

“ร้องออกมาเถอะนะ เด็กน้อยแล้วจงจำไว้นะ เขาจะยังอยู่ในใจเจ้าตลอดไป ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ เขาก็จะไม่มีวันตายจากใจเจ้าตลอดไปนะ”

“ค่ะ…”

หลังจากที่การร่ำไห้ของพี่อลิเซียจบลง พวกเราก็พากันแยกย้ายไปเผชิญชะตากรรมกับสภาพค่ายในปัจจุบันกันไปคนละทิศคนละทาง

เจอเทพีไอริส รับเกราะสายรุ้ง
HEROES (วีรบุรุษผู้โปรดปราน) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +25

เรตติ้ง

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-15-1] ไอริส เพิ่มขึ้น 25 โพสต์เมื่อ 2024-12-30 10:13
โพสต์ 7391 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์เมื่อ 2024-12-30 02:22
โพสต์ 7,391 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Daedalus's Legacy  โพสต์เมื่อ 2024-12-30 02:22
โพสต์ 7,391 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก สะกดจิต  โพสต์เมื่อ 2024-12-30 02:22
โพสต์ 7,391 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก ผ้าพันคอไหมพรม  โพสต์เมื่อ 2024-12-30 02:22
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืนสไนเปอร์สัมฤทธิ์
นิทราอมตะ
หนังสือรับรองไครอน
เรือแคนูไม้
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ควบคุมดอกป๊อปปี้
กำปั้นแห่งนิทรา
ฝันร้าย
มีดสั้นสัมฤทธิ์
Daedalus's Legacy
เกราะสายรุ้ง
สะกดจิต
น้ำหอม Unisex
ทักษะหอก
หูฟังบลูทูธ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โล่อัสพิส
หลับใหล
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x1
x4
x2
x4
x12
x1
x6
x1
x1
x3
x1
x2
x4
x10
x5
x8
x2
x1
x1
x1
x1
x2
โพสต์เมื่อ 2025-1-6 19:57:08 | แสดงทุกชั้น

22/12/2024
03.13 น.
เสียงล้อรถแท็กซี่เบรกชะงักลงเมื่อมันจอดอยู่หน้าทางเข้าค่ายฮาล์ฟบลัดในความมืดของเวลาตีสาม เจวิคยื่นเงินให้คนขับพลางกล่าวขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะลงจากรถ เขายืนมองผ่านประตูทางเข้าที่ได้รับความเสียหาย ราวกับมีการบุกทำลาย
กลิ่นควันจาง ๆ ในอากาศ เสียงจิ้งหรีดที่เคยดังกังวานในคืนปกติกลับเงียบงัน มีเพียงเสียงแผ่วเบาของลมที่พัดผ่านซากสิ่งปลูกสร้างที่พังทลาย
“เกิดอะไรขึ้นเนี้ย” เจวิคพูดขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะได้ยินพลาง ๆ มาจากตอนที่อยู่หน้าตึกแล้วก็ตาม แต่เมื่อมาเห็นสภาพจริง ๆ แล้วทำเอาเขาไปไม่เป็นเลย เขารีบก้าวเข้าแล้ววิ่งเข้าไปภายใน
Jayvik Mchonde

เรตติ้ง

โพสต์ 6230 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-1-6 19:57
โพสต์ 6,230 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า จาก โชกเกอร์หนาม   โพสต์เมื่อ 2025-1-6 19:57
โพสต์ 6,230 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก หมวกแก๊ป  โพสต์เมื่อ 2025-1-6 19:57
โพสต์ 6,230 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์เมื่อ 2025-1-6 19:57
โพสต์ 6,230 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +2 ความกล้า +3 ความศรัทธา จาก สร้อยข้อมือถัก  โพสต์เมื่อ 2025-1-6 19:57
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
โชกเกอร์หนาม
หมวกแก๊ป
รองเท้าเซฟตี้
สร้อยข้อมือถัก
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x20
x1
x1
x2
x13
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับได้ เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

กฎเครดิตของบอร์ดนี้

ติดตามบัญชีทางการ
Archiver|โหมดมือถือ|ประวัติการแบน|Percy Jackson and the Olympians Thailand

หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์ รายงานปัญหา ร้องเรียน หรือมีข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมลไปที่: percyjacksonthailand@gmail.com

Powered by Discuz! X5.0 © 2001-2026 Discuz! Team.

ในบอร์ดนี้โพสต์
ติดตามบัญชีทางการ
กลับขึ้นบน