จขกท.: God

[ทางเข้าค่าย] ประตูค่าย

 ฮอต.. [คัดลอกลิงก์]
โพสต์เมื่อ 2025-7-10 22:23:53 | แสดงทุกชั้น
Header Image

ย่างเท้าสู่ดินแดนใหม่ -  การต้อนรับ ของบุตรีแห่งเนเมซิส


      วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม - ยามบ่ายในฤดูร้อนแรก ของ การเปลี่ยนแปลง


      สายลมที่หอบเอากลิ่นหญ้าแห้ง ผสมกลิ่นไม้โอ๊คและดินป่าหลังฝนตกแผ่วเบาพัดมากระทบใบหน้าเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งเพิ่งก้าวลงจากรถยนต์ที่จอดอยู่เบื้องหน้าประตูค่าย เสียงล้อบดทับกรวดเล็ก ๆ เงียบหายไปพร้อมกับประตูรถที่ปิดลง ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวใจของเด็กสาวที่เต้นเป็นจังหวะช้าแต่หนักแน่น


      สาวน้อยนามว่า อิม ฮาริน เธอกำลังยืนอยู่ตรงบริเวณหน้าประตูไม้แกะสลักลวดลายโบราณซึ่งนำทางเข้าสู่ ค่ายฮาล์ฟบลัด สถานที่ซึ่งเธอเคยได้ยินเพียงผ่านคำบอกเล่าในนิทานปรัมปราเท่านั้น มาบัดนี้ เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความจริง ความจริงที่ว่า เธอไม่ใช่เด็กหญิงธรรมดาอีกต่อไป


แววตาของฮารินยังคงเด็ดเดี่ยวเช่นเคย สีหน้าสงบนิ่งของเธอสะท้อนความสุขุมอย่างน่าประหลาด แม้ภายในใจจะยังมีเป็ดน้อยตัวหนึ่งที่กำลังเขินจนหงายหลังเพราะกลัวการเริ่มต้นใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอก็ยอมรับมันได้ในแบบของเธอ … ในแบบของ นักล้างแค้นผู้สวมหัวใจเป็ด





      เธอค่อยๆ เริ่มทำการก้าวเท้า เดินทางเข้าไปผ่านซุ้มประตูค่าย … ทันทีที่เท้าของเธอแตะผืนดินด้านใน เสียงของเด็กหนุ่มและเด็กสาวจำนวนมากก็ดังคลอเป็นพื้นหลัง บ้างหัวเราะ บ้างเล่นดนตรี บ้างก็กำลังนั่งจดบันทึกเวทเก่า ๆ เหมือนโลกแห่งจินตนาการและความเป็นจริงซ้อนทับกันอย่างไม่มีรอยต่อ พวกเขาต่างหันมามองเธอ … เด็กใหม่ที่ดูเคร่งขรึม สวมเสื้อโค้ตบางสีครีม มีสายตาเยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยความช่างสังเกต


      และแล้ว เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้าเธอราวกับภาพที่ถูกตัดสลับขึ้นมาโดยผู้กำกับที่แม่นมือ


“เธอน่ะ เป็นเด็กใหม่ ที่พึ่งเดินทางเข้ามาถึงสินะ?” น้ำเสียงเฉียบคมและไร้เยื่อใยดังขึ้นจากหญิงสาวผมดำยาวที่เดินตรงเข้ามาหาอย่างไม่ลังเล ใบหน้าขาวจัดดุจหยกสลัก ตัดกับริมฝีปากแดงที่เผยวาจาราวกับฟันดาบที่เชือดเฉือน พอยชั่น ซินซอร่า


     หญิงสาวเจ้าของดวงตาสีเข้มราวรัตติกาลยืนจังก้าต่อหน้าเด็กสาวใหม่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเย็นชาอย่างเปิดเผยว่า 


     “ฉันพอยชั่น ซินซอร่า บ้านหมายเลข 16 … เนเมซิส ถ้าเธอคิดว่าโลกนี้จะให้ความยุติธรรมกับเธอเองล่ะก็… คิดใหม่ซะเถอะ ที่นี่ เราต้อง ‘ยืนหยัด’ เพื่อความยุติธรรมเอง ด้วยมือของเรา”





       ฮารินนิ่งงันไปเพียงครู่ เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือถูกข่ม กลับกัน แววตาของเธอเริ่มมีประกายบางอย่าง ราวกับเสียงของหญิงสาวตรงหน้าไปกระตุกปีกของเป็ดนักล้างแค้นให้ขยับเบา ๆ

       เธอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงความนุ่มนวลที่ฝึกฝนมาอย่างดี

      “ฉัน … อิม ฮาริน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ บางทีเราอาจจะคิดไม่ต่างกันเท่าไรนัก …” รอยยิ้มมุมปากบางเฉียบของพอยชั่นปรากฏเพียงแวบเดียวก่อนที่เธอจะหันไปชี้มือยังอาคารไม้ทรงสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางค่าย ก่อนที่พอยชั่น  ซินซอร่า จะเอ่ยคำพูดขึ้นมาในทันทีว่า 

“บ้านใหญ่อยู่ทางนั้น ไปแจ้งรายงานตัวซะ”





เรตติ้ง

โพสต์ 12244 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-7-10 22:23
โพสต์ 12,244 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์เมื่อ 2025-7-10 22:23
โพสต์ 12,244 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์เมื่อ 2025-7-10 22:23
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โพสต์เมื่อ 2025-7-11 14:32:00 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Axel เมื่อ 2025-7-11 21:00

Run boys runThey're trying to catch you
ท้องฟ้าในนิวยอร์กวันนี้ไม่ต่างจากเมื่อวาน...แสงสีเหลืองซีดทาบผ่านกระจกหน้ารถ Porsche Panamera สีดำเงา ล้อหมุนอย่างมั่นคงไปตามทางหลวง แต่ในรถกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร 

“เอาจริงปะ” โนอาห์พูดขณะเลี้ยวเข้าเส้นทางรองริมป่า “นายรู้ไหมว่าการขับรถแพงๆ แบบนี้ผ่านเมืองเล็กๆ ทำให้เราดูน่าสงสัยกว่าเดิมไปอีกสามเท่า” 

 “ฉันไม่ชอบกลิ่นเบาะเก่าๆของรถมือสอง” เสียงจากเบาะหลังดังขึ้น — ดาชิเอนตัวพิงเบาะหนังสวมแว่นกันแดดในรถแบบไม่แคร์สภาพแสง “และนายขับได้ไม่เลวสำหรับคนที่ปกติกินหญ้า” 

 “แซเทอร์ไม่ได้กินหญ้า... เรากินกระป๋องดีบุก—” 

“ฟังดูไม่ช่วยอะไรให้ดูปกติมากขึ้นเลยซักนิด” 

 โนอาห์กลอกตาเบาๆ ขณะเหยียบคันเร่งอย่างนุ่มนวล เส้นทางเริ่มลดความหนาแน่นของรถและผู้คน กลืนสู่เส้นทางเลียบป่าไม้และเนินหญ้า รถเคลื่อนที่ไปเงียบๆ อีกราวสิบนาที 

ดาชิไม่พูดอะไรอีก เขาหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋า Hermes ใบเดิมอย่างช้าๆ — iPhone 17 pro max สีดำด้าน ที่มีเคสลายหนังจระเข้ โนอาห์ไม่ได้สนใจตอนแรก จนกระทั่งเขาได้ยินเสียง ติ๊ง! จากแอปอะไรสักอย่าง เสียงแจ้งเตือนธรรมดา... แต่มันไม่ควรเกิดขึ้นในรถของเดมิก็อดที่กำลังมุ่งหน้าสู่ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ แซเทอร์จึงชำเลืองมองกระจกหลัง คนที่เบาะหลังกำลังเปิดแอปพลิเคชันตลาดหุ้น ใบหน้าเรียบนิ่งขณะที่นิ้วไถเลื่อนหน้าจอ มือข้างหนึ่งวางพาดที่วางแขนที่ประตูรถ

“...นี่นาย... นายเอา โทรศัพท์ ติดตัวมาด้วยเหรอ?” โนอาห์ถามด้วยน้ำเสียงเหมือนคนเพิ่งเห็นใครบางคนโยนปลาดิบลงในบ่อฉลาม ในใจร้องฉิบหายด้วยนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมเตือน 

 “แน่นอน” ดาชิว่า “ฉันมีบัตรเครดิต ผูก Apple Pay ไว้ด้วย จะให้ไปใช้เปลือกหอยในค่ายเหรอ?” 

“โทรศัพท์มือถือของเดมิก็อด — มันเหมือน...ไฟฉายยามค่ำคืนในถ้ำเต็มไปด้วยอสูรกาย!นายกำลังส่งคลื่นออกไป... พวกมัน ตามสัญญาณได้!” 

ดาชิเลิกคิ้ว “นายกำลังบอกว่าฉันเพิ่งกดแชร์โลเคชันให้สัตว์ประหลาดเหรอ? แล้วถ้าฉันเปิด Airplane Mode ล่ะ?” “นายก็ไม่ควรจะเสี่ยงอยู่ดี!” ดาชิทำหน้าเหมือนจะเถียงต่อ 

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร... โครม!! เสียงกระแทกสนั่นดังขึ้นจากประตูด้านหลังฝั่งคนขับ ทั้งรถสั่นสะเทือนรุนแรงจนเกือบเสียหลักพุ่งลงข้างทาง กระจกหลังฝั่งซ้ายแตกร้าวราวกับถูกทุบด้วยค้อนยักษ์ ประตูรถยุบเข้าไปครึ่งแผง — ยุบเข้ามาอย่างจะๆ ตรงตำแหน่งที่ดาชิเพิ่งขยับตัวหลบออกมาเพียงวินาทีก่อนหน้า เศษกระจกร่วงกราวใส่เบาะ ดาชิเหลียวมองออกไปอย่างตกตะลึง นอกหน้าต่าง...ร่างมหึมาของบางสิ่งโผล่พ้นแนวต้นไม้ มันสูงเกือบสามเมตร ร่างกายใหญ่เทอะทะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหยาบๆ ผิวหนังเป็นสีเทาน้ำหมึก หัวล้านเงาวับ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ ดวงตาเดียวกลางหน้าผาก เต็มไปด้วยความกระหาย ไซคลอปส์… 

 “หนี! เราต้องทิ้งรถแล้ว!” แซเทอร์ร้องลั่น 

โครมมม! ประตูหลังฝั่งเดียวกับโนอาห์ถูกไซคลอปส์ตะครุบไว้ด้วยมือใหญ่เท่าประตูโรงรถ บานประตูยับคาอุ้งมือของมัน ดึงกระตุกอย่างแรงจนโครงในเริ่มหลุดออกจากกัน…เสียงเหล็กเสียดสีร้องโหยหวน โนอาห์ไม่รอแล้ว…เขาถีบประตูฝั่งคนขับอย่างแรงจนหลุดออกไปข้างทาง พาร่างตัวเองออกจากรถในจังหวะที่ไซคลอปส์เหวี่ยงหมัดลงมาอีกครั้ง ดาชิกัดฟันเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร กระโดดตามออกไปพร้อมเป้ ที่เขาคว้าไว้ทัน รถยนต์สีเข้มถูกเหวี่ยงคว่ำลงข้างถนน ทั้งคู่กลิ้งลงเนินหญ้าริมทาง กลิ่นดินแห้งกระแทกจมูก ปลายรองเท้าขูดกับรากไม้ ดาชิหอบ ขณะมองกลับไป รถของพวกเขา... พังไม่มีชิ้นดี 

“ฉันควรรีพอร์ตนายไหม..” ดาชิพูดเสียงเครียด “...ว่าไม่เตือนข้อมูลสำคัญระดับนี้เนี่ย” โนอาห์ลุกขึ้นขัดเข่า หายใจหอบ ดึงเป้ของตัวเองขึ้นหลัง วิ่งก่อน เดี๋ยวค่อยบ่น!!” เขาชี้ไปยังป่าทึบอีกด้านของถนน “ทางนั้น พวกเราเข้าใกล้ค่ายแล้ว!” 

เสียงคำรามต่ำๆ ตามหลังมา...ดวงตาเดียวของไซคลอปส์ฉายแววเกลียดชังเจิดจ้า มันเริ่มก้าวตามมา ราวกับได้กลิ่นสายเลือดเทพ ลอยอยู่ในอากาศ และพวกเขาก็ออกวิ่ง ระยะทางสุดท้าย...ที่มีเพียงสองเท้ากับโชคเท่านั้น ที่จะพาให้รอดไปถึงค่ายได้ เสียงฝีเท้ายักษ์กระทืบพื้นดินสะท้อนเข้ากระดูก เหมือนแผ่นดินไหวสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา ใบไม้กรอบแห้งใต้ฝ่าเท้าดาชิแตกระเบิดออกทุกก้าวที่เขาพุ่งฝ่าเข้าไปในแนวต้นไม้ เสียงหอบของโนอาห์อยู่ด้านหน้า ห่างไม่เกินสองเมตร 

 “ยังตามมาอยู่ไหม!?” โนอาห์ตะโกนโดยไม่หันกลับ โครม!! เสียงต้นไม้ด้านหลังหักโค่น พร้อมเงาตะคุ่มของไซคลอปส์ที่วิ่งฝ่าแนวไม้ได้เหมือนของเล่น “ตามมาติดๆเหมือนหนี้บัตรเครดิตเลยล่ะ!” ดาชิตอบขณะพุ่งตัวหลบกิ่งไม้ที่ปัดใส่หน้า แรงลมจากกระบองไม้ที่ฟาดพลาดไปแค่คืบ ทำให้ต้นไม้ข้างๆ ระเบิดเป็นเสี่ยง เสียงคำรามของไซคลอปส์ก้องสะท้อนในแนวต้นไม้ แต่เสียงฝีเท้าของมันที่กระแทกลงบนพื้นดินชื้นจนสั่นสะเทือนคือสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด ตึง! ตึง! ตึง! เสียงย่ำของมันดังกว่าเสียงหัวใจของดาชิ — ซึ่งกำลังเต้นแรงจนแทบระเบิดออกจากอก 

“นายวิ่งเร็วกว่านี้ได้มั้ย!?” โนอาห์หอบพรวด พลางกระโดดข้ามรากไม้ยักษ์ที่ชอนไชออกมาบนพื้นป่า “ขาฉันเป็นมนุษย์ไม่ใช่กีบแพ”  

"เลี้ยวซ้าย!” โนอาห์ตะโกนเมื่อเห็นแนวก้อนหินข้างหน้า ดาชิหันตามทันที แต่... ข้อเท้าเขาพลิกตอนกระโดดข้ามรากไม้ แต่แทนที่จะล้มเถาวัลย์เส้นหนึ่งเหมือนบังเอิญแกว่งลงมาพันแขนเขาไว้พอดี พยุงน้ำหนักไว้ชั่วครู่ ทำให้เขาโยนตัวกลับขึ้นมายืนได้ก่อนจะล้มหน้าคะมำ “...ป่าทำไมมันรกขนาดนี้วะ?” ดาชิสบถ โนอาห์หันมาเห็นฉากนั้นพอดี “เงียบน่า ฉันยังไม่เคยเจอใครที่ดวงนรกกว่านายเลยในชีวิตนี้!”

ข้างหน้ามีร่องลึก— กว้างพอให้คนตกลงไปตาย แต่ก็แคบพอให้กระโดดข้ามได้ถ้าโชคดีพอ “เห็นร่องตรงนั่นมั้ย?” โนอาห์ชี้ไปด้านขวา “วิ่งอ้อมไปทางนั้น แล้ว...เฮ้ อย่าทำหน้าแบบนั้น—!” ดาชิไม่ได้ตอบ เขาคว้าโนอาห์วิ่งไปทางร่องลึก ก่อนหรี่ตาเขาลง ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยอย่างคนที่กำลังเดิมพันด้วยสิ่งเดียวที่เขามี  “ขอแค่โอกาสไม่เป็นศูนย์......มาพนันกันซักตั้ง” เขาดึงเพื่อนร่วมทางให้กระโดดไปด้วยกัน และขณะลอยกลางอากาศนั้นเอง...ไซคลอปส์ก็พุ่งตามมา ร่างของมันพุ่งขึ้นสูงราวภูเขาเล็กๆ กระโดดตามด้วยแรงมหาศาล 

แต่... พรึ่บ! นกฝูงใหญ่พุ่งบินผ่านหน้ามันในจังหวะพอดี หนึ่งในนั้นปะทะเข้ากับใบหน้าของมัน ทำให้มันเสียสมดุลในวินาทีสุดท้าย ร่างยักษ์แฉลบกระแทกขอบเหว เสียงคำรามของมันดังลั่น ก่อนที่ไซคลอปส์จะไถลหล่นลงไปในร่องดินด้านล่าง และทุกอย่างเงียบ ดาชิกลิ้งตัวมาล้มที่อีกฝั่งหนึ่งของร่องลึก โนอาห์กลิ้งตามลงมา หอบแทบขาดใจ “นายเพิ่งฆ่าไซคลอปส์ด้วย...ฝูงนก?” โนอาห์มองเขาเหมือนไม่อยากเชื่อ “ฉันแค่กระโดด แล้วมันดันซวยเอง” ดาชิลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากแจ็กเก็ต "แถมเราไม่รู้ด้วยว่ามันตายไหม รีบไปก่อนมันขึ้นมาได้เถอะ" 

พวกเขาออกตัววิ่งต่อไปในตอนนี้แรงของเดมิก็อดแทบจะไม่เหลือ จนแซเทอร์วิ่งแซงไปข้างหน้า จนกระทั่ง “ทางนี้!! เจอรั้วแล้ว!!” ขาทั้งสองข้างเหมือนจะหลุดออกจากสะโพกแต่ดาชิยังฝืนวิ่ง ร่างเขาผ่านแนวไม้ทึบก่อนจะเจอกำแพงหินเตี้ยๆ กับเสาไม้สองต้นฝังตราสัญลักษณ์แปลกตา — รั้วค่าย “เร็วเข้า!” โนอาห์วิ่งผ่านรั้วเข้าไปก่อนจะร้องเร่งคนด้านหลัง ดาชิพุ่งตัวสุดแรง กระโจนผ่านแนวรั้วเข้ามา ทั้งคู่ทิ้งตัวลงไปนอนหัวเราะอยู่บนพื้นหญ้าด้วยความทึ่งในโชคชะตาที่บ้าคลั่ง ตั้งแต่การหนีตายในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก.....

เรตติ้ง

โพสต์ 20621 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-7-11 14:32
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์เมื่อ 2025-7-12 18:43:14 | แสดงทุกชั้น
12-07-2025 06.15 AM

I want to be your everything little darling




หลังออกจากบริเวณกระดานงาน ไนมีเรียก็ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังโรงอาหารทันที แต่กลับเดินขึ้นไปยังเนินฮาล์ฟบลัด ผ่านต้นสนของธาเลียที่ยืนหยัดอย่างทระนง และตรงไปยังเป้าหมายแรกในภารกิจของโซเฟีย ‘ประตูทางเข้าหลักของค่าย’

ซุ้มประตูหินอ่อนสีขาวตั้งตระหง่านต้อนรับรุ่งอรุณ เถาไอวี่ที่เลื้อยพันอย่างงดงามดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมมาตั้งแต่ต้น อักษรกรีกโบราณสีทองที่สลักคำว่า 'ค่ายฮาล์ฟบลัด' ทอประกายเรืองรองเมื่อต้องแสงแรกของวัน มันคือภาพลักษณ์ของบ้านที่ปลอดภัยและสง่างาม

“นี่น่ะเหรอจุดอ่อน?” เสียงของคลาริสซ่าดังขึ้นในหัวอย่างไม่เชื่อถือ “ประตูหินอ่อนที่แข็งยิ่งกว่าหัวของพวกบ้านแอรีส กับเวทมนตร์ป้องกันระดับพระกาฬเนี่ยนะ? ฉันว่าเด็กบ้านอะธีน่าคนนั้นคงเบื่อจนหาเรื่องให้คนอื่นทำเล่นแล้วล่ะ”

“ทุกป้อมปราการมีรอยร้าวเสมอ แคลร์” เจ้าของนัยน์ตาลึกลับตอบกลับเรียบๆ ขณะที่เธอเริ่มเดินสำรวจอย่างละเอียด “หน้าที่ของเราคือการหามันให้เจอก่อนที่ศัตรูจะเจอ”

เธอไม่ได้เดินเข้าไปในค่าย แต่กลับเดินเลาะไปตามแนวขอบนอกของซุ้มประตูอย่างช้าๆ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองทุกรายละเอียด ไม่ใช่ในฐานะผู้อยู่อาศัย แต่ในฐานะผู้บุกรุก

จุดอ่อนที่หนึ่ง ก็ปรากฏแก่สายตาของเธออย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่ตัวประตู แต่คือพื้นดินเบื้องล่าง เส้นทางเดินเท้าที่ถูกเหยียบย่ำจนแน่นนั้นแข็งแรงดี แต่พื้นดินที่อยู่ขนาบข้างทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของอาณาเขตเวทมนตร์พอดี กลับมีร่องรอยของการทรุดตัวเล็กน้อย ดินบริเวณนั้นดูร่วนซุยและชุ่มน้ำกว่าปกติ อาจเป็นเพราะฝนที่ตกหนักเมื่อหลายวันก่อน

“ถ้าฉันเป็นไซคลอปส์ หรืออสุรกายตัวหนักๆ สักตัว” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กกับปากกาออกมา “ฉันจะไม่พุ่งชนประตูตรงๆ แต่จะพุ่งเข้าใส่จุดนี้ ให้พื้นมันทรุด แล้วค่อยหาทางมุดเข้ามาใต้ฐานของประตู”

เธอจดบันทึกข้อเสนอแนะลงไป: ‘จุดที่ 1: พื้นดินข้างประตูทรุดตัว ข้อเสนอแนะ: นำหินแบนขนาดใหญ่จากลำธารมาปูทับเสริมความแข็งแรงบริเวณฐานของซุ้มประตูทั้งสองฝั่ง ใช้แรงงานจากบ้านเฮเฟตัสหรือแอรีส งบประมาณ: ต่ำ’

จากนั้น สตรีตาคมก็เงยหน้าขึ้นมองตัวซุ้มประตู เถาไอวี่ที่ดูสวยงามนั้นกลับดูต่างออกไปในสายตาของนักยุทธศาสตร์

“สวยดีนะ” วิญญาณแม่มดสาวออกความเห็น “ให้ความรู้สึกเหมือนปราสาทในเทพนิยาย”

“มันคือบันได” ไนมีเรียสวนกลับทันที “มันคือบันไดที่สมบูรณ์แบบสำหรับพวกตัวเล็กแต่คล่องแคล่วอย่างฮาร์ปี้ หรือแม้กระทั่งแดรกคีเน่บางสายพันธุ์” เธอชี้ให้เห็นด้วยสายตา “พวกมันสามารถปีนป่ายไปตามเถาวัลย์นี่ขึ้นไปบนยอดซุ้ม แล้วทิ้งตัวลงมาในค่ายจากด้านบน อาจจะเลยจุดที่อาณาเขตเวทมนตร์ทำงานหนาแน่นที่สุดไปก็ได้”

มือที่วาดเฮนน่าจนเต็มจรดปากกาลงบนสมุดอีกครั้ง: ‘จุดที่ 2: เถาไอวี่บนซุ้มประตูเป็นช่องทางให้ปีนป่าย ข้อเสนอแนะ: ตัดแต่งเถาไอวี่เดิมออกส่วนใหญ่ แล้วนำเถาวัลย์หนามจากเรือนกระจกของบ้านดีมีเทอร์มาปลูกแซม ให้มันเลื้อยพันในรูปแบบที่กีดขวางการปีนป่าย งบประมาณ: ต่ำ (ขอความร่วมมือจากบ้านดีมีเทอร์)’

สุดท้าย ว่าที่แม่มดสาวเดินถอยออกมาจนถึงขีดอาณาเขตเวทมนตร์ แล้วหันหน้ากลับเข้าไปมองในค่าย เธอหรี่ตามองไปยังบ้านใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เป็นฉากหลัง

“เห็นอะไรไหม แคลร์?” เธอถามเรียบๆ

“เห็นพวกเด็กขี้เซาบางคนกำลังเดินไปโรงอาหาร”

“ไม่ใช่” ไนมีเรียส่ายหน้าช้าๆ “ฉันเห็น เส้นทางสังหาร” เธออธิบาย “จากจุดที่ฉันยืนอยู่ มันคือแนวเส้นตรงที่ไม่มีอะไรขวางกั้นไปยังระเบียงหน้าบ้านใหญ่ ถ้าอสุรกายประเภทนักธนู หรือพวกที่โจมตีระยะไกลได้มายืนอยู่ตรงนี้ มันสามารถยิงโปรเจกไทล์เข้าใส่ใจกลางค่ายได้อย่างง่ายดายโดยที่ตัวเองยังอยู่นอกเขตแดนที่ปลอดภัย”

นั่นคือจุดอ่อนที่อันตรายที่สุด เพราะมันไม่ใช่จุดอ่อนทางกายภาพ แต่เป็นจุดอ่อนทางการออกแบบ

เธอรีบจดบันทึกลงไปเป็นข้อสุดท้าย: ‘จุดที่ 3: แนวการมองเห็นจากนอกประตูไปยังบ้านใหญ่เปิดโล่งเกินไป ข้อเสนอแนะ: สร้างฉากกั้นหรือกำแพงประดับแบบซิกแซก ห่างจากประตูเข้ามาประมาณ 10-15 เมตร เพื่อทำลายแนวการมองเห็นและบังคับให้ผู้ที่เข้ามาต้องเปลี่ยนทิศทางการเดิน สามารถสร้างจากไม้และผ้าใบเหลือใช้จากคลังของค่ายได้ งบประมาณ: ต่ำมาก’

เมื่อจดบันทึกเสร็จสิ้น ร่างบางก็ปิดสมุดลงด้วยความพึงพอใจ เธอยืนมองผลงานการวิเคราะห์ของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเลือกจุดหมายต่อไป

“ไปที่ต้นสนธาเลียกันต่อเถอะ” เธอกล่าวกับวิญญาณคู่ใจ “ฉันชักสงสัยแล้วสิว่าจุดที่ควรจะปลอดภัยที่สุดของค่าย มันจะมีรูรั่วขนาดไหนกัน”

******

สำรวจความปลอดภัยจุดที่ 1 : ประตูค่าย
@God 

i'll melt your heart into two @HyeRi Codes

เรตติ้ง

โพสต์ 17541 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์เมื่อ 2025-7-12 18:43
โพสต์ 17,541 ไบต์และได้รับ +10 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ชุดบำรุงอาวุธ  โพสต์เมื่อ 2025-7-12 18:43
โพสต์ 17,541 ไบต์และได้รับ +5 EXP +2 เกียรติยศ +2 ความศรัทธา จาก กุหลาบสีน้ำเงินทอง  โพสต์เมื่อ 2025-7-12 18:43
โพสต์ 17,541 ไบต์และได้รับ +2 EXP +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เวทมนต์ [II]  โพสต์เมื่อ 2025-7-12 18:43
โพสต์ 17,541 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 ความศรัทธา จาก ศาสตร์การปรุงยา  โพสต์เมื่อ 2025-7-12 18:43
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ไฟแช็ค
ปากกาหมึกซึม
กิ๊บติดผม
กล่องดนตรี
ตำราเวทมนต์เฮคาที
การควบคุมหมอกขั้นสูง
เข็มกลัดเฮคาที
ทักษะยิงปืน
แหวนดาราจรัส(D)
คิดค้นคาถา
เส้นทางลับ
เรียกอาวุธจากหมอก
กล้องถ่ายรูป
Daedalus's Legacy
กำไลมิตรประสาน
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
การปลุกผี
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
แหวนจันทราทมิฬ
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ชุดเครื่องเพชร
รองเท้าส้นสูง
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
โรคสมาธิสั้น
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x2
x2
x10
x10
x1
x1
x10
x2
x18
x59
x11
x16
x5
x5
x2
x4
x1
x1
x4
x1
x5
x2
x20
x10
x4
x3
x1
x2
x5
x1
x1
x3
x1
x40
x7
x4
x35
x1
x3
x3
x35
x4
x16
x1
x1
x1
x3
x4
x1
x6
x52
x8
x10
x2
x1
x1
x9
x1
x1
x28
x1
x5
x2
x2
x3
โพสต์เมื่อ 2025-7-14 12:42:25 | แสดงทุกชั้น
A. Mikailov
power of calculated luck
To me luck is like a loaded gun—never random, always aimed — Axel

13.07.2025 | 10:30 AM


จากการประเมินปราการแห่งเวทมนตร์, แอ็กเซลเคลื่อนตัวไปยังปราการที่จับต้องได้มากกว่า—ซุ้มประตูหินอ่อนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลักของค่ายฮาล์ฟบลัด มันตั้งตระหง่านอย่างภาคภูมิใจ, เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับสำหรับเหล่าเดมิก็อด และเป็นคำประกาศิตว่า 'ห้ามเข้า' สำหรับทุกสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น


แต่สำหรับบุตรแห่งไทคี, ทุกคำประกาศิตย่อมมีข้อยกเว้น


เขาไม่ได้เดินเข้าไปใต้ซุ้มประตู แต่เลือกที่จะหยุดสังเกตการณ์จากระยะไกล, ตรงจุดที่ต้นไม้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าโล่งเตียนหน้าทางเข้า เขากำลังประเมิน 'เขตสังหาร'—พื้นที่เปิดโล่งที่ศัตรูจะต้องข้ามผ่านก่อนจะมาถึงตัวประตู มันกว้างพอที่จะทำให้ศัตรูส่วนใหญ่ลังเล แต่สำหรับศัตรูที่รวดเร็วหรือมีเกราะหนาพอ มันก็เป็นแค่สนามวิ่งเล่น


สายตาของเขากวาดสำรวจตัวประตูอย่างละเอียด, แยกส่วนประกอบของมันออกเป็นชิ้นๆ ในใจ


โครงสร้างทางกายภาพ: ซุ้มประตูหินอ่อนนั้นดูแข็งแกร่ง, แต่เมื่อเวลาผ่านไป แม้แต่หินก็ยังสึกกร่อน เขาเพ่งมองไปที่รอยต่อระหว่างก้อนหิน, มองหาร่องรอยของมอสส์หรือรอยร้าวเล็กๆ ที่อาจบ่งบอกถึงความอ่อนแอภายใน บานประตูไม้โอ๊กขนาดมหึมาที่ถูกเสริมด้วยทองสัมฤทธิ์นั้นดูน่าเกรงขาม, แต่บานพับเหล็กที่ยึดมันไว้กับเสาหินล่ะ? จากระยะนี้, เขาเห็นคราบสนิมสีส้มจางๆ เกาะอยู่ที่บางจุด สนิมคือความเสื่อม คือศัตรูเงียบของความแข็งแกร่ง


ปัจจัยมนุษย์: มีเดมิก็อดสองคนยืนเฝ้าอยู่ข้างประตู พวกเขาดูเบื่อหน่าย, ยืนพิงเสาหินอ่อนสลับกับเดินไปมาอย่างไร้ทิศทาง สายตาของพวกเขาไม่ได้สอดส่ายไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แต่กลับมองเข้าไปในค่ายมากกว่าจะมองออกมาข้างนอก—เป็นความผิดพลาดคลาสสิกของผู้ที่รู้สึกปลอดภัยเกินไป รูปแบบการเดินของพวกเขาสามารถคาดเดาได้ง่าย, สร้างช่องว่างของเวลาและพื้นที่ที่ศัตรูผู้มีสายตาแหลมคมสามารถฉวยโอกาสได้


สภาพแวดล้อม: พื้นดินบริเวณหน้าประตูถูกเหยียบย่ำจนแน่น, แต่เมื่อมองออกไปไกลอีกหน่อย, พื้นดินจะนุ่มขึ้นและเป็นดินร่วนมากกว่า มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่ศัตรูบางชนิดจะขุดอุโมงค์ลอดใต้กำแพงเวทมนตร์ที่อาจจะไม่ได้หยั่งรากลึกลงไปในดิน? เขามองไปยังหน้าผาเตี้ยๆ ที่อยู่ทางปีกซ้ายของประตู มันสามารถใช้เป็นจุดซุ่มยิงชั้นดีสำหรับศัตรูที่ใช้ธนู หรือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการจู่โจมจากมุมสูงได้


เขาไม่ได้แตะต้องอะไรเลย, แค่เดินผ่านไปอย่างเงียบๆ, เก็บข้อมูลทุกอย่างเข้าสู่คลังความคิดที่จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เขาไม่เห็นประตูที่พังยับเยิน, แต่เขาเห็นบานพับที่อ่อนแอ, ยามที่ประมาท, และภูมิประเทศที่เอื้อต่อการซุ่มโจมตี


มันไม่ใช่จุดอ่อนจุดเดียวที่อันตราย...แต่เป็นการรวมกันของจุดอ่อนเล็กๆ หลายจุดที่สามารถสร้างหายนะได้


การประเมินเสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลทั้งหมดเชื่อมต่อกันในหัวของเขาเป็นภาพที่ชัดเจน—ภาพของป้อมปราการที่งดงามแต่เต็มไปด้วยรูพรุน


ตอนนี้เหลือแค่การเรียบเรียงมันลงบนกระดาษ แล้วนำเสนอให้คนที่ต้องรับผิดชอบได้เห็น...ว่าบ้านที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยนั้น, แท้จริงแล้วมันเปราะบางเพียงใด






Power Money Game Music
CABIN 19
@Hye Ri

เรตติ้ง

โพสต์ 12915 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-7-14 12:42
โพสต์ 12,915 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 เกียรติยศ +5 ความกล้า จาก ชุดบำรุงอาวุธ  โพสต์เมื่อ 2025-7-14 12:42
โพสต์ 12,915 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก สรรสร้าง  โพสต์เมื่อ 2025-7-14 12:42
โพสต์ 12,915 ไบต์และได้รับ +4 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก สร้อยไข่มุกตาฮิตี   โพสต์เมื่อ 2025-7-14 12:42
โพสต์ 12,915 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก หูฟังบลูทูธ  โพสต์เมื่อ 2025-7-14 12:42
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์เมื่อ 2025-7-19 17:26:47 | แสดงทุกชั้น
profile

บทที่ 3: ประตูแห่งการเริ่มต้น

วันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2025
ค่ายฮาล์ฟบลัด, เชิงเนินเขา ลองไอแลนด์


     แสงแดดอ่อน ๆ ของฤดูร้อนสาดส่องลอดผ่านพุ่มไม้และต้นสนสูงใหญ่ สายลมโชยบางเบาให้กลิ่นดินปนกลิ่นใบสนลอยเอื่อยอยู่ในอากาศ รถแท็กซี่สีเหลืองหยุดลงเบื้องหน้ารั้วลวดหนามที่ดูเหมือนจะธรรมดาสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับสายตาของ จูเลียต โอฟีเลีย ที่เพิ่งผ่านอะไรมามากมายในไม่กี่วัน มันคือประตูสู่โลกใหม่


    พอเธอเดินทางก้าวเรียวขาบาง เดินทางลงมาจากบริเวณรถยนต์โดยมี อัลเฟรด โจนส์ ก้าวตามลงมา เขาดูเหมือนมนุษย์ทั่วไปในยีนส์ซีดและแจ็กเก็ตเก่า ๆ แต่ในสายตาเธอ เขาคือผู้ช่วยชีวิต แซเทอร์ผู้ลึกลับ ที่พาเธอหลุดพ้นจากเงื้อมมือของอสุรกายมาได้อย่างหวุดหวิด


อัลเฟรด : “ถึงแล้ว เจ้าหญิงของฉัน”

(เขาแกล้งโค้งคำนับเหมือนพ่อบ้านในการ์ตูน)


    จูเลียตมองประตูไม้เก่าแก่เบื้องหน้า มันมีซุ้มไม้สลักอักขระกรีกเลือนราง พร้อมกับป้ายไม้ที่ดูเหมือนเขียนว่า “ค่ายฮาล์ฟบลัด” เธอสูดหายใจลึก แล้วก็ค่อยๆ ทำการเดินก้าวเรียวขาบางเข้าไปในทันที




แรกย่างสู่โลกใบใหม่


    เมื่อก้าวผ่านธรณีประตู ทุกอย่างพลันเปลี่ยนไป

บรรยากาศด้านในเหมือนสรวงสวรรค์กลางป่า สนามหญ้าเขียวขจีทอดตัวไปถึงแนวป่าในระยะไกล เด็กวัยรุ่นจำนวนมากสวมเสื้อค่ายสีส้มสดใส วิ่งเล่น พูดคุย ซ้อมรบ บ้างก็ขี่เพกาซัสขาวโพลนวนเวียนในอากาศ กลิ่นควันไฟจากครัวลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นขนมอบสดใหม่


    จูเลียตยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง บางคนมองเธอด้วยสายตาอยากรู้ บ้างก็เพียงหันมาเหลือบแล้วกลับไปสนใจเรื่องของตนต่อ


     ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจ เสียงหนึ่งที่อ่อนโยนและสงบนิ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง


> ??? : “เธอคือเด็กใหม่ใช่ไหมจ๊ะ?”


     จูเลียตหันกลับไป และพบกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีเฮเซลเป็นประกาย เธอสวมเสื้อค่ายตัวเดียวกัน แต่มีผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ผูกอยู่ที่เอว พร้อมถือตะกร้าใส่สมุนไพรพวกลาเวนเดอร์กับโรสแมรีไว้ในมือ


   มาร์ธา : “ฉันชื่อ มาร์ธา คอสตากิส จ้ะ เรียกว่ามัมมี้ก็ได้ ทุกคนในค่ายเรียกฉันแบบนั้น เธอชื่ออะไรเอ่ย?”


    จูเลียต : (ตอบเสียงเบาแต่ชัดเจน) “จูเลียต… จูเลียต โอฟีเลียค่ะ”


    มาร์ธา : “ยินดีต้อนรับจ้ะ จูเลียต มัมมี้ดีใจที่ได้เจอเธอ” (เธอค่อยๆ เริ่มทำการยิ้มหวาน ออกมาอย่างอบอุ่น ใบหน้า ของ ห๘งสานั้นไม่ต่างจากแสงตะวันเช้าในช่วงเวลายามเช้าเลยแม้แต่น้อย)


    มาร์ธา : “ตอนนี้เธอคงเหนื่อยสินะ เดินทางมานานเลย... เอาล่ะ เดี๋ยวมัมมี้จะพาไปที่ บ้านใหญ่ เธอต้องไปรายงานตัวก่อนน่ะจ้ะ หลังจากนั้นจะมีคนแนะนำรายละเอียดของค่ายให้เอง”


สู่บ้านใหญ่ 


    ทั้งคู่กำลังทำการก้าวเรียวขาบาง เดินทางผ่านตรงบริเวณลานฝึกที่มีนักธนูกำลังยิงเป้า เด็กชายคนหนึ่งเสกน้ำวนขึ้นมาจากบ่อน้ำเล่นกับเพื่อน ส่วนอีกมุมหนึ่งก็มีคนกำลังซ่อมชุดเกราะอยู่เงียบ ๆ


    จูเลียตมองทุกอย่างด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความสงสัยและตื่นเต้น เธอรู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “ค่ายฤดูร้อน” แต่มันคือที่ซึ่งเธอจะได้เรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองและ เกี่ยวกับสายเลือด ของ ตัวเธอเองที่อาจจะกำลังตื่นขึ้นมาภายในกายได้ทุกเมื่อ


     มาร์ธา : “มัมมี้ก็ไม่ใช่เดมิก็อดแบบคนอื่นหรอกนะจ๊ะ พ่อแม่ของฉันขอพรจากเทพีเฮร่าในวันแต่งงาน แล้วเธอก็ประทานฉันมาให้”


(มาร์ธายิ้มบาง ขณะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยน)


    มาร์ธา : “ฉันไม่มีพลังพิเศษ ไม่มีอาวุธคู่ใจ แต่ฉันรักที่นี่ และรักทุกคนที่นี่เหมือนลูกของตัวเอง”


    เมื่อถึงบ้านใหญ่  เรือนไม้สีอบอุ่นที่ตั้งอยู่ใจกลางค่าย  มาร์ธาหยุดยืนแล้วหันกลับมา


    มาร์ธา : “เข้าไปเถอะนะจ้ะ ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเธอ มัมมี้จะรอข้างนอกนะ”


   จูเลียต : (สบตาเธอแล้วพยักหน้าเบา ๆ) “ขอบคุณค่ะ… มัมมี้”




    หลังจากนั้นประตู ของ บ้านใหญ่ก็ค่อยๆ เริ่มถูกทำการเปิดออกอย่างช้า ๆ ท่ามกลางแสงแดดที่ตกกระทบลงบนแผ่นหลังของเธอ และเงาเบื้องหน้าซึ่งทอดลึกเข้าสู่โลกของเทพเจ้า



bottom-image

เรตติ้ง

โพสต์ 13738 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 17:26
โพสต์ 13,738 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 17:26
โพสต์ 13,738 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 17:26
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โพสต์เมื่อ 2025-7-19 23:40:15 | แสดงทุกชั้น
A. Mikailov
power of calculated luck
To me luck is like a loaded gun—never random, always aimed — Axel

19.07.2025 | 07:10 PM


เขตแดนเวทมนตร์ของค่ายสิ้นสุดลงตรงซุ้มประตูหินอ่อน เมื่อบุตรแห่งโชคชะตาก้าวข้ามมันออกมา, เขาก็ได้ทิ้งโลกแห่งเทพนิยายไว้เบื้องหลัง, กลับสู่ความเป็นจริงของถนนลาดยางที่ทอดยาวและป้ายบอกทางที่ขึ้นสนิม


ในกระเป๋ากางเกงของเขา, เหรียญทองของไทคีและเนเมซิสให้ความรู้สึกหนักอึ้งและเย็นเฉียบ—เป็นเครื่องเตือนใจถึงเกมที่ใหญ่กว่าซึ่งกำลังดำเนินอยู่เบื้องหลัง แต่สำหรับภารกิจในตอนนี้, เขาต้องการพาหนะที่ไวพอจะฝ่าการจราจรติดอันขัดของมนุษย์, และมีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้น


เขาหยุดยืนอยู่ริมถนน, มองซ้ายมองขวาเหมือนคนธรรมดาทั่วไปที่กำลังจะข้ามถนน, แต่การกระทำของเขากลับมีเป้าหมายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาล้วงหยิบเหรียญดรักม่าสีทองเหรียญหนึ่งออกมา—เหรียญมาตรฐานสำหรับใช้ในโลกของเทพเจ้าและอสูรกาย—ไม่ใช่เหรียญที่เพิ่งได้รับ


บุรุษชาวรัสเซียสูดหายใจเข้าลึก, รวบรวมสมาธิ, แล้วเปล่งเสียงออกมาด้วยภาษาโบราณที่เขาเคยอ่านเจอในตำรา แต่ไม่เคยลองใช้จริงมาก่อน


"Stêthi 'Ô hárma diabolês." (หยุด, ราชรถแห่งความวิบัติ)


เสียงของเขาไม่ได้ดัง, แต่คมชัดและก้องกังวานอย่างประหลาดในความเงียบของยามเย็น พร้อมกันนั้น, เขาก็โยนเหรียญดรักม่าลงบนพื้นถนน เสียงโลหะกระทบกับยางมะตอยดัง *แกร๊ง* เพียงครั้งเดียว, แล้วความเงียบก็กลับคืนมา


เป็นเวลาสองวินาทีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...


แล้วจู่ๆ อากาศเบื้องหน้าเขาก็บิดเบี้ยวราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำที่ถูกรบกวน เสียงกรีดร้องของยางรถยนต์ที่เสียดสีกับพื้นถนนดังลั่นขึ้นมาจากความว่างเปล่า, และในพริบตา, แท็กซี่รุ่นเก่าบุโรทั่งคันหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากที่ไหนไม่รู้, จอดสนิทอยู่ตรงหน้าเขาราวกับว่ามันอยู่ตรงนั้นมาตลอดเวลา


มันคือรถเช็คเกอร์แค็บสีเทาหม่นเหมือนท้องฟ้ายามมีพายุ, ตัวถังบุบเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน, ส่งกลิ่นอับของเบาะที่นั่งเก่าๆ และกลิ่นบางอย่างที่ระบุไม่ได้จางๆ


ประตูผู้โดยสารด้านหลังเปิดออกเองอย่างเชื่องช้า, ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับกำลังเชื้อเชิญ


แอ็กเซลไม่ลังเล เขาก้าวขึ้นไปบนรถแล้วปิดประตู, ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ภายในรถมืดและอับกว่าที่คิด, เงาร่างสามเงาในเบาะหน้าดูเหมือนจะซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก


"สถานีแกรนด์เซ็นทรัล" เขาเอ่ยบอกจุดหมายปลายทาง, น้ำเสียงราบเรียบ "และช่วยรีบหน่อย…ผมมีรถไฟต้องขึ้น"


โดยไม่มีการตอบรับใดๆ, รถแท็กซี่ก็กระชากตัวออกไปอย่างรุนแรงจนร่างของเขาถูกอัดติดกับเบาะนั่ง ทิวทัศน์นอกหน้าต่างบิดเบี้ยวจนพร่าเลือน, ป้ายบอกทางและต้นไม้กลายเป็นเพียงเส้นสีที่พุ่งผ่านไปข้างหลังด้วยความเร็วที่เป็นไปไม่ได้







1 Drucma: Calling Taxi
2 Drucma: To Grand Central Station
Power Money Game Music
CABIN19
@Hye Ri

เรตติ้ง

โพสต์ 11013 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 23:40
โพสต์ 11,013 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 23:40
โพสต์ 11,013 ไบต์และได้รับ +5 ความกล้า จาก โล่อัสพิส  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 23:40
โพสต์ 11,013 ไบต์และได้รับ +3 EXP +2 เกียรติยศ +2 ความกล้า +1 ความศรัทธา จาก หมวกเกราะ  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 23:40
โพสต์ 11,013 ไบต์และได้รับ +2 EXP +5 เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก เข็มกลัดไทคี  โพสต์เมื่อ 2025-7-19 23:40
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์เมื่อ 2025-7-21 01:26:04 | แสดงทุกชั้น
A. Mikailov
power of calculated luck
To me luck is like a loaded gun—never random, always aimed — Axel

21.07.2025 | 00:30 AM


อากาศยามราตรีของลองไอส์แลนด์ที่เย็นและสดชื่นควรจะเป็นการต้อนรับที่น่าพึงพอใจ, แต่สำหรับร่างกายที่เพิ่งผ่านกำแพงความร้อนชื้นของประเทศไทยและการเดินทางข้ามซีกโลกมา, มันกลับเป็นเหมือนการตบหน้าด้วยความเย็นยะเยือก สังขารของบุตรแห่งไทคีประท้วงระงมอยู่ภายใน, ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นหญ้าที่มุ่งหน้าไปยังซุ้มประตูค่ายนั้นหนักอึ้งและเชื่องช้า


ทว่าเมื่อเขามาถึงซุ้มประตูทางเข้าค่าย, ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับไม่ใช่ทางเดินที่ว่างเปล่าสู่ที่พักพิงที่เขาโหยหา


ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนพิงเสาหินอ่อนอยู่ใต้ซุ้มประตูนั้น, อาบไล้ด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ของสนธยาที่ไม่เคยดับลับ ความงามของหล่อนราวกับไม่ใช่ผลงานของธรรมชาติ แต่เป็นงานศิลป์ชั้นเอกที่ถูกปั้นแต่งขึ้นโดยช่างฝีมือที่เก่งที่สุดในจักรวาล


ทุกองค์ประกอบบนใบหน้าของหล่อนสมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก—ผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนกระเบื้องเคลือบ, ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ, และเส้นผมยาวสลวยเงางามเหมือนเส้นไหม แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของแอ็กเซลได้มากที่สุดคือดวงตาของหล่อน—ดวงตาที่เปลี่ยนเฉดสีไปมาอย่างช้าๆ ราวกับอัญมณีล้ำค่า, จากสีน้ำทะเลลึกสู่สีเขียวมรกตยามต้องแสง


บุตรแห่งไทคีหยุดเดิน, ร่างกายของเขาตื่นตัวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ, ผลักไสความอ่อนเพลียให้ไปอยู่เบื้องหลัง นี่ไม่ใช่เดมิก็อด, ไม่ใช่มนุษย์…และไม่ใช่อสูรกาย


หญิงสาวผู้เลอโฉมแย้มยิ้ม, และรอยยิ้มนั้นก็งดงามพอที่จะหยุดสงครามหรือก่อสงครามได้ในเวลาเดียวกัน "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน, แอ็กเซล มิคาอิลอฟ" เสียงของหล่อนไพเราะราวกับเสียงดนตรี, หวานละมุนและเปี่ยมด้วยอำนาจ

"ข้าเฝ้ารอการกลับมาของเจ้าอยู่"


"ท่านคือ…" เขาเอ่ยถาม, แม้ว่าในใจจะเริ่มคาดเดาคำตอบได้แล้ว


รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหล่อน
"ข้าคือแอโฟรไดท์"


ดีลเลอร์แห่งค่ายฮาฟบลัดโค้งศีรษะลงเล็กน้อย, เป็นการแสดงความเคารพที่ถูกควบคุมไว้เป็นอย่างดี "เป็นเกียรติครับ, ท่านหญิง"


"ไม่ต้องมากพิธีหรอก" เทพีแห่งความงามกล่าว, เธอก้าวเข้ามาหาเขา, กลิ่นหอมที่ไม่ใช่ของโลกมนุษย์ลอยอวลอยู่รอบตัวเธอ "ข้าแค่แวะมาดูผลงานด้วยตาของตัวเอง…และต้องขอบอกว่าข้าพอใจมาก" สายตาที่เปลี่ยนสีได้ของเธอสบกับเขาโดยตรง "เจ้าไม่ได้ใช้กำลังเพื่อยุติความขัดแย้ง, แต่เจ้าใช้ความหวัง…เป็นวิธีการที่ทั้งงดงามและมีชั้นเชิง"


แอโฟรไดท์ยื่นมือที่เรียวงามของหล่อนออกมา ในฝ่ามือของหล่อนคือถุงผ้าไหมขนาดเล็กที่ปักลวดลายดอกไม้อย่างประณีต และข้างๆ กันนั้นคือเมล็ดพันธุ์สีทองอร่ามสามสี่เมล็ดที่ส่องประกายด้วยแสงของมันเอง "นี่คือรางวัลสำหรับความพยายามของเจ้า" เธอกล่าว "เมล็ดพันธุ์กุหลาบสีทอง…และสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เพื่อตอบแทนความเหนื่อยยาก"


นี่คือการจ่ายค่าจ้าง, ไม่ใช่ของขวัญ…ความคิดนั้นผุดขึ้นในหัวของเขา


เขาเอื้อมมือไปรับของเหล่านั้นอย่างสุภาพ, ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวที่นุ่มนวลของเทพีเพียงชั่วครู่—เป็นความรู้สึกที่ทั้งอบอุ่นและเย็นเยียบในเวลาเดียวกัน

"ขอบคุณครับ"


"จงใช้มันให้ดีเถิด" สิ้นคำพูดนั้น, ร่างของเธอก็ไม่ได้หายวับไปในแสงสว่างจ้า, แต่กลับค่อยๆ จางหายไปในอากาศราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกน้ำชะล้าง, ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบที่ลอยอวลอยู่ในอากาศยามดึก


เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง, จ้องมองเมล็ดพันธุ์ในมือและถุงผ้าไหมที่น่าสงสัย, ก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง แล้วจึงถอนหายใจยาว ตอนนี้ในหัวเขมีแต่คำว่านอน นอน และนอน เท่านั้น สองขาพาสังขารที่เหลือตรงกลับเคบิน เพื่อเก็บของและอาบน้ำนอน โดยไม่รู้สึกตัวว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่จับต้องอยู่อย่างอบอุ่นปนขบขัน







ความรัก ความเมตตา และสันติภาพ: Success
+500 ดอลลาร์ +50 ดรักม่า +100 เกียรติยศ +2 Point
Item: เมล็ดพันธุ์กุหลาบสีทอง 1 ถุง 
+35 ความโปรดปรานจากอะโฟรไดท์
+10 ความโปรดปรานจากฮาร์โมเนีย
Heroes: +25 ความโปรดปราน
Power Money Game Music
CABIN 19
@Hye Ri

เรตติ้ง

God
คุณได้รับ +100 เกียรติยศ โพสต์เมื่อ 2025-7-21 10:35
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-12-1] อะโฟร์ไดท์ เพิ่มขึ้น 70 โพสต์เมื่อ 2025-7-21 10:35
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-43-1] ฮาร์โมเนีย เพิ่มขึ้น 10 โพสต์เมื่อ 2025-7-21 10:34
โพสต์ 16185 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-7-21 01:26
โพสต์ 16,185 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ  โพสต์เมื่อ 2025-7-21 01:26

ให้คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า +50 เงินดอลลาร์ +500 ย่อเก็บ เหตุผล
God + 50 + 500

ดูคะแนนทั้งหมด

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์เมื่อ 2025-7-24 02:19:52 | แสดงทุกชั้น
19-07-2025 05.15 AM

I want to be your everything little darling




เนินฮาล์ฟบลัดในยามรุ่งอรุณคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเอง มันคือปราการด่านสุดท้ายที่ปกป้องค่ายจากโลกภายนอก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นประตูสู่โลกที่เต็มไปด้วยภยันตรายเช่นกัน สายลมยามเช้าพัดพาเอากลิ่นหอมของต้นสนและไอดินที่ชื้นแฉะมาปะทะใบหน้า แต่ใต้กลิ่นที่คุ้นเคยนั้น สตรีตาคมกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นจางๆ ของยางมะตอยและควันไอเสียที่ลอยมาจากทางหลวงที่อยู่ห่างไกล

เท้าที่สวมรองเท้าบูทหนังหยุดยืนอยู่ตรงสุดขอบอาณาเขตเวทมนตร์ของค่าย ตรงจุดที่ถนนดินของค่ายบรรจบกับถนนลาดยางของโลกมนุษย์ มันคือทางสามแพร่งโดยสมบูรณ์แบบ

“พร้อมจะเต้นรำกับสามพี่น้องแห่งโชคชะตาแล้วเหรอ” เสียงของคลาริสซ่าดังขึ้นในห้วงคำนึง เจือด้วยความประชดประชันระคนตื่นเต้น “หวังว่าเธอจะไม่ได้ให้ทิปพวกนางด้วยดอกกุหลาบสีน้ำเงินหรอกนะ ฉันว่าพวกนางน่าจะชอบอะไรที่มันจับต้องได้มากกว่า อย่างเช่น ดวงตาของใครสักคน”

เจ้าของรอยยิ้มงามไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแค่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วหยิบเหรียญดรักม่าสีทองอร่ามออกมาเหรียญหนึ่ง มันไม่ใช่แค่เศษโลหะสำหรับจ่ายค่าเดินทาง แต่ในมือของธิดาแห่งเฮคาทีแล้ว มันคือเครื่องสังเวย คือกุญแจที่ใช้เปิดประตูสู่เส้นทางที่มองไม่เห็น

ร่างอรชรหลับตาลง สูดลมหายใจที่เย็นเฉียบของยามเช้าเข้าไปเต็มปอด รวบรวมสมาธิให้แน่วแน่ ตัดเสียงลมและเสียงของโลกที่กำลังจะตื่นขึ้นทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความเงียบงันและความตั้งใจที่คมกริบของเธอ

จากนั้น ริมฝีปากสีแดงสดของเธอก็ขยับเปล่งเสียงออกมาด้วยภาษากรีกโบราณ มันไม่ใช่คำสั่งที่เกรี้ยวกราด ไม่ใช่การตะโกนที่ท้าทาย แต่เป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบาราวกับบทสวดมนต์ในวิหารที่ถูกลืม

“Ω Τρεις Αδελφές, της γκρίζας μοίρας υφάντρες, ακούστε την κλήση μου.” (โอ้ สามพี่น้อง ผู้ทักทอโชคชะตาสีเทา โปรดฟังคำเรียกหาของข้า)

"Stêthi 'Ô hárma diabolês." (หยุด, ราชรถแห่งความวิบัติ) พร้อมกันนั้น เธอก็ปล่อยเหรียญดรักม่าในมือให้ร่วงหล่นลงสู่พื้น มันไม่ได้กระทบกับพื้นยางมะตอยจนเกิดเสียงดัง แกร๊ง แต่มันกลับจมหายลงไปในเงาของเธอเองราวกับถูกผืนน้ำสีดำกลืนกิน!

เป็นเวลาสองวินาทีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แล้วจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไป อากาศที่เคยเย็นสบายกลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยไฟฟ้าสถิตจนขนบนแขนของเธอลุกชัน เงาของต้นสนที่ทอดตัวยาวอยู่บนพื้นถนนเริ่มบิดเบี้ยวและเต้นระริกอย่างผิดธรรมชาติ พวกมันไหลมารวมกันเป็นบ่อหมึกสีดำทะมึนที่ใจกลางทางสามแพร่งนั้น

ไม่มีเสียงกรีดร้องของยางรถยนต์ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่น มีเพียงความเงียบที่น่าขนลุกขณะที่รถแท็กซี่รุ่นเก่าบุโรทั่งคันหนึ่งค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากแอ่งเงาที่รวมตัวกันนั้น มันไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในพริบตา แต่ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเหมือนกับความฝันร้ายที่กลายเป็นจริง

มันคือรถเช็คเกอร์แค็บสีเทาหม่น สีเทาของเถ้าธุลีหลังโลกาวินาศ สีเทาของหลุมศพที่ถูกลืม ตัวถังของมันบุบเบี้ยวและเป็นรอยขีดข่วนราวกับเคยผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน กลิ่นอับของเบาะที่นั่งที่อมความเศร้าโศกมานานนับศตวรรษและกลิ่นโลหะจางๆ ของเลือดที่แห้งกรังลอยออกมาจากตัวรถ

ประตูผู้โดยสารด้านหลังเปิดออกเองอย่างเชื่องช้าไร้ซึ่งเสียงใดๆ ราวกับปากของอสูรกายที่กำลังอ้าเชื้อเชิญเหยื่อรายต่อไป

ไนมีเรียไม่ลังเล สองเท้าของเธอก้าวขึ้นไปบนรถแล้วปิดประตูลง ตัดขาดจากแสงแรกของรุ่งอรุณโดยสิ้นเชิง ภายในรถมืดและเย็นเยียบกว่าที่คิด เงาร่างสามเงาที่เบาะหน้าดูเหมือนจะซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก พวกเธอมีดวงตาเพียงดวงเดียวที่ใช้ร่วมกันซึ่งกำลังจ้องมองมาที่กระจกหลัง มันเป็นดวงตาที่กลวงโบ๋และไร้ซึ่งประกายใดๆ

“ไทม์สแควร์” ว่าที่แม่มดสาวเอ่ยบอกจุดหมายปลายทาง น้ำเสียงของเธอราบเรียบและเด็ดขาด “เป้าหมายแรกของฉันรออยู่ที่นั่น”

โดยไม่มีการตอบรับใดๆ รถแท็กซี่ก็กระชากตัวออกไปอย่างรุนแรงจนร่างบางถูกอัดติดกับเบาะนั่ง มันไม่ได้วิ่งไปตามถนนจนลำใส้แทบขย้อนออกมา แต่กลับพุ่งทะยานเข้าไปในมิติที่บิดเบี้ยว ทิวทัศน์นอกหน้าต่างไม่ได้เป็นเส้นสีที่พร่าเลือน แต่กลับกลายเป็นภาพของมหานครนิวยอร์กที่ซ้อนทับกันนับพันชั้น ตึกระฟ้าบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น ป้ายโฆษณากลายเป็นแม่น้ำแห่งแสงสี และผู้คนก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของโชคชะตาที่พุ่งผ่านไปข้างหลังด้วยความเร็วที่เป็นไปไม่ได้ นี่คือการเดินทางที่ข้ามผ่านเส้นด้ายแห่งความเป็นจริง มุ่งหน้าสู่ใจกลางของความโกลาหลที่เธอเป็นคนเลือกเอง

1 ดรักม่า สำหรับการเรียกแท็กซี่สามพี่น้องสายแปด
2 ดรักม่า ไปส่งนิวยอร์คไทม์สแควร์

@God 


i'll melt your heart into two @HyeRi Codes

เรตติ้ง

โพสต์ 16934 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์เมื่อ 2025-7-24 02:19
โพสต์ 16,934 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก แหวนดาราจรัส(D)  โพสต์เมื่อ 2025-7-24 02:19
โพสต์ 16,934 ไบต์และได้รับ +8 EXP +7 เกียรติยศ +7 ความกล้า +7 ความศรัทธา จาก เส้นทางลับ  โพสต์เมื่อ 2025-7-24 02:19
โพสต์ 16,934 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 ความศรัทธา จาก ควบคุมหมอก  โพสต์เมื่อ 2025-7-24 02:19
โพสต์ 16,934 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก กล้องถ่ายรูป  โพสต์เมื่อ 2025-7-24 02:19

ให้คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า -3 ย่อเก็บ เหตุผล
God -3

ดูคะแนนทั้งหมด

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ไฟแช็ค
ปากกาหมึกซึม
กิ๊บติดผม
กล่องดนตรี
ตำราเวทมนต์เฮคาที
การควบคุมหมอกขั้นสูง
เข็มกลัดเฮคาที
ทักษะยิงปืน
แหวนดาราจรัส(D)
คิดค้นคาถา
เส้นทางลับ
เรียกอาวุธจากหมอก
กล้องถ่ายรูป
Daedalus's Legacy
กำไลมิตรประสาน
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
การปลุกผี
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
แหวนจันทราทมิฬ
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ชุดเครื่องเพชร
รองเท้าส้นสูง
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
โรคสมาธิสั้น
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x2
x2
x10
x10
x1
x1
x10
x2
x18
x59
x11
x16
x5
x5
x2
x4
x1
x1
x4
x1
x5
x2
x20
x10
x4
x3
x1
x2
x5
x1
x1
x3
x1
x40
x7
x4
x35
x1
x3
x3
x35
x4
x16
x1
x1
x1
x3
x4
x1
x6
x52
x8
x10
x2
x1
x1
x9
x1
x1
x28
x1
x5
x2
x2
x3
โพสต์เมื่อ 2025-7-26 23:29:49 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Nymeria เมื่อ 2025-7-27 03:17

20-07-2025 09.30 AM

I want to be your everything little darling




สองเท้าที่ก้าวเดินกลับค่ายในครั้งนี้ไม่ได้รู้สึกเบาสบายเหมือนตอนขามา แม้ว่าภารกิจกำจัดก็อบลินจะลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่สงครามย่อยๆ ที่เกิดขึ้นตามมากับเหล่าอสูรกายตัวจิ๋วกลับทิ้งความเหนื่อยอ่อนและรสชาติขมปร่าของความพ่ายแพ้ไว้ในปาก สายไหมที่หวังจะใช้เยียวยาจิตใจก็ไม่ได้ลิ้มรสแม้แต่คำเดียว

“น่าจะจับเจ้าพวกพัควัดจินั่นมาย่างกินให้หมดซะก็ดี” เสียงของแคลร์บ่นอุบในห้วงคำนึง “อย่างน้อยก็น่าจะพอใช้แทนค่าลูกธนูที่เสียไปได้บ้าง”

เจ้าของรอยยิ้มเรียบไม่ได้ตอบอะไร แคลรืเป็นวิญญาณกินไม่ได้อยู่แล้ว ทำเพียงแค่หยิบโทรศัพท์สัมฤทธิ์สวรรค์ขึ้นมา ปลายนิ้วที่ยังคงมีคราบฝุ่นจากการต่อสู้เกาะอยู่จางๆ ไล้ไปบนหน้าจอเนคทาร์อย่างเกียจคร้าน เลื่อนผ่านข่าวสารและโพสต์ต่างๆ ของเหล่าเดมิก็อดในค่าย มีทั้งภาพถ่ายเซลฟี่กับอสูรกายที่เพิ่งล่ามาได้, ประกาศขายของวิเศษ, ไปจนถึงกระทู้บ่นเรื่องอาหารในโรงอาหารที่รสชาติไม่ถูกปาก

สายตาคมกริบกวาดมองไปเรื่อยๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับโพสต์หนึ่งจากฟอรั่มของค่ายจูปิเตอร์ มันคือกระทู้สนทนาเกี่ยวกับเทคนิคการรักษาบาดแผลด้วยแสงของอพอลโล แล้วชื่อหนึ่งที่คุ้นเคยก็แวบเข้ามาในหัว

ดัลลาส เวลดอน?

รุ่นพี่หมอหนุ่มจากค่ายฝั่งโรมัน บุตรแห่งอพอลโล่ที่เคยเจอกันในงานเลี้ยงสังสรรค์เมื่อนานมาแล้ว ความทรงจำเกี่ยวกับเขาค่อนข้างเลือนราง มีเพียงความรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่พูดจาฉลาดและมีรอยยิ้มที่อบอุ่นจนน่าประหลาดใจ การสนทนาสั้นๆ ในวันนั้นมันไหลลื่นและถูกคออย่างไม่น่าเชื่อ

“แหมๆ เพิ่งจะเคลียร์บัญชีหนี้แค้นกับพวกสัตว์รบกวนไปหมาดๆ ก็เริ่มจะมองหาการลงทุนใหม่ซะแล้วเหรอ” แม่มดจอมวีนเอ่ยแซวอย่างรู้ทัน “เก็บสะสมพันธมิตรสายรักษาไว้ก็ไม่เลวนะ เผื่อวันไหนเธอโดนแทงไส้ทะลักขึ้นมาอีกจะได้มีคนช่วยเย็บ”

ธิดาแห่งเฮคาทีทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดเสียดสีนั้น ปลายนิ้วของนางแตะไปที่ชื่อโปรไฟล์ของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดปุ่ม “เพิ่มเพื่อน” โดยไม่ลังเล มันไม่ใช่การกระทำที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่ถูกคิดคำนวณมาอย่างดีแล้ว

ความคิดนั้นนำพาไปสู่เรื่องที่ใหญ่กว่า ภาพของคำพยากรณ์บทยาวเหยียดที่ได้รับมาเมื่อสองวันก่อนฉายซ้ำขึ้นมาในหัวอีกครั้ง สู่แดนหมีขาว ณ แดนผู้ดี ในถ้ำมังกร การเดินทางที่ยาวไกลและเต็มไปด้วยภยันตรายกำลังรออยู่เบื้องหน้า พันธมิตรที่แข็งแกร่งคือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

แล้วความคิดอีกสายหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันคือความคิดเกี่ยวกับเคบิน 20 ของตัวเอง เหล่าพี่น้องลูกแม่เดียวกัน

เข็มกลัดประจำบ้าน…

มันเป็นความคิดที่เรียบง่าย แต่กลับทรงพลังอย่างน่าประหลาด สัญลักษณ์เล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นพวกพ้อง ถึงสายเลือดแห่งเฮคาทีที่ไหลเวียนอยู่ในกายของพวกเขาทุกคน สัญลักษณ์ที่จะคอยย้ำเตือนว่าพวกเขาไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง

สองเท้าก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความคิดที่ฟุ้งซ่านอยู่ในหัว จนกระทั่งภาพของต้นสนแห่งธาเลียที่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเนินปรากฏขึ้นในสายตา ค่ายฮาล์ฟบลัดอยู่เบื้องหน้าแล้ว

ร่างอรชรหยุดยืนอยู่ตรงนั้น แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มันไม่ใช่เสียงถอนหายใจแห่งความโล่งอก แต่เป็นเสียงที่หนักอึ้งไปด้วยภาระและความรับผิดชอบที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน

หลายวันมานี้ ไม่สิ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา มีเรื่องให้ต้องทำเยอะเกินไปจริงๆ

@God 

i'll melt your heart into two @HyeRi Codes

เรตติ้ง

โพสต์ 14191 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์เมื่อ 2025-7-26 23:29
โพสต์ 14,191 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก ธนู  โพสต์เมื่อ 2025-7-26 23:29
โพสต์ 14,191 ไบต์และได้รับ +4 ความกล้า จาก กระบอกลูกธนู  โพสต์เมื่อ 2025-7-26 23:29
โพสต์ 14,191 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า จาก ทักษะยิงปืน  โพสต์เมื่อ 2025-7-26 23:29
โพสต์ 14,191 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก แหวนดาราจรัส(D)  โพสต์เมื่อ 2025-7-26 23:29
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ไฟแช็ค
ปากกาหมึกซึม
กิ๊บติดผม
กล่องดนตรี
ตำราเวทมนต์เฮคาที
การควบคุมหมอกขั้นสูง
เข็มกลัดเฮคาที
ทักษะยิงปืน
แหวนดาราจรัส(D)
คิดค้นคาถา
เส้นทางลับ
เรียกอาวุธจากหมอก
กล้องถ่ายรูป
Daedalus's Legacy
กำไลมิตรประสาน
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
การปลุกผี
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
แหวนจันทราทมิฬ
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ชุดเครื่องเพชร
รองเท้าส้นสูง
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
โรคสมาธิสั้น
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x2
x2
x10
x10
x1
x1
x10
x2
x18
x59
x11
x16
x5
x5
x2
x4
x1
x1
x4
x1
x5
x2
x20
x10
x4
x3
x1
x2
x5
x1
x1
x3
x1
x40
x7
x4
x35
x1
x3
x3
x35
x4
x16
x1
x1
x1
x3
x4
x1
x6
x52
x8
x10
x2
x1
x1
x9
x1
x1
x28
x1
x5
x2
x2
x3
โพสต์เมื่อ 2025-7-30 17:00:18 | แสดงทุกชั้น
Jimena Fernández
Jimena Fernández


📅 วันที่: 30 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568

🌓 หัวข้อ: ก้าวแรกสู่ค่ายฮาล์ฟบลัด — แดนแห่งโชคชะตา

📍 สถานที่: ประตูทางเข้า ของ ค่ายฮาล์ฟบลัด


       หลังจากที่รถยนต์คันสีดำได้ทำการขับล่องไหลผ่านตรงบริเวณทางด่วน ที่กำลังทอดตัวลงมาเป็นบริเวณค่อนข้างยาวพอสมควรจากตรงบริเวณมหานครนิวยอร์ก และค่อยๆ ทำการขับผ่านข้ามมาจนถึงตรงบริเวณแม่น้ำที่กำลังสะท้อนแสงอาทิตย์ราวกับกระจกเงาของเทพีแห่งโชคชะตาที่กำลังทำหน้าที่ ของ มันอย่างเต็มที่ และในเวลานี้รถยนต์คันสีดำ ของ พวกเขาก็ได้ขับผ่านมาจนถึงตรงบริเวณป่าใหญ่ซึ่งเป็นที่ที่มีแสงอาทิตย์รินรดยอดไม้เบื้องบนประหนึ่ง กับ ผืนผ้าสีทองที่กำลังโอบล้อมโลกไว้ตรงบริเวณเบื้องล่าง



      แซเทอร์อย่างคุณเบย์กในตอนนี้ เขากำลังนั่งอยู่นิ่ง ๆ ในขณะที่ในตอนนี้ และ เวลานี้รถยนต์คันสีดำเริ่มจะกำลังขับเข้าใกล้เส้นทางสุดท้ายตามแผนที่แล้วนั้นเอง ใบหน้าของเขาในเวลานี้กำลังสะท้อน กับ แสงแดดที่กำลังส่องลอดผ่านมาทางบริเวณต้นไม้ใหญ่ ส่วนสายตา ของ เขาก็กำลังจับจ้องไปตรงบริเวณข้างหน้าด้วยความแน่วแน่ แต่ก็แฝงไปด้วยความระวังอีกเช่นเคย หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เริ่มที่จะเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูด กับสาวน้อย ฮิเมนา หรือ จีน่าออกมาด้วยประโยคที่ว่า



      “อีกไม่นานเราก็จะเดินทางถึงค่ายฮาล์ฟบลัดแล้วนะครับ” เขาเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเบา ๆ ราวกับกำลังกระซิบกับสายลมอย่างไร อย่างงั้น หลังจากที่คำพูด ของ แซเทอร์เบย์ ได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก สาวน้อยฮิเมนา หรือว่า จีน่าก็ได้ทำการเอ่ยคำพูดออกมาจากริมฝีปากบางว่า



      “ฉันรู้สึก...แปลก ๆ นะคะ” ฮิเมนาพูดขึ้นขณะที่ตัวเธอกำลังจ้องมองต้นไม้ที่ค่อย ๆ เริ่มที่จะถอยหลังไปเรื่อยๆ ผ่านตรงบริเวณกระจกหน้าต่าง ของ รถยนต์คันสีดำ หลังจากที่คำพูด ของ เธอจบลงไปได้เพียงแค่ไม่นานนัก คุณแซเทอร์เบย์ ก็ค่อยๆ ทำการเอ่ยคำพูด ตอบกลับ ฮิเมนา หรือ ว่าจีน่า ขึ้นมาในทันทีว่า



      “รู้สึกแปลกยังไงหรอครับ?”  คุณแซเทอร์เบย์ ค่อยๆ เริ่มทำการหันมาถาม ฮิเมนา หรือจีน่า ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนิ่ง ๆ และ ก็ฟังดูแล้วเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดูเป็นคนใส่ใจ ซึ่งกันและกันเป็นอย่างมาก พอหลังจากที่คำพูด ของ คุณแซเทอร์เบย์ ได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้เพียงแค่ไม่นานนัก สาวน้อยอย่างฮิเมนา หรือ ว่า จีน่า ก็ค่อยๆ เริ่มที่จะทำการเอ่ยริมฝีปากบางตอบกลับคำพูด  ของ เขาออกไปในทันทีว่า



      “เหมือน…กับว่าหัวใจของฉันมันมีความรู้สึกได้ว่า...มีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นค่ะ” หลังจากที่เธอได้ทำการเอ่ยคำพูดจบลงไปได้เพียงแค่ไม่นานนัก เธอก็ค่อยๆ เริ่มทำการเงยใบหน้าขึ้นทำการมองไปยังตรงบริเวณยอดไม้ พร้อม กับ เอ่ยคำพูดต่ออีกหนึ่งประโยคขึ้นมาว่า “มันกำลังเต้นแรง เหมือนตอนที่ฉันกำลังยืนอยู่ตรงบนเวทีในครั้งแรกตอนที่กำลังทำการเข้าแข่งคาราเต้ ฉันมีความรู้สึกว่า ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น และก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่สำคัญกำลังรอคอยฉันอยู่ค่ะ” หลังจากที่คำพูด ของ สาวน้อยได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้เพียงแค่ไม่นานนัก หลังจากที่คุณแซเทอร์เบย์ ได้ยิน และ รับฟังคำพูดนี้ออกมาจากปาก ของ เธอเขาก็




      แซเทอร์เบย์เริ่มเผยรอยยิ้ม ของเขาออกมาบาง ๆ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง พร้อม กับ เอ่ยคำพูดว่า



      “นั่นแหละ...คือความรู้สึกของคนที่กำลังจะเดินย่างก้าวเข้าสู่โชคชะตาใหม่ๆ ของตัวเอง”



      หลังจากที่คำพูด ของ คุณแซเทอร์เบย์ไปทำการเอ่ยจบลงไปได้แค่เพียงไม่นานนักต่อมารถยนต์คันสีดำคันที่เธอกำลังนั่งโดยสารอยู่นั้นเอง มันค่อยๆ เริ่มทำการขับชะลอลงอย่างช้า ๆ หลังจากนั้นคุณแซเทอร์เบย์ ก็ค่อยๆ เริ่มทำการเอื้อมมือไปยังตรงบริเวณคอนโซลที่อยู่ตรงบริเวณด้านหน้า ก่อนจะหยิบแผ่นโลหะบาง ๆ ขนาดเท่าตรงบริเวณฝ่ามือนำออกมาแล้วค่อยๆ วางลงที่ตรงบนแผงหินที่อยู่ตรงบริเวณข้างทาง หลังจากนั้นก็เริ่มมีเสียง ของ บางสิ่งบางอย่าง คล้ายคลึง กับ เสียงของกลไกบางอย่าง กำลังค่อยๆ เริ่มทำการหมุนตัวอยู่อย่างเบา ๆ หลังจากนั้นพื้นหินก็ค่อย ๆ เริ่มทำการถูกเปิดออกขึ้นมาอย่างช้าๆ จนเผยให้เห็นถึงเส้นทางลับซึ่งซ่อนอยู่ใต้บริเวณม่านพุ่มไม้ที่ใครก็ไม่สามารถมองเห็นได้จากสายตา โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ที่ตรงบริเวณโลกภายนอก ก็ยิ่งไม่มีทางที่จะมองเห็นสิ่งนี้ไปได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่นานนัก คุณแซเทอร์เบย์ ก็ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง พร้อม กับ เอ่ยคำพูดว่า



      “จีน่า ตอนนี้พวกเราเดินทางมาถึงค่ายฮาล์ฟบลัดแล้วนะครับ” แซเทอร์เบย์ค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูด ของ ตัวเขาเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเบา ๆ หลังจากที่เขาได้ทำการเอ่ยคำพูดจบลงไปได้แคเพียงไม่นานนัก เขาก็ค่อยๆ เริ่มทำการหันมามองดูเธออย่างช้าๆ  ดวงตาของเขายังคงฉายแววที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้มีโอกาสเห็นแววตาแบบนี้ ของ เขามาก่อน หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูด กับ สาวน้อยออกมาอีกหนึ่งประโยคว่า “ยินดีต้อนรับเข้าสู่ค่ายฮาล์ฟบลัด ของเรานะครับ จีน่า…”



  หลังจากที่คำพูด ของ คุณแซเทอร์เบย์ ได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่นานนัก สาวน้อยฮิเมนาก็ค่อยๆ เริ่มที่จะทำการมองลงไปยังตรงบริเวณเบื้องหน้า ดวงตาสีอำพันสะท้อนแสงของโลกที่เธอแทบไม่มีวันรู้จักมันเลย แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าตัวของเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่กำเนิด เพราะฉะนั้นความกลัวและความหวังจึงปะปนอยู่ในแววตาคู่นั้นเหมือนน้ำในแม่น้ำที่เชี่ยวไหลแต่สะอาดบริสุทธิ์ที่สุด



      หลังจากนั้นเธอก็เริ่มที่จะไม่ตอบคำถามใดๆ ออกมาแต่ทำได้แค่ เพียงแต่พยักหน้ารับทราบเบา ๆ แล้วหลังจากนั้นเธอก็ค่อย ๆ เริ่มที่จะทำการเดินก้าวเรียวขาบางเดินทางลงมาจากรถยนต์ เสียงฝ่าเท้า ของ เธอค่อยๆ เริ่มทำการสัมผัส กับ พื้นดินเบา ๆ ราวกับแผ่นโลกเองกำลังรับรู้การมาถึงของเธอ



      แซเทอร์เบย์กำลังเดินนำหน้า  ของ เธออยู่ ในตอนนี้พวกเขา และ เธอ กำลังเดินผ่านตรงบริเวณเนินเขาเตี้ย ๆ ที่ซึ่งมีอุโมงค์ต้นไม้ทอดนำพาดผ่านไปสู่ตรงบริเวณรั้วไม้โบราณที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีเขียวอมทอง และตัวของรั้วถึงแม้ว่าจะดูธรรมดา ๆ แต่ก็แฝงไว้ด้วยแรง ของเวทมนตร์บางอย่างที่แม้แต่ตัว ของ เธอก็ไม่มีวันที่จะเข้าใจ แต่ทว่าเธอก็สามารถรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างชัดเจนจากปลายเส้นประสาททุกเส้นในร่างกาย ที่อยู่ภายในร่างกาย ของ เธอ หลังจากนั้นคุณแซเทอร์เบย์ ก็ค่อยๆ เริ่มที่จะทำการเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูดขึ้นมาว่า



      “จีน่าเธอรีบเดินไปสิ” แซเทอร์เบย์ค่อยๆ เริ่มทำการส่งเสียงกระซิบบอกสาวน้อย ที่กำลังยืนอยู่นิ่งๆ ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างฟังดูแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูดต่อว่า “และก็จำไว้ว่า...เมื่อข้ามผ่านประตูค่ายฮาล์ฟบลัดนั้นไปแล้ว เธอเองก็จะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป”



      หลังจากที่คำพูด ของ คุณแซเทอร์เบย์ได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก หลังจากนั้นสาวน้อยอย่าง ฮิเมนาก็มีท่าทางเงียบ และ นิ่งไปถึงชั่วอึดใจหนึ่งกันเลยทีเดียว ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เริ่มทำการหลับตาลงอย่างช้าๆ พร้อมกับเริ่มทำการสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วจึง ค่อยๆ เริ่มทำการย่างเท้า ก้าวเดินผ่านตรงบริเวณ บานประตูไม้ที่เหมือนจะสั่นสะท้านเล็กน้อยในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินผ่านไป



      ทันทีที่เธอเหยียบย่างเข้ามาในเขตแดนของค่ายฮาล์ฟบลัด — หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไป



      ในตอนนี้เริ่มจะมีเสียง ของ นกที่พากันร้องขับขาล และกำลังดังกังวานอยู่ตรงบริเวณเหนือยอดไม้ พร้อมกับสายลมที่กำลังเริ่มพัดพาเอากลิ่นหอมของหญ้าสด ดอกไม้ป่า และเปลือกไม้เก่า ๆ ลอยเข้ามาทำการทักทายเธออย่างช้าๆ บริเวณตรงหน้า ของ เธอเป็นพื้นที่ที่ดูกว้างใหญ่เบื้องหน้าปรากฏเป็นพื้นที่กลางแจ้งซึ่งรายล้อมด้วยกระท่อมไม้ต่างๆ เป็นจำนวนมาก บ้านเรือนขนาดเล็กตั้งเรียงรายท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามสาย ผู้คนวัยใกล้เคียงกับเธอกำลังเดินเล่น พูดคุย หรือฝึกซ้อมด้วยดาบและธนู ทุกคนต่างมีแสงบางอย่างในตัวเอง  ไม่ใช่แสงจากเวทมนตร์ แต่เป็นแสงแห่งจุดหมายและความกล้าหาญ



      ฮิเมนาเผลอยิ้มบาง ๆ ในขณะที่สายตาของชาวค่ายฮาล์ฟบลัดหลายต่อหลายคน กำลังทำการหันมามองเธอ บ้างยิ้มให้ บ้างพยักหน้าให้อย่างเป็นมิตร และแม้หลาย ๆ คนจะกำลังจ้องมองดูเธอในฐานะ “เด็กใหม่” ที่เพิ่งจะเหยียบย่างเข้ามาถึง แต่ทว่าบรรยากาศโดยรวมก็ดูแสนจะอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ไม่มีการปฏิเสธ มีแต่แค่เพียงเสียงของลมหายใจของผู้มีโชคชะตาเดียวกัน



      หลังจากนั้นก็เริ่มมีเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากตรงบริเวณด้านข้างก่อนที่น้ำเสียงที่ฟังดูค่อนข้างมีความอ่อนโยนจะดังขึ้นอย่างอ่อนหวานว่า



      “ทางนี้เลยจ้ะเด็กน้อย”



      ฮิเมนาค่อยๆ เริ่มทำการหันไปตามเสียงนั้น ก่อนที่เธอจะหันไปพบกับหญิงสาวรูปร่างโปร่งในชุดผ้าสีครีมลินินนุ่ม ๆ เธอกำลังก้าวเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอพร้อม กับ รอยยิ้มอันแสนอบอุ่นใจ หลังจากนั้นเธอคนดังกล่าวก็ค่อยๆ เริ่มที่จะทำการเอ่ยคำพูด ออกมาจากริมฝีปากบางของ  ตัวเธอเองว่า



      “ชื่อของเธอคือ...ฮิเมนาใช่ไหม? หรือจะให้เรียกว่าจีน่าดีล่ะจ้ะ?”



      น้ำเสียงของเธอฟังดูแล้วเต็มไปด้วยความรู้สึกนุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเมตตาราวกับสายลมเย็นในช่วง ของ ฤดูร้อน ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูดออกจากริมฝีปากบาง มาเป็นประโยคที่ว่า


      “ค่ะ...เรียกฉันว่าจีน่าก็ได้นะคะ” สาวน้อยฮิเมนาค่อยๆ ทำการเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูค่อนข้างเบา ๆ ถึงแม้ว่าสภาพจิตใจ ของเธอในเวลานี้จะยังรู้สึกวูบไหวจากทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมาอยู่ก็ตาม



     หลังจากนั้น หญิงสาวคนนั้น ก็เริ่มที่จะค่อยๆ ทำการหัวเราะออกมาเบา ๆ รอยยิ้มของเธอเหมือนแม่ไก่ที่เพิ่งพบลูกเจี๊ยบหลงทาง พร้อม กับ ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูดขึ้นว่า “ยินดีที่ได้พบนะจ้ะ จีน่า ฉันมีชื่อว่า มาร์ธา คอสตากิส เป็นเหมือน...มัมมี้ของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ ใคร ๆ ก็เรียกฉันว่าแบบนั้น” หลังจากที่คำพูด ของ คุณมาร์ธาได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก หลังจากนั้นสาวน้อย ฮิเมนาก็ค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูดออกมาจากริมฝีปากบาง ของ เธอว่า



      “มัมมี้หรอคะ?” สาวน้อยฮิเมนาค่อยๆ เริ่มทำการเลิกคิ้วไปมาเล็กน้อย อย่างชวนสงสัย แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปกับเรื่องนี้ด้วยก่อนที่เธอจะค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูดต่อมาอีกหนึ่งประโยคว่า “เพราะอะไรหรอคะ?” ก่อนที่คุณมาร์ธาจะค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูด ตอบกลับสาวน้อยฮิเมนา ออกไปในทันทีว่า


 “เพราะฉันนะคงเป็นคนที่คอยตามเช็ดตามล้าง ซักผ้า ทำอาหาร แก้ปัญหาใจ และก็ปลอบโยนจิตใจ ของ เด็ก ๆ ให้ดีขึ้น ได้เร็วที่สุดกว่าใครภายในค่ายฮาล์ฟบลัดแล้วหล่ะมั้ง” หลังจากที่สาวน้อยมาร์ธาพูดจบเธอก็ค่อยๆ เริ่มที่จะกลับมาส่งเสียงหัวเราะอีกครั้งแต่ เสียงหัวเราะของเธอคราวนี้แฝงไปด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจแถบจะซ่อนอยู่ในทุกๆ ถ้อยคำเลยก็ว่าได้ หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูดต่อขึ้นมาอีกประโยคหนึ่งว่า “ฉันนะไม่ใช่เดมิก็อดนะ แต่ว่าฉันเป็นเด็กที่ได้รับการอุปถัมภ์เลี้ยงดูของท่านเทพีเฮร่า...และฉันเดินทางมาถึงที่นี่ได้ก็เพราะพรที่พ่อและแม่ของฉันได้ทำการขอเอาไว้ในวันแต่งงานนะ” หลังจากที่จบคำพูด ของ คุณมาร์ธาลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก สาวน้อยอย่างจีน่าก็ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูดออกมาจากริมฝีปากบางด้วยประโยคที่ว่า 



      “คุณ...ไม่ใช่ลูกของเทพเฮร่าจริง ๆ นะเหรอคะ?” สาวน้อยฮิเมนาค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูค่อนข้างเบา ๆและเต็มไป ด้วยความประหลาดใจที่กำลังซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก่อนที่คุณมาร์ธาจะค่อยๆ เริ่มทำการเอ่ยคำพูดขึ้นมาว่า



      “อื้ม...ไม่ใช่แบบนั้นนะจ้ะ แต่ทว่าฉันก็ยังอยู่อาศัยที่ค่ายฮาล์ฟบลัดแห่งนี่ได้ ก็เพราะว่าทุก ๆ คนต้องการมีใครสักคนหนึ่งที่คอยเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเด็ก ๆ ที่เพิ่งหนีอสุรกายมากัน และเขา หรือ เธอเหล่านั้นก็ยังไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี” หลังจากที่สาวน้อยมาร์ธาได้ทำการเอ่ยคำพูดจบลง เธอก็ค่อยๆพลางเอื้อมมือมาแตะที่ตรงบริเวณแขนของฮิเมนา หรือว่า จีน่าเบา ๆ ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นเอ่ยคำพูดต่ออีกหนึ่งประโยคว่า



      “ตอนนี้ เธอปลอดภัยแล้วนะจ้ะจีน่า… อ้อแล้วก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังใหม่ของเธอ ค่ายฮาล์ฟบลัด”



      สำหรับสาวน้อย อย่าง ฮิเมนา คำว่า บ้านหลังใหม่ นั้นกำลังค่อยๆ เริ่มก้องสะท้อนอยู่ภายในจิตใจของฮิเมนาอีกครั้ง ราวกับว่าคำคำนี้มันเป็นกุญแจดอกสำคัญที่สามารถทำการ ไขเข้ามายังบริเวณบานประตูบานสุดท้ายสู่โลกที่แท้จริงของเธอได้  โลกที่เธอไม่ต้องการจะเก็บและหลบซ่อน โลกที่เธออาจได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง ของ ตัวเธอเองให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่คุณมาร์ธาจะค่อยๆ เริ่มมำการเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูดขึ้นมาอีกประโยคหนึ่งว่า



      “จีน่าตามฉันมาจ้ะสิ ฉันจะพาเธอเดินทางไปส่งยังตรงบริเวณ ‘บ้านใหญ่’ ที่นั่นเธอจะได้ทำการรายงานตัว และหลังจากที่เธอได้ทำการรายงานตัวเสร็จ เธอก็จะได้เดินทางไปพักผ่อนเสียที”



      หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่นานนัก สาวน้อยฮิเมนาก็ค่อยๆ เริ่มที่จะทำการพยักหน้าให้กับคุณมาร์ธาอย่างเชื่องช้า ในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่เคียงข้าง กับ คุณมาร์ธา เสียง ของเด็กๆ และทุกๆ ชีวิตที่กำลังอยู้รอบ ๆ ตัว ของเธอในตอนนี้ต่างเต็มไปด้วยพลังและจังหวะใหม่ ๆ ที่เธอกำลังจะได้เรียนรู้  พิธีกรรมตอนเช้า การฝึกฝน อาหารบนจานไม้ และเสียงหัวเราะของผู้ที่เข้าใจว่าการเป็นครึ่งเทพไม่ใช่ของขวัญ แต่มันคือเส้นทางที่ต้องแลกมาด้วยหัวใจทั้งดวงเลยก็ว่าได้



      และในขณะที่เธอกำลังทำการเดินก้าวเรียวขาบางข้ามธรณีประตูของ บริเวณบ้านใหญ่อยู่นั้น ฮิเมนาก็รู้สึกได้เลยในทันทีว่า…



      บทแห่งโชคชะตาของเธอ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง



เรตติ้ง

โพสต์ 36600 ไบต์และได้รับ 18 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-7-30 17:00
โพสต์ 36,600 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์เมื่อ 2025-7-30 17:00
โพสต์ 36,600 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์เมื่อ 2025-7-30 17:00
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
อ้อมกอดแห่งราตรี
ชุดภารโรง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
นาฬิกาสปอร์ต
น้ำหอมสตรี
กำไลหินนำโชค
มีดสั้นสัมฤทธิ์
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x1
x1
x1
x10
x1
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับได้ เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

กฎเครดิตของบอร์ดนี้

ติดตามบัญชีทางการ
Archiver|โหมดมือถือ|ประวัติการแบน|Percy Jackson and the Olympians Thailand

หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์ รายงานปัญหา ร้องเรียน หรือมีข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมลไปที่: percyjacksonthailand@gmail.com

Powered by Discuz! X5.0 © 2001-2026 Discuz! Team.

ในบอร์ดนี้โพสต์
ติดตามบัญชีทางการ
กลับขึ้นบน