จขกท.: God

[ทางเข้าค่าย] ประตูค่าย

 ฮอต.. [คัดลอกลิงก์]
โพสต์เมื่อ 2025-1-9 23:07:09 | แสดงทุกชั้น
Activity Form

ประตูค่าย




หลังจากรับภารกิจเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ที่แปลว่าไม่รู้ติดถกคิดผิดหรือยังไงหรอกนะ เเต่เเน่ๆ ก็คงต้องทำแล้วหละ เด็กสาวที่เขียนชื่อตัวเองไป แบบตัวใหญ่เท่าบ้านเลย ลงบอร์ดไปแล้วจะลบก็นะ ไม่ดีหรอกมั้ง


เรื่องราวการหาเรื่องได้เริ่มขึ้นแล้วนะ!! เด็กสาวก็เดินออกจากตัวค่ายทันทีเพื่อเดินออกไปพบกับคุณเซเทอร์


แน่นอนว่าจะต้องเป็นเขาเนื่องจากเขานั้นเป็นคนเขียนกระดานขอความช่วยเหลือ เธอหยุดอยู่ด้านหน้ามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินเข้าไปทักแล้วก็ถามถึงรายละเอียดต่างๆ


ก่อนจะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นขึ้นโรงเรียนไปแล้ว  แล้วเค้าบอกเธออีกว่าที่นั่นมีอสุรกาย เต็มไปหมดเลยเรียกว่าน่าจะเยอะพอสมควร


แล้วเดมิกอต น้องใหม่อย่างเธอนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ อย่างใดแล้วก็คงต้องฝากเธอเพื่อช่วยดูแลต่อ


เมื่อเด็กสาวได้ยินบีบดังกล่าวแล้วเธอก็ดูจะเหงื่อตกอย่างมาก 


มันไม่เหมือนกับที่กล่าวเอาไว้ตอนที่เขียนที่กระดานนี่นา  ใครจะคิดว่าเธอต้องเดินทางตามรถโรงเรียนไป


และคำถามคือเธอจะไปยังไงกันรถโรงเรียนก็ออกไปแล้วทางไปโรงเรียนก็ไม่รู้ 


แต่ในความโชคร้ายนั้นอีกฝ่ายก็ดูจะให้ความโชคดีเธอมานั่นคือเค้าหยิบแผนที่ออกมาให้พร้อมบอกเส้นทางการเดินทางไป 


แต่ข้อเสียของมันคือเธอไม่สามารถเดินทางไปภายในวันเดียวได้เนื่องจากมันไกลมาก 


อันดับแรกคงต้องเดินทางเท้าก่อนแล้วค่อยว่ากัน  จุดหมายถูกส่งให้เธอตาม Google Maps ในมือถือ


เธอก็ใช้มันเก่งมากเสียด้วยสิเรื่องนี้ แบบมันก็ได้หละ แต่ไม่ได้คล่องเท่าไรนักหนะสิ


หลังจากที่ร่างเล็กได้อ่านดูก็รับรู้ว่ามันไกลมาก  ไกลแบบว่าไม่สามารถเดินทางถึงง่ายเลย ดูท่าจะต้องนั่งรถต่อเรือต่อกันอีกหลายต่อกว่าจะถึง


เพราะว่าที่นั่นดูเป็นการแวะพักตามเมืองเลย  ใครบอกให้ไปเรียนไกลขนาดนี้กันเนี่ย 


มีอะไรที่หนูควรรู้อีกมั้ยคะนอกจากนี้ ” สีหน้าของเด็กสาวตอนนี้ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก


อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรเพียงตาสายหัวพร้อมกับส่งกำลังใจให้เธอเล็กน้อย  ซึ่งดูจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่สำหรับเธอ


รีบไปเถอะเดี๋ยวจะมืดค่ำเอา ” ไอ้มืดมันไม่มืดหรอกเพราะตอนนี้มันไม่มีมืด แต่มันจะดึกเอาน่ะสิแล้วเธอจะเดินไม่ไหวเอา


เด็กสาวที่ไม่รู้จะทำยังไงเธอก็ได้แต่สะพายกระเป๋าแล้วก็เดินออกไป ตอนนี้คงมีแต่เพียงผู้เป็นบิดาของเธอที่ยืนเฝ้ารอและให้กำลังใจเธออยู่ 


แต่จะดีมากกว่านี้ถ้าพ่อของเธอนั้นอาสาพาเธอไปส่งแล้วก็พาเธอกลับด้วย  แต่ทางที่ดีควรจะอยู่กับเธอจนจบนะ แต่นั้นคงเป็นไปไม่ได้ได้แค่ความฝันไปนะ


งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ” เธอขอตัวจากอีกฝ่ายพร้อมกับหยิบกระเป๋าน้ำเตรียมพร้อมสะพายขึ้นเดินทางไปทันที


เริ่มต้นการเดินทางครั้งแรกของเด็กสาวหลังจากที่มาที่นี่


สภาพความทุลักทุเลนั้นน่าจะค่อนข้างเยอะพอสมควรเลย อาจจะไม่ต่างกับการที่เธอนั้นหอบข้าวของมาที่นี่เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ สภาพตอนนี้แม้ของจะน้อยกว่าแต่สภาพเธอนั้นน่าจะใกล้ 


สภาพที่เหมือนกับตัวอะไรเดินเข้ามาท่าทางด่วนระแวงไปหมดตอนนี้มันจะกลับเข้ามา แล้วหละ!!


" ไปดีมาดี เดินทางปลอดภัยเเม่หนู " นอกจากคำขอบคุณแล้ว เขายังอวยพรเด็กสาวกลับมาด้วยให้การเดินทางในรอบนี้นั้นปลอดภัย





 พบคุณเซเทอร์อัลเฟรดที่ ประตูค่าย (ออกเดินทาง) 
 (ภารกิจ กู้ภัยเดมิกอต) 

เรตติ้ง

โพสต์ 20939 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-1-9 23:07
โพสต์ 20,939 ไบต์และได้รับ +6 EXP +9 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์เมื่อ 2025-1-9 23:07
โพสต์ 20,939 ไบต์และได้รับ +6 EXP +6 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก กำไลหินนำโชค  โพสต์เมื่อ 2025-1-9 23:07
โพสต์ 20,939 ไบต์และได้รับ +7 EXP +9 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก รสชาติแห่งความสุข  โพสต์เมื่อ 2025-1-9 23:07
โพสต์ 20,939 ไบต์และได้รับ +8 EXP +12 ความศรัทธา จาก สัมผัสแห่งองุ่น  โพสต์เมื่อ 2025-1-9 23:07
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
Hydro X
บัตรส่วนลดรถไฟ HP 2025
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เข็มกลัดไดโอนีซุส
แว่นกันแดด
ขลุ่ยไม้เถาองุ่น
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
สัมผัสแห่งองุ่น
กระบอกลูกธนู
ธนู
ชุดเครื่องเพชร
หมวกปีกกว้าง
ความคิดสร้างสรรค์
โรคสมาธิสั้น
ต่างหูเงิน
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x2
x4
x3
x1
x3
x1
x3
x1
x4
x1
x3
x3
x5
x8
x9
โพสต์เมื่อ 2025-2-2 14:30:09 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Laura เมื่อ 2025-2-2 14:31

Activity Form

ชิคาโก

EP. 10 ลอร์ร่าเดินทางกลับค่าย (ภารกิจกู้ภัยเดมิกอต) - 

มีตราสัญลักษณ์ฮีบี้รับรองบนศีรษะเด็กใหม่ (จบ)




หลังจากการเดินทางที่ยาวนานในที่สุดทั้งคู่ก็ถึงสักที เด็กสาวเดินขึ้นรถลงเรือต่อรถบัสขึ้นนู่นขึ้นนี่ ด้วยความลำบาคเเบบสุดๆ อาจจะเพราะไม่ชินทาง บวกกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมา และความไม่ชินทางเองของลอร์ร่าด้วยนั้นหละ


พอมันมารวมๆกัน ก็เรียกได้ว่า เเอบจะพินาจอยู่ เดินวน ขึ้นผิดสาย นั่งลายป้ายไปต่างๆนาๆ เลยทีเดียวเชียวหละ


หรือจะเรียกว่าทั้งคู่ต่างพากันช่วยกันหลงทางคนละทิศคนละทางชี้ทางโน้นทีทางนี้ที  หลงผิดหลงถูกกันไปหมด


กว่าจะเดินขึ้นมายัง เนินเขาได้ เล่นเวลาผ่านไปเกือบทั้งวันเต็มๆ เลยก็ว่าได้


ไหนจะเดินฝ่าเข้ามาอีกเมื่อถึงด้านหน้าประตูของค่ายเด็กสาวก็แทบล้มเป็นลม 


เพราะตอนนี้เธอมารอบแรกเธอยังรู้สึกว่าเธอต้องบุกป่าฝ่าดงเยอะแยะอะไรขนาดขนาดนี้เลย 


เมื่อมาถึงด้านหน้าประตูค่ายเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่างานของเธอนั้นสิ้นสุดแล้ว 


เขาที่ยืนหยัดมานานกับเด็กสาวตอนนี้มันแทบจะกระเด็นหลุดออกมาจากขาตัวเองด้วยซ้ำ 


ตอนนี้เธอลงไปนั่งก่อนที่จะลงไปนอนแบบไม่กลัวสกปรกใดใดทั้งสิ้น 


ตอนนี้ผิดแปลกจากรอบแรกที่เธอนั้นมาที่นี่มากเลยเพราะตอนนี้เธอดูคุ้นชินกับที่นี่มาก 


ลอร่า เป็นอะไรหรือเปล่า ” เสียงของ เนลลี่ที่ตะโกนถามหลังจากที่เห็นเด็กสาวนั้นล้มตัวลงไปนอน ที่ด้านหน้าของป้ายค่าย


โอเคๆ ..... ร่าโอเค ” เธอไม่ได้ขยับตัวแต่อย่างใดแต่ผงกขึ้นมาจากดินพร้อมยกมือโอเค


บอกอีกฝ่ายว่าเธอไม่เป็นไรเธอแค่อยากพักซักครู่ 


ตอนนี้ทุกคนบริเวณโดยรอบเดินออกมาต้อนรับเด็กสาว 


ที่นี่ที่ไหน ที่เธอบอกหรือเปล่า ” อีกฝ่ายท่าทางดูกังวลมากเพราะตอนนี้เธอเหมือนโดนล้อมเลย


ใช่แล้วมันเหมือนสภาพตอนนี้เธอมาเป็นวันแรกก็สภาพแบบนี้แหละความรู้สึกเหมือนโดนล้อเหมือนโดนจับเหมือนทำผิด 


ทุกอย่างเหมือนโดนจับจ้องกันเต็มไปหมด เหมือนครั้งเเรกตอนเธอมา ท่าทางเธอก็จะเเบบนี้เหมือนๆ กัน แต่ก่อนจะพักให้สบายใจก็คือ.... มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา


กลับมาแล้วเหรอ .... ยัยตัวดี ” นอกจากเสียงที่เอะอะโวยวายตอนนี้เสียงของผู้เป็นพ่อเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้า 


รอบนี้ไม่ได้มาแต่เสียงแต่มา แบบจับต้องได้เลยทีเดียว ภาพที่เธอเห็นนั้นคืออีกฝ่ายยินมือไขว้หลัง มองมาที่เธอ แบบว่าดูอย่างใจเย็นไปเลย 


ลอร์ร่าที่ควรจะรู้สึกยังไงดีนะ ที่ผู้เป็นพ่อของเธอคิดถึงลูกสาวมากถึงขั้นว่าออกมารอรับเลยทีเดียว


ใช่สิ หนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย พ่อต้องดีใจนะ ” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพราะรู้ว่าในใจอีกฝ่ายพูดอะไรแล้วถามอะไร


อ๋อ ..... แล้วนั้น ” ผู้เป็นพ่อผายมือไปที่เนลลี่


ตามสัญชาตญาณเด็กสาวหันกลับไปมองพร้อมกับเห็นสัญลักษณ์บนหัวของเธอ ที่มันเเสดงเป็นรูปเเก้วน้ำ ทรงเเก้วโรมัน สีทองบนหัวของอีกฝ่าย


" ธิดาของฮีบี้สินะ " คุณดีกล่าวขึ้น เสียงนิ่งๆ จ้องมองไปที่อีกฝ่ายอย่างใจเย็น ตอนนี้เขานั้นก็ปล่อยให้เด็กๆ ดูแลกันไปสักพักก่อน


แต่สำหรับลอร์ร่าเอง เธอรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้อีกฝ่ายนั้นได้รับการรับรองจากผู้เป็นมารดาของเธอเช่นเดียวกับเธอตอนมาครั้งแรกนั้นหละ จะต่างกันเพียงเธอเป็นฝั่งบิดา ที่ยิ่งจ้องอยู่ตอนนี้ยังไงหละ


แต่ดูอีกฝ่ายนั้นนั้นจะได้เร็วกว่าเธออยู่พอสมควรเลยนะ 


เนลลี่ๆ ” เธอตะโกนพร้อมกับส่งเสียงอย่างดีใจ พร้อมชี้ไปที่หัวของอีกฝ่าย ด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น


อะไรฉันมีอะไร บนหัวฉันทำไม ” อีกฝ่ายดูจะงงงวยพร้อมกับเอามือปัดยกใหญ่ท่าทางเธอดูจะแตกตื่นพอสมควร


ลอร่า บอกฉันสิฉันเป็นอะไร ” 


อีกฝ่ายท่าทีกังวลยกใหญ่เลยทีเดียว 


เธอรีบโบกมือไปมาพร้อมกับกล่าว “ ไม่ .... ไม่ เธอไม่ได้เป็นอะไร


เธอรีบตอบรับทันทีที่อีกฝ่ายดูกังวล  มันอาจจะเป็นเพราะเธอนั้นตื่นเต้นใส่มากไปหน่อยก็้ท่านั้น


เรื่องของเรื่องคือเธอเพิ่งเคยเห็นสัญลักษณ์ของบ้านนี้เป็นครั้งแรกด้วยนะ 


เด็กสาวยิ้มออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเอามือคล้องแขนอีกฝ่าย 


ส่วนเรื่องพ่อเดี๋ยวค่อยเคลียร์กันทีหลังเพราะตอนนี้เธอมีเรื่องอื่นต้องไปทำ 


ทางอัลเฟรดเองก็พยักหน้าเบาๆ เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงเเต่บอกนัยๆ ว่าพาไปหาทางคุณไครอนก่อนดีกว่านะ 


ดี๋ยวเรามีที่ต้องไปกันอีกนิดนึง ” เอาเข้าจริงไม่ต้องถามเลยว่าอีกฝ่ายจะเดินผ่านประตูนี้ได้ไหม เพราะว่าสัญลักษณ์ขึ้นขนาดนี้ไม่น่าต้องพูดเลยน่าจะเดินได้สบายมาก


เด็กสาวโบกมือไปมาหลังจากที่เดินผ่านผู้เป็นพ่อของตนเอง 


ร่าๆ แล้ว.... คนนั้นใคร ” เนลลี่ถาม หลังจากที่มองหน้าของผู้เป็นพ่อเธอที่ดูสายตาแบบดุสุดสุดมาที่เธอไงหละ


อ๋อๆ ผู้ชายที่หน้าดุๆ ที่คุยกับร่าเมื่อกี้หรอ คนนั้นพ่อร่าเอง ” เธอรีบตอบพร้อมกับยิ้มแห้งๆ 


พ่อหรอ !!!! ” เสียงอีกฝ่ายดูจะตกใจมาก


ใช่ๆ พ่อร่าเอง คนที่นี่เรียกกันว่าคุณดีน่ะ ” เธอรีบพูดต่อ 


" แต่หน้าเราไม่เหมือนกันหรอ ร่าได้แม่มาเยอะ " เธอพูดแล้วก็ขำออกมา


" อืมมม .... จะว่าไม่ มันก็มีโครงพ่ออยู่นะ เเต่ไม่มาก " อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจออกมา


ก่อนจะพาอีกฝ่ายไปเจอ คุณไครอน


และยังไม่ทันที่ทางเนลี่จะถามอะไรเด็กสาวต่อเลย  ลอร่า ก็พาเธอมาที่ห้องทำงานของของคุณไครอน 


อ้าว ลมอะไรหอบมาล่ะ แล้วนั่นพาใครมาด้วย ”  อีกฝ่ายผายมือไปที่สมาชิกใหม่ ที่ยืนข้างๆกับลอร์ร่า พร้อมมองด้วยท่าทางงงงง


แน่นอนว่าร่างเล็กเองก็ยิ้มรับก่อนที่เธอนั้นจะ ตอบต่อ “ อ่อ หนูพาสมาชิกใหมามาส่งค่ะ คนนี้คือเนลลี่ ” ท่าทีของเด็กสาวดูจะดีใจมาก


แต่ยังไม่ทันไรผู้เป็นพ่อของเธอก็ตามมาติดติดเดินเข้ามาภายในห้องเลย 


กะแบบว่า งานนี้จบลงแล้ว คือไม่ต้องลงต้องหนีกัน ไม่เปิดช่องทางใดๆให้เลย


อ้าว คุณดี มาทำอะไรอีกคนหละ ”  คุณไครอนกล่าวทักทาย ผู้ตามมาแบบไม่ได้อยากให้พ่อมาเลยจริงๆ


มารอยัยตัวดี ” ผู้เป็นพ่อของเธอนั้นพูดเสียงแข็งขึ้น คงไม่ต้องถามเลยว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง


ทางไครอนเองก็พยักหน้ารับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาแต่อย่างใดนั้น อีกฝ่ายก็เริ่มทันที เนื่องจากเขาก็เกรงใจกันเบาๆหละ ไม่อยากให้ทางคุณดีรอนาน เพราะเขาดันมาเฝ้าขนาดนี้ มีเรื่องด่วนจะคุยกับเจ้าตัวเเซ่บตรงหน้าเบาเป็นแน่


เอาๆ ยังไงลอร่า ว่ามาเรื่องนี้ก่อน ” อีกฝ่ายที่เห็นท่าไม่ดีต้องรีบสงบศึกก่อนก็เลยถามเธอเลยว่ามีอะไร


เด็กสาวพายมือไปที่สมาชิกใหม่ที่อยู่บ้าน ฮีบี้ ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับคุณไครอนฟัง


เธอใช้เวลานานอยู่พอสมควรเรียกได้ว่าโอเวอร์สุดๆ เราไปพร้อมแสดงท่าทางไป


ท่าทางของ เนลลี่ตอนนี้ก็คือดูงงมาก แบบว่าลอร่า เธอเป็นไร เธอยังโอเคอยู่ใช่ไหม


เมื่อเราจบอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมา เพราะพร้อมกับปรบมือเป็นการให้รางวัลหลังจากนั้นเค้าก็หยิบ ของรางวัลที่อยู่ในเก๊ะของเขาส่งให้กับเด็กสาว


เอารางวัลคนเก่ง ” เขาพูดจบก็เดินไปรับสมาชิกใหม่พร้อมกับหยิบเสื้อค่ายให้เธอด้วย


ไปพักผ่อนกันได้แล้ว ” ทางไครอนตอบ 


เนลลี่ใช่ไหม บ้านฮีบี้หนะ หลังที่ 18 นะ เดี๋ยวฉันพาไปเอง ให้พ่อลูกเขาคุยกันไปก่อน ” ไม่นานทั้งคู่ก็พากันเดินทิ้งไว้ให้เหลือแต่เพียงลอร่าและคุณดีในห้อง 2 คน


เรื่องมันเป็นยังไง มายังไงกัน ไหนเล่าให่พ่อฟังสิ!! อีกฝ่ายถึงกับเปิดบทสนทนาหลังจากทั้งคู่นั้นพากันออกไปเป็นที่เรียบร้อย


คือแบบว่าที่พ่อถามจริงๆ มี 2 คนนะ พ่อเอาคนไหนดีหละ เอาคนก่อนหรือคนนี้ เเต่คนก่อนน่าจะเเล้ว คงเป็นล่าสุดหละ ก็คนมันสวยไง ให้ตายสิ


ไปคุยกันที่ห้องไหมคะ พ่อ.... เดี๋ยวหนูเอาของไปเก็บแล้วหานะ ” 


แน่นอนว่าเด็กสาวเริ่มจะหาทางบินประเด็น เล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแห้งๆ 


“ อืมม จะเอาอย่างอย่างนั้นก็ได้ เอาไวน์มาด้วยหละ ” เหมือนเป็นคำติดปากอีกฝ่ายถ้าไปเยี่ยมที่ห้องก็น่าจะต้องเอาอะไรติดไม้ติดมือกลับไปฝากด้วย


แต่สำหรับในตอนนี้จะให้เอาวายกไปเป็นรังเธอก็โอเค อยู่แล้ว “ ได้เลยเดี๋ยวหนูมานะ ” ไม่ช้าเด็กสาวก็วิ่งแจ้นกลับบ้านไปทันที


ขอกลับไปเตรียมอกเต็มใจอะไรสักหน่อยก็แล้วกันแล้วค่อยไปสารภาพผิด กับพ่อทีหลัง


เด็กสาวหยิบกระเป๋าพร้อมกับวิ่งแจ้นตรงกลับบ้าน  หวังว่าสมาชิกในบ้านของเธอนั้นจะไม่ได้คิดว่าเธอเป็นอะไรนะเพราะว่าหายไปนานเหลือเกิน 




 จบ ภารกิจกู้ภัยเดมิกอต 

 - รางวัลงาน: +50 พลังน้ำใจ, 25 เหรียญครักม่า และ +70 EXP 


 - ได้รับความโปรดปรานจากจูเวนตัส+35 (แต่คุณรู้สึกว่าเป็นฮีบี้ คุณไม่รู้ตัวว่าได้จูเวนตัส) 

 หินอัปเกรด 2 ก้อน และ หินตีบวก 2 ก้อน 


 เพิ่มเติม BELIEVER (ผู้ศรัทธาเหล่าเทพ) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15 (ต้องเป็นฮีบี้ หรือจูเวนตัส) 


เรตติ้ง

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-19-2] จูเวนตัส เพิ่มขึ้น 50 โพสต์เมื่อ 2025-2-2 15:05
God
คุณได้รับ 70 EXP โพสต์เมื่อ 2025-2-2 15:04
โพสต์ 45481 ไบต์และได้รับ 24 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-2-2 14:30
โพสต์ 45,481 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์เมื่อ 2025-2-2 14:30
โพสต์ 45,481 ไบต์และได้รับ +5 EXP +10 ความศรัทธา จาก บทเพลงปาร์ตี้  โพสต์เมื่อ 2025-2-2 14:30

ให้คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +50 เหรียญดรักม่า +25 ย่อเก็บ เหตุผล
God + 50 + 25

ดูคะแนนทั้งหมด

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
Hydro X
บัตรส่วนลดรถไฟ HP 2025
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เข็มกลัดไดโอนีซุส
แว่นกันแดด
ขลุ่ยไม้เถาองุ่น
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
สัมผัสแห่งองุ่น
กระบอกลูกธนู
ธนู
ชุดเครื่องเพชร
หมวกปีกกว้าง
ความคิดสร้างสรรค์
โรคสมาธิสั้น
ต่างหูเงิน
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x2
x4
x3
x1
x3
x1
x3
x1
x4
x1
x3
x3
x5
x8
x9
โพสต์เมื่อ 2025-2-5 22:58:08 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Leoric เมื่อ 2025-2-5 23:03

Leoric Hwang
ตลอดระยะเวลาไฟลต์บินตรงจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ลีโอริคไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ถ้าไม่นับช่วงเวลานอนหลับกับรับประทานมื้ออาหาร เขาก็เอาแต่ศึกษาหาข้อมูลจากหนังสือ 2-3 เล่มที่หยิบยืมมาจากห้องทำงานของพ่อ

น่าแปลกเหลือเกินที่ช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของค่ายฮาล์ฟบลัด เด็กชายไม่เคยเห็นหนังสือเหล่านี้มาก่อน คาดเดาเอาเองว่า ผู้เป็นบิดาคงจงใจเก็บซ่อนมันให้พ้นจากสายตาของเขาเพื่อปิดบังความจริง

และมันต้องเกี่ยวข้องกับผู้เป็นมารดาแน่นอน

ในเมื่อฮวังอินฮยอกสามารถเก็บซ่อนความลับมาได้นับ 10 ปี ก็คงไม่มีวิธีทำให้เขาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหรอก ดังนั้นลีโอริคจึงเลิกล้มความคิดที่จะถาม แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาหาคำตอบด้วยตัวเอง ตอนนี้เขามีข้อมูลโดยคร่าวเกี่ยวกับค่ายฮาล์ฟบลัดซึ่งเป็นสถานที่สำหรับฝึกฝนเหล่ามนุษย์กึ่งเทพ แล้วก็การได้รู้จักกับแซเทอร์ที่อาสาพาทั้งตนเองและบิดามาส่งยังค่ายดังกล่าว

ดังนั้น แซเทอร์ก็ไม่ควรจะเป็นมนุษย์ธรรมดา เขาคงมีวิธีจำแลงกายอะไรบางอย่าง แต่เอาเถอะ ของแบบนี้ไปถึงค่ายเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ

ลีโอริครู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของนักบินผ่านทางอินเตอร์คอมภายในห้องโดยสาร หนังสือที่อ่านไปแล้วและยังไม่ได้อ่านถูกยัดลงกระเป๋าเป้ลงไปรวมกันมั่ว ๆ และเขาก็คิดว่าหากมีเวลาตนจะค่อยเอาออกมาอ่านอีกครั้งภายหลังถึงค่ายแล้ว แต่ก็ไม่แน่หรอก ที่นี่อาจจะมีหนังสือที่เจ๋งกว่าเจ้า 3 เล่มนี้ก็ได้

ความจริงแล้วผู้เป็นบิดาอยากให้ลูกชายคนเดียวค้างคืนอยู่ที่โรงแรมเพื่อปรับตัวกับสถานที่ใหม่ และไทม์โซนใหม่เสียก่อนสักวัน หากแต่ลูกชายผู้นี้กลับปฏิเสธ ความใคร่รู้ของเขามันมีมากกว่าความหวาดกลัว และเขาก็มั่นใจมากพอด้วยว่า ตนเองจะสามารถปรับตัวเข้ากับบ้านแห่งใหม่หลังนี้ได้แน่นอน

"ไปส่งผมที่ค่ายเลยเถอะครับ"

แทนที่จะสนทนากับผู้เป็นพ่อ ลีโอริคกลับเลือกที่จะหันไปขอร้องแซเทอร์แทน ก็คนผู้นี้ไม่ใช่หรือที่เป็นคนตามหาพ่อของเขาจนเจอแล้วก็บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด นั่นแปลว่า ใจจริงย่อมต้องการให้ตัวเขาไปถึงค่ายดังกล่าวให้ไวที่สุดอยู่แล้ว เด็กชายหันไปหาบิดา กล่าวคำขอบคุณและอำลา แน่นอนว่ากำชับอยู่หลายครั้งหลายคราว่า ตนจะกลับไปเยี่ยมเยียนที่โซลทุกครั้งหากหาเวลาว่างได้ แต่กลับปฏิเสธไม่ให้ไปส่งถึงประตูค่าย

ต่อให้จิตใจมั่นคงแค่ไหน แต่การแยกจากก็เป็นเรื่องยากต่อการทำใจ ดังนั้นสู้อำลาเสียให้จบสิ้นตั้งแต่ตอนนี้ แล้วออกเดินหน้าไปตามลำพังเลยน่าจะดีกว่า

ภายหลังตัวรถที่ถูกเช่ามาเคลื่อนออกจากย่านตัวเมืองสู่ชนบทได้ไม่นาน ผู้ขับก็หยุดรถลง แล้วชี้มือไปยังสถานที่ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

"จากตรงนี้จะเรียกว่าเนินฮาล์ฟบลัด เดินผ่านบริเวณนี้กับต้นสนศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องเขตแดนค่ายเข้าไปจะพบกับประตูโค้งที่สร้างจากหินอ่อน นั่นแหละคือค่ายฮาล์ฟบลัด"

แซเทอร์ผู้นั้นเอ่ยอธิบาย เด็กชายพยักหน้ารับโดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมอีก เขาคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาพาดกับบ่า กล่าวทั้งคำอำลาและขอบคุณ ก่อนที่จะก้าวลงจากรถ แล้วเริ่มต้นขีดเขียนเส้นทางสายใหม่ของตนขึ้นมา

2 ขาก้าวเดินอย่างมั่นคงและไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีแต่ความสงสัยใคร่รู้และตื่นเต้นอย่างเต็มเปี่ยมยามที่สายตาสอดส่ายไปทั่วทั้งซ้ายขวา ทว่าไม่ได้เสียเวลาหยุดดูกับสิ่งไหนเป็นพิเศษจนนานเกินไป เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปถึงค่ายให้เร็วที่สุด ดังนั้นจึงได้เร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย

ในที่สุดประตูโค้งหินอ่อนสีขาวประดับประดาด้วยไม้เลื้อยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าดังคำกล่าว ใบหน้าเงยขึ้นมองเห็นอักขระสีทองที่เป็นภาษากรีกโบราณ แต่ความรู้สึกบางอย่างก็บอกกับลีโอริคว่ามันคือ ค่ายฮลาฟบลัดนั่นเอง เขาก้าวผ่านประตูซุ้มดังกล่าวเข้ามาสู่บริเวณด้านใน พบเห็นชาวค่ายจำนวนไม่น้อยกำลังจับกลุ่มสนทนากัน และเมื่อบางส่วนหันมาเห็นก็ชี้ชวนให้หันมาทางเขา ซึ่งแน่นอนว่าตนเองก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการพยักหน้ารับพร้อมกับส่งรอยยิ้มแห่งไมตรีไปเล็กน้อย

รุ่นพี่ชายหญิงคู่หนึ่งตอบรับไมตรีจิตดังกล่าวด้วยการเดินตรงมาทักทาย แน่นอนว่าผู้มาใหม่ก็รีบแนะนำตัวกลับออกไปทันที ก่อนที่จะได้รับการแนะนำจากรุ้นพี่คู่นั้น

"ไปที่บ้านใหญ่ก่อนสิ อาคารหินอ่อนตรงนั้นไง อยู่ไม่ไกล"

ลีโอริครีบกล่าวขอบคุณก่อนที่จะออกเดินไปยังสถานที่ดังกล่าวตามคำบอกทันที

เรตติ้ง

God
ยศชาวค่ายแล้ว สัญลักษณ์บนหัวปรากฎในโรลต่อไป  โพสต์เมื่อ 2025-2-5 23:10
โพสต์ 12054 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-2-5 22:58
โพสต์ 12,054 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์เมื่อ 2025-2-5 22:58
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ยาดม
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
น้ำหอมบุรุษ
ต่างหูเงิน
อัจฉริยะ
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x4
x5
x4
x1
x1
x1
x2
x4
x3
x22
x4
โพสต์เมื่อ 2025-2-9 18:00:00 | แสดงทุกชั้น
Paige Yoo

ใบหน้าของเพจหันกลับมามองยังชายหนุ่มที่เธอรักมากที่สุด และมีเขาเพียงคนเดียวตั้งแต่เกิดมา เธอยังคงรู้สึกโหวงเหวงอยู่ในใจ แม้ว่าจะไม่อยากจากเขาไปไหน แต่การที่แทจุนหรือพ่อของเธอยืนกรานจะให้ลูกสาวที่เขารักได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนั้น จึงจำต้องส่งเพจไปยังค่ายฮาร์ฟบลัดให้เร็วที่สุด

“หนูจะรีบกลับมานะคะ!”

กล่าวบอกพร้อมกับโบกมือลา ดวงตาปริ่มไปด้วยน้ำตา หญิงสาวปาดมันลวก ๆ แล้วหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่สามารถเดินไปออกจากตรงนั้นได้อย่างแน่นอน

เครื่องบินลำใหญ่เคลื่อนตัวจากลานบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพจผินมองไปยังนอกหน้าต่าง แม้ว่าจะเคยเดินทางไปนอกประเทศอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้กลับไม่มีใครข้างกาย เสียงหัวเราะหรือพูดคุยของเธอกับพ่อยังคงเป็นภาพในความทรงจำ เปลือกตาหลับลงแล้วปล่อยใจไปกับความคิด

ใช้เวลานานกว่าที่คิด เพจหยิบหนังสือที่พ่อของเธอให้ไว้ก่อนจะออกเดินทาง เธอจมไปกับหน้ากระดาษ จนกระทั่งเสียงของกัปตันบอกกล่าวถึงการเดินทางสิ้นสุดลง

“ใช่เพจ ยู รึเปล่า?” เสียงของชายหนุ่มแปลกหน้า ทำให้เจ้าของชื่อต้องหันไปยามที่ลากกระเป๋าออกมาจากสนามบิน เธอพยักหน้าด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่ประหลาดใจเท่าไหร่นัก เพราะพ่อของเธอได้บอกไว้แล้วว่า จะมีคนมารับเธอไปยังค่ายตั้งแต่สนามบิน

“เราจะไปค่าย เอ่อ .. ฮาล์ฟบลัด ถูกไหมคะ?” กล่าวขึ้นขณะที่กำลังเดินชายหนุ่มคนดังกล่าวไปยังยานพาหนะของเขา

“ใช่ ถ้าเธอไปถึงที่นั่นแล้วก็จะรู้อะไรมากขึ้นเองนั่นแหละ ฉันมาทำหน้าที่เพียงแค่ส่งให้ถึงค่ายอย่างปลอดภัยก็เท่านั้น” สิ้นเสียงของเขา ความเงียบภายในรถก็ปกคลุมไปทั่วชั่วโมงของการเดินทาง เพจไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็น บางทีเธอคงต้องตามหาคำตอบด้วยตัวเอง จึงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างนั้น

กระทั่งรถของเขามาหยุดอยู่หน้าประตูโค้งที่สร้างจากหินสีขาว สลักตัวอักษรภาษาโบราณปรากฏอยู่บนนั้น และแน่นอนว่าเพจอ่านมันได้ว่า “ค่ายฮาล์ฟบลัด”

“ถึงแล้วล่ะ เข้าไปแล้วก็อย่าลืมไปที่บ้านใหญ่ก่อนล่ะ ไครอน จะบอกเธอทุกอย่างเอง แล้วก็ – ขอให้โชคดีนะ เพจ ยู”

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ ฉันจะทำให้เต็มที่เลยค่ะ” หญิงสาวกล่าวแล้วหอบสัมภาระของตนลงจากรถแล้วโค้งตัว ก่อนที่รถคันนั้นจะขับออกไปจนลับตา

หญิงสาวยืนมองป้ายชื่อค่ายอยู่ครู่หนึ่ สถานที่ที่รวมลูกเหล่าครึ่งเทพเจ้าจากในตำนานที่เธอเคยอ่านในหนังสือ ตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้ามัน ริมฝีปากบางเม้มลงด้วยความประหม่า เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้าวเดินต่อไปเพื่อผ่านเข้าไปยังด้านใน กลุ่มผู้คนต่างหันมามอง ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่าขึ้นไปอีกหลายเท่า

“เฮ้! เธอมาใหม่งั้นหรอ?” เสียงของรุ่นพี่คนนึงทักขึ้น

“ใช่ค่ะ เพจ ยู ค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ” กล่าวแนะนำตัวแล้วโค้งตัวอย่างสุภาพ

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ค่ายของเรานะ เพจ เธอรีบไปที่บ้านใหญ่ก่อนสิ อยู่ตรงนั้นน่ะ”

“ขอบคุณนะคะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” รอยยิ้มคลี่ออกพร้อมกับเดินทางไปตามคำบอกทันที

เรตติ้ง

โพสต์ 9683 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-2-9 18:00
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รองเท้าเซฟตี้
ดรีมแคชเชอร์
น้ำหอมสตรี
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x3
x5
x2
x4
x1
x1
x2
x3
x3
x4
x3
โพสต์เมื่อ 2025-2-9 21:03:39 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Ertah เมื่อ 2025-2-9 21:54

ERTAH BROWN

ประตูค่าย
Feb, 9, 2025 | 6.00PM


         เดินทางออกมาจากโรงแรมแถวท่าอากาศยานโดยรถยนต์ของทางบ้านบราวน์ที่คอยดูแลเธอเป็นอย่างดี การเดินทางไปยังสถานที่ที่พวกเธอต้องการจะไปนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใช้เวลานานเสียเท่าไหร่

         เออต้าที่ไม่ได้ต้องการไปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีแต่เพียงเหตุผลที่ถือมาด้วยเท่านั้นในการไปที่ค่ายซึ่งเธอไม่รู้จัก ข้อมูลที่มีในมือก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ รู้แต่เพียงว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีคนแบบเธอ ไม่สิ... สถานที่ที่ลูกครึ่งเทพองค์ต่าง ๆ รวมตัวกันอยู่ที่นั่น ที่นั่นปลอดภัย ไม่มีอสูรกายอย่างที่เธอเจอมาตลอดหลายปีมาทำร้ายได้อย่างแน่นอน นั่นคือสิ่งที่เธอรับรู้ว่า แต่ถามว่าเออต้าต้องการรู้เพียงเท่านี้หรือไม่ คงจะต้องตอบเลยว่า ไม่

         ค่ายแห่งนั้นจะกลายเป็นสถานที่ที่ราวกับบ้านหลังที่สองของเธอ เพราะดูแล้วเธอคงจะต้องไปพัฒนาตัวเองและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนานเลย ในเมื่อสถานการณ์ข้างนอกมันเป็นเช่นนี้ คงยากถ้าจะให้มันเป็นการเข้าค่ายฤดูร้อนในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงสามารถกลับบ้านได้ เธอว่ามันจะต้องไม่ใช่อย่างนั้นแน่

          “ คุณเซเทอร์ ฉันถามอะไรหน่อยสิ ”

      หลังจากที่ความเงียบกลืนกินบรรยากาศภายในรถคันหรูนี่มาสักพักแล้ว ในที่สุดเสียงหวานของเออต้าก็เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบนั่นด้วยคำถามที่เธอต้องการจะรู้มากกว่านี้ เซเทอร์ที่นั่งอยู่เบาะข้างเธอนั่นหันมามองด้วยแววตาสงสัย ท่าทางของเขาไม่ได้ดูตระหนกหรือแปลกใจอะไรเลย หรือว่าเจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าเด็กสาวคนนี้จะต้องเอ่ยถามอะไรสักอย่างออกมาอย่างแน่นอน คงจะเป็นแบบนั้นแน่

          “ ว่าอย่างไรล่ะ อยากรู้เรื่องอะไร? ”

          จากคำพูดของเขาก็ชัดเจนอยู่แล้ว เขารู้ว่าเธอมีเรื่องที่อยากรู้ ถ้าอย่างนั้น เออต้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอ้อมค้อมอะไรอีก

          “ ฉันอยากรู้ว่าที่นั่น ที่ค่ายฮาล์ฟบลัดที่คุณเคยคุยกับคุณแม่เอาไว้น่ะ มันเป็นอย่างไรหรอ? ”

          เข้าประเด็นไปในทันที ใบหน้าน่ารักของเออต้าประดับความสงสัยเอาไว้เสียเต็มประดาพร้อมทั้งนั้นเลื่อนสายตาไปมองยังเซเทอร์ตนนั้นอีกด้วย เธอหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ต้องการ อย่างน้อยให้มันได้มาเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่อยากให้เธอได้ก้าวเข้าไปมากกว่าเหตุผลของคุณแม่ที่ต้องการให้เธอได้ปลอดภัยบ้าง เหตุผลที่จะทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้โดยไม่ต้องคิดถึงชีวิตที่บ้านซึ่งอยู่มาร่วมยี่สิบปี ถึงจะยังไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ แต่ก็เชื่อว่าสักวันมันก็คงจะกลายเป้นสิ่งหนึ่งในชีวิตที่เลี่ยงไม่ได้ อยากสิ่งที่เธอได้รับมาจากพ่อที่ยังไม่เคยเห็นตัวตนนั่นแหล่ะ

          “ เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เอง มันดีกว่าสภาพที่เธออยู่แบบนี้แน่นอนล่ะ ”

          เซเทอร์ตนนั้นเอ่ยออกมาด้วยที่ไม่ได้หันมามองใบหน้าของเด็กสาวคนนี้เลยด้วยซ้ำ นั่นทำให้เออต้าที่ตั้งใจฟังคำตอบขมวดคิ้วในทันที ใบหน้าที่ปั้นมาอย่างน่ารักโดยธรรมชาติ ยู่เข้าหากันและบึ้งตึงในทันที ที่ขนาดเธอเอ่ยถามไปดี ๆ แล้ว ยังได้รับคำตอบที่ไม่ได้ต่างจากที่คุณแม่ได้บอกเอาไว้เลย หรือว่าที่จริงแล้วที่นั่นมีเพียงเท่านั้นแล้วจริง ๆ

          “ คุณไม่คิดจะบอกอะไรกับฉันมากกว่านี้เลยรึยังไง ”

          เสียงหวานของเออต้าเอ่ยสวนกลับไปในทันทีก่อนที่เสียงถอนหายใจยาวเหยียดนั่นจะดังออกมา มันดังกว่าเสียงที่เธอเอ่ยคำถามพวกนั้นเสียอีก บอกถึงอารมณ์ไม่พอใจในตอนนี้ของเธอได้เป็นอย่างดี

          “ แล้ว... พ่อของฉันล่ะ? เรื่องนี้คุณจะตอบได้ไหม? ”

          ความอยากรู้อยากเห็นของเออต้าไม่มีที่สิ้นสุด และเซเทอร์คนนี้ก็น่าจะรู้มาได้สักระยะแล้วหลังจากที่คอยเข้ามาช่วยเหลือดูแล เธอยังคงเอ่ยถามคำถามต่อไป จากเรื่องค่าย กลายเมาเป็นเรื่องของพ่อผู้ให้กำเนิด ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ยากจะพูดมากกว่าเรื่องค่ายเสียอีก และพูดไปที่นี่ คนขับรถที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรก็น่าจะ... รับรู้อะไรแปลก ๆ ไปด้วยก็ได้ เขาจึงเลือกที่จะไม่เอ่ยอะไรออกไปราวกับไม่ได้ยินคำถามนั้น

          เออต้ารออยู่สักระยะ ดูแล้วว่าคงไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาแน่ เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเหนื่อยใจจริง ๆ แล้ว ถามอะไรไปก็ไม่ได้คำตอบกลับมาเลยจริง ๆ สงสัยว่าเธอจะต้องพึ่งพาตนเองทั้งหมดจริง ๆ แบบนี้มันจะเกินไปหน่อยแล้ว

 

          เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ แต่หากไร้ซึ่งความเงียบอย่างที่เป็นมาก่อนหน้านี้ ความเงียบถูกเสียงฮัมเพลงแสนไพเราะของเออต้ากลบไปตลอดทั้งเส้นทาง มีทั้งเพลงที่คุ้นหู เพลงโปรดของคุณแม่ และ.. เพราะที่เธอเคยแต่งเองเอาไว้ด้วย มันทำให้รอยยิ้มพระอาทิตย์ของเออต้าฉายขึ้นมาได้อีกครั้ง ราวกับว่าเรื่องที่น่าปวดหัวก่อนหน้านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเลย และจมอยู่ในโลกของตัวเอง ไร้ซึ่งความสนใจใครอีก ทั้งเซเทอร์และคนขับรถที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถออย่างระมัดระวังตามที่เซเทอร์เอ่ยนำ

 

          จนกระทั่งมาถึงที่หมาย สถานที่แห่งนี้ดูเงียบสงัด แต่ก็มีความรู้สึกอันตรายอยู่ในที คงเป็นเพราะเวลาในตอนนี้เป้นเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกเต็มทีแล้ว ยิ่งดึก.. ยิ่งอันตราย นั่นคือสิ่งที่เธอรับรู้มา

          เสียงเพลงของเออต้าถูกกลืนลงลำคอไปพร้อมกับดวงตากลมโตของเธอที่เลื่อนมองไปนอกรถคันหรู คนขับรถมาส่งได้เพียงเท่านี้จริง ๆ ตามที่เซเทอร์เคยบอกเอาไว้ว่า หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องเดินทางเข้าไปด้วยตัวเอง เขามาส่งเธออย่างปลอดภัยได้เพียงหน้าประตูเท่านั้น

          “ ถึงแล้วใช่ไหม? แล้วฉันจะต้องไปเองต่อ? ”

          เออต้าเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่ฉาบความสงสัยเอาไว้อีกครั้ง และคำตอบที่ได้ก็เป็นการพยยักหน้าจากเซเทอร์ตนนั้นอีกครั้ง เขาดูเป้นคนประหยัดคำพูดมากเมื่อกระทั่งในช่วงเวลาที่ดูอันตรายแบบนี้ จึงทำให้เธอถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วคว้าสัมภาระของเธอลงจากรถคันหรูไป

          ขายาวของเออต้าเดินต่อไปยังประตูทางเข้าที่ดูเหมือนว่า.. มันจะไม่ได้หรูหราอย่างที่คิด อักษรที่สลักไว้นั่นก็แปลก ๆ แต่ว่ามันกลับเป็นสิ่งที่เธอสามารถอ่านออกได้ในทันที มันคือชื่อค่ายที่เธอได้ยินกรอกหูมาตลอด และเป็นสถานที่ที่เธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อจากนี้ไป ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่


          ค่ายฮาล์ฟบลัด
         
          “ ฉันมาส่งได้เท่านี้ ดูแลตัวเองให้ดี ”
      เซเทอร์ตนนั้นที่เดินตามหลังมาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มบางราวกับเป็นการให้กำลังใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะต้องเข้าไปผจญโชคด้วยตัวเอง

          “ รู้แล้วล่ะน่า ดูแลครอบครัวของฉันด้วย ”

          ใบหน้าน่ารักของเออต้ายังคงมีแววบึ้งตึงอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วรอยยิ้มพระอาทิตย์ของเธอก็ได้ฉายออกมาให้กับเซเทอร์ตนนั้นอย่างสดใส ก่อนที่ใบหน้าจะหันกลับไปมองที่ประตูและเดินเข้าไปด้วยความตื่นเต้นที่เริ่มก่อนนตัวขึ้นมา

          สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นอีกที่ที่เธอจะต้องใช้ชีวิต ...มันจะเป็นอย่างไรนะ

 

          ทันทีที่ขายาวก้าวพ้นประตูค่ายแห่งนี้เข้าไปแล้ว สายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่ร่างสูงโปร่งของหญิงสาว ใบหน้าน่ารักที่แฝงความตื่นเต้นเอาไว้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มพระอาทิตย์ของเธอจะฉายออกมาอย่างเป็นมิตรพร้อมคำทักทาย

          “ สวัสดีค่ะ ฉันเพิ่งมาใหม่ เอ่อ... แล้วฉันจะต้องไปที่ไหนต่อหรอคะ? ”

          คำถามของเออต้าไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับใครเลย เธอคิดว่าคงไม่มีใครมาตอบด้วยซ้ำ แต่หากมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหา ดูท่าทางแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าเธอเสียอีก มือของเขาผายไปทางบ้านหลังหนึ่ง พาให้ดวงตาของเธอเลื่อนไปมองตาม

          “ ไปที่นั่นก่อนครับ ที่บ้านใหญ่ ”

          เด็กหนุ่มผิวสีเข้มเอ่ยตอบเธอมาเพียงเท่านั้นเอง แต่ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือคนที่เพิ่งจะมาที่นี่ครั้งแรกอย่างเธอมากแล้ว เออต้าพยักหน้าให้ในทันที ที่นั่นเรียกว่าบ้านใหญ่ และเป็นสถานที่ที่เธอจะต้องรีบไป เธอคงยังไม่อยากนอนตากอากาศเย็นอยู่แบบนี้แน่นอน

          “ ขอบคุณมากนะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย ”

          สิ้นเสียงหวานของเออต้า ร่างโปร่งก็ก้าวขาออกเดินไปยังเป้าหมายทันที


บ้านใหญ่... เป็นสถานที่ที่เธอจะต้องรีบไปในตอนนี้
 

เรตติ้ง

โพสต์ 25390 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-2-9 21:03
โพสต์ 25,390 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์เมื่อ 2025-2-9 21:03
โพสต์ 25,390 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์เมื่อ 2025-2-9 21:03
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบอกลูกธนู
ธนู
น้ำหอมสตรี
หูฟังบลูทูธ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x8
x16
x1
x4
x1
x2
x2
x2
x4
โพสต์เมื่อ 2025-2-13 11:00:54 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Cooper เมื่อ 2025-2-13 11:16

บทที่ 35


ย้อนความ ณ ไทม์สแควร์


หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ พวกเขาเดินมาถึงริมถนน คูเปอร์ลอบมองมิตรสหายพลางถามเสียงเรียบ "สรุปว่าเราจะเดินกลับกัน หรือใช้บริการแท็กซี่ ‘คันนั้น’ อีก?"  


เมเรซกับคาเลบหันมามองหน้ากันทันที ก่อนที่เมเรซจะถอนหายใจยาวราวกับกำลังทำใจ "เราผ่านเรื่องบ้า ๆ มาตั้งเยอะแล้ว… แค่นั่งแท็กซี่อีกครั้งคงไม่ทำให้แย่ไปกว่านี้หรอกมั้ง"  


คาเลบเบะปากเล็กน้อย "นั่นคือประโยคที่พอพูดออกไปแล้ว มักจะมีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้นตามมาเสมอ"  


"เอาน่า อย่างน้อยก็เร็วกว่าการเดินกลับ" คูเปอร์เสริม ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจำใจ  


เมเรซเดินไปที่ริมถนน มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบเหรียญดรักม่าทองคำออกมา ก่อนจะโยนมันไปบนพื้นพลางเปล่งเสียงเรียก "Stêthi 'Ô hárma diabolês!"  


เพียงพริบตาเดียว เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้นจากที่ไกล ๆ และก่อนที่พวกเขาจะตั้งตัวได้ รถแท็กซี่คันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนน่าหวาดเสียว มันแล่นมาหยุดตรงหน้าพวกเขาอย่างกะทันหันจนฝุ่นตลบ  


"ขึ้นมาเลยเด็ก ๆ!" เสียงของพี่สาวสามพี่น้องเทาดังขึ้น คูเปอร์ คาเลบ และเมเรซสบตากัน ก่อนจะพากันก้าวขึ้นรถด้วยความระมัดระวัง  


เมื่อประตูปิดลง รถก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่ไม่น่าเป็นไปได้ คูเปอร์ที่นั่งเบาะหลังรีบคว้าแขนจับด้านข้างเอาไว้แน่น คาเลบหลับตาปี๋เหมือนพยายามทำสมาธิ ส่วนเมเรซเอามือกุมขมับราวกับทำใจได้แล้วว่าต้องเจออะไร  


"โอ้โห นาน ๆ ทีจะได้เจอลูกค้าหน้าเดิม!" พี่สาวคนหนึ่งพูดขึ้น  


"ใช่ ๆ ครั้งที่แล้วสนุกกันไหมล่ะ?" อีกเสียงแทรกขึ้นมา  


"ไม่นะ ไม่เลยสักนิด" คาเลบพึมพำเบา ๆ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครในแท็กซี่สนใจ  


"จะให้ไปส่งที่ไหนจ๊ะ หนุ่ม ๆ?" พี่สาวคนสุดท้องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใสผิดกับสภาพการขับที่พุ่งทะยานราวจรวด  


"ค่ายฮาล์ฟบลัด!" คูเปอร์รีบตอบ ก่อนที่รถจะพุ่งทะยานออกจากเมืองด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ  


การนั่งแท็กซี่ครั้งที่สองของวันไม่ได้ดีไปกว่าครั้งแรกเลยสักนิด รถพุ่งแซงทุกคันบนทางด่วนด้วยความเร็วที่ตำรวจยังไล่ไม่ทัน พวกเขาผ่านสะพานหลายแห่งในนิวยอร์กโดยไม่รู้ตัว รู้เพียงอย่างเดียวว่าพี่สาวทั้งสามพาเลี้ยวไปมาในเส้นทางที่ไม่น่าจะเป็นไปได้และไม่น่าจะถูกกฎหมาย  


"พี่สาวครับ!" คาเลบตะโกนขึ้นมาเมื่อรถพุ่งเข้าหาทางโค้งอย่างไม่มีท่าทีจะชะลอ "ช่วยเบาหน่อยได้ไหมครับ!?"  


"อุ๊ย อยากให้ช้าหน่อยเหรอ? ได้เลย!"  


แทนที่ความเร็วจะลดลง รถกลับกระตุกแรงราวกับเหาะข้ามเนิน คูเปอร์กลั้นลมหายใจแน่น ส่วนเมเรซเริ่มพึมพำว่าเขาจะไม่ขึ้นรถคันนี้อีกแล้วตลอดชีวิต


-----------------


"ถึงแล้ว!" พี่สาวคนโตประกาศเสียงดัง และก่อนที่พวกเขาจะทันตั้งตัว รถก็เบรกกะทันหันจนร่างแทบพุ่งไปข้างหน้า  


คูเปอร์ คาเลบ และเมเรซรีบเปิดประตูแทบจะทันทีที่รถจอดลง ก่อนจะก้าวออกมายืนบนพื้นหญ้าอย่างรวดเร็ว พวกเขาหอบหายใจหนักราวกับเพิ่งหนีตายจากสนามรบ  


"สนุกไหมจ๊ะเด็ก ๆ?" เสียงของพี่สาวคนหนึ่งดังไล่หลัง  


"ไม่ครับ ขอบคุณ!" เมเรซตอบทันที ก่อนที่แท็กซี่ปีศาจจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว  


คูเปอร์หันมองรอบตัว ตอนนี้พวกเขายืนอยู่หน้าค่ายฮาล์ฟบลัด เนินเขาฮาล์ฟบลัดตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ต้นสนศักดิ์สิทธิ์ยืนสง่างาม ปกป้องอาณาเขตของค่าย ส่วนประตูค่ายโค้งสร้างจากหินอ่อนสีขาว ประดับด้วยไม้เลื้อยงดงาม ข้างบนซุ้มประตูสลักตัวอักษรภาษากรีกโบราณว่า ‘ค่ายฮาล์ฟบลัด’  



หลังจากที่พวกเขารอดชีวิตกลับมาถึงค่ายได้สำเร็จและตั้งสติจากประสบการณ์เฉียดตายในแท็กซี่ปีศาจ คูเปอร์ คาเลบ และเมเรซยืนพักหายใจอยู่หน้าประตูหินอ่อนของค่ายฮาล์ฟบลัด


“ให้ตายเถอะ…” เมเรซพูดขึ้นก่อนจะถอนหายใจยาว “ฉันคิดว่าวันนี้ฉันเจอเรื่องบ้าบอมามากพอแล้ว แต่แท็กซี่ปีศาจนั่นก็ยังเป็นอะไรที่เกินจะรับไหวอยู่ดี”  


“อืม…” คาเลบพยักหน้าเบา ๆ “ฉันว่าถ้าเลือกได้ ครั้งหน้าฉันขอเดินกลับเถอะ”  


“นายพูดแบบนี้รอบที่สองแล้วนะ” คูเปอร์เลิกคิ้วขำ ๆ “แต่เอาเข้าจริง ๆ ฉันก็เห็นด้วย”  


ทั้งสามหัวเราะคิกคัก กับเรื่องบ้าคลั่งที่พวกเขาต้องเจอในวันนี้ ก่อนที่คาเลบจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย  


“แต่เอาจริง ๆ นะ… ภารกิจวันนี้มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?”  


“หืม?” เมเรซเลิกคิ้วหันไปมอง “ยังไง?”  


“ก็… มันเป็นภารกิจแรกของคูเปอร์” คาเลบพูดพร้อมกับมองไปทางเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ของพวกเขา “แล้วดูสิ พวกเราทุกคนรอดกลับมาได้ครบ แถมยังช่วยเทพีฮีบี้จัดการกับปัญหาในร้านของเธอได้ด้วย”  


คูเปอร์ยิ้มบาง ๆ พลางเกาหลังคออย่างเขิน ๆ “ถ้าจะให้พูดตามตรงนะ… ฉันเองก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาดีขนาดนี้”  


“หมายถึงอะไร?” เมเรซถาม  


“ก็… ตอนแรกฉันแค่คิดว่ามันจะเป็นภารกิจเล็ก ๆ” คูเปอร์หัวเราะเบา ๆ “แค่ไปสำรวจปัญหา แก้ไข แล้วก็กลับค่าย แต่สุดท้ายเราก็ต้องสู้กับก็อบลิน ไล่จับลูกไก่ คิดหาทางปิดท่อหมอก แถมฉันยังต้องสู้กับซุสที่เกิดขึ้นจากหมอกด้วยตัวเองอีก”  


พูดแล้วฉันก็สงสัย” คาเลบเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองคูเปอร์ “หมอกนั่นมันเล่นงานพวกเราทุกคน ฉันเห็นตัวเองย้อนกลับไปอยู่ในโรงเรียนประถม เมเรซก็น่าจะถูกดึงกลับไปเจอกับอะไรที่คล้ายกัน แล้วนายล่ะ คูเปอร์? นอกจากเจ้าซุสหมอกนั่น นายเจออะไรอีกไหม?”  


คูเปอร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว “ฉันเห็นอดีตของตัวเอง… เห็นบ้านที่ฉันเคยอยู่ เห็น…” เขากลืนคำพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่า มันก็แค่ภาพหลอนที่ทำให้ฉันต้องต่อสู้กับอดีตของตัวเองก็แล้วกัน”  


เมเรซกับคาเลบมองหน้ากัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าภาพหลอนที่แต่ละคนเห็นนั้นล้วนนำมาจากสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในใจ หากคูเปอร์ยังไม่อยากพูดถึงมัน พวกเขาก็จะไม่กดดัน  


“งั้นเอาเป็นว่าต่อจากนี้ เรามีบทเรียนสำคัญจากภารกิจนี้แล้ว” เมเรซพูดขึ้นพลางยักไหล่ “หนึ่ง ต่อไปนี้เราจะต้องคิดให้รอบคอบกว่าเดิม เพราะบางทีต้นเหตุของปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าเราอย่างที่คิด”  


สอง” คาเลบเสริม “ถ้าได้เจอเทพีฮีบี้อีก… อย่าให้เธอชวนเข้าไปเล่นในร้าน”  


“และสาม…” คูเปอร์ยิ้ม “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปให้ได้”  


ทั้งสามคนสบตากัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ใช่แล้ว พวกเขาอาจจะเริ่มต้นจากคนที่แทบไม่รู้จักกัน แต่หลังจากภารกิจนี้ พวกเขาได้เรียนรู้และเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น  


งั้นก็แยกย้ายกันตรงนี้ล่ะ” เมเรซพูดก่อนจะบิดขี้เกียจ “ฉันจะกลับไปอาบน้ำ แล้วก็นอนให้เต็มอิ่ม”  


“ฉันเองก็เหมือนกัน” คาเลบพยักหน้า  


คูเปอร์พยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวลา “เจอแล้วกันนะ”  


ทั้งสามแยกย้ายกันเดินไปตามเส้นทางของตนเอง ทิ้งให้คูเปอร์ยืนมองตามหลังเพื่อนใหม่ทั้งสองคนไป  


นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางการผจญภัยของเขาในค่ายฮาล์ฟบลัด และเขารู้ดีว่ามันจะมีเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่รอเขาอยู่อีกมากมาย  


แต่สำหรับตอนนี้…  


เขาแค่อยากกลับไปนอนพักให้เต็มอิ่มเท่านั้นเอง



คูเปอร์และคณะเดินทางกลับถึงค่าย

เรตติ้ง

โพสต์ 41317 ไบต์และได้รับ 32 EXP! [VIP]  โพสต์เมื่อ 2025-2-13 11:00
โพสต์ 41,317 ไบต์และได้รับ +10 EXP +15 เกียรติยศ +10 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก กลยุทธ์การรบ  โพสต์เมื่อ 2025-2-13 11:00
โพสต์ 41,317 ไบต์และได้รับ +10 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความศรัทธา จาก ยาดม  โพสต์เมื่อ 2025-2-13 11:00
โพสต์ 41,317 ไบต์และได้รับ +12 EXP +12 ความกล้า +12 ความศรัทธา จาก สายตาแห่งนกฮูก  โพสต์เมื่อ 2025-2-13 11:00
โพสต์ 41,317 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์เมื่อ 2025-2-13 11:00
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำหอมไอวี่แอนด์แมดเนส
เครื่องวาร์ปฉุกเฉิน
กางเกงเดินป่า
แหวนดาราจรัส(D)
ชุดบำรุงอาวุธ
เรือมินิบานาน่า
Daedalus's Legacy
มีดสั้นสัมฤทธิ์
บทเพลง
การควบคุมอาวุธ (จำกัด)
ปัญญาแห่งการรบ
ร่างจำแลง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กลยุทธ์การรบ
การสื่อสารและควบคุมนกฮูก
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แว่นกันแดด
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
โล่อัสพิส
หอกกรีก
อัจฉริยะ
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x4
x2
x90
x90
x6
x1
x2
x1
x5
x10
x1
x2
x1
x8
x5
x2
x28
x39
x4
x3
x4
x5
x10
x2
x30
x47
x6
x5
x10
x4
x1
x1
x2
x5
x28
x3
x5
x5
x5
x5
x11
x4
x1
x2
x20
x2
x3
x2
x1
x30
x1
x2
x6
x6
x5
x12
x2
x15
x20
x1
x2
x1
x2
x1
x4
x5
x5
x5
x31
โพสต์เมื่อ 2025-2-14 10:50:19 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Cooper เมื่อ 2025-2-14 10:53


Time


14/02/25 


บทพิเศษ Valentine's Day


ตอนที่ 1 




อากาศหนาวระดับสององศามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องมายืนอยู่หน้าประตูค่ายฮาล์ฟบลัด ท่ามกลางสายลมที่พัดกรรโชกจนเสื้อคลุมสั่นไหวราวกับมันเองก็อยากจะหายไปจากที่นี่  


คูเปอร์กระชับหอกที่สะพายหลังแน่นขึ้น พลางถอนหายใจยาว วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ และเขา ด้วยเหตุผลที่ยังหาคำอธิบายให้ตัวเองไม่ได้ ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม Blind Date ที่ทางฝั่งค่ายอีกแห่งหนึ่งเป็นคนจัด  


‘ความโรแมนติก’ ไม่ใช่สิ่งที่เขาติดอันดับต้นๆ ของลิสต์ความสนใจเลยสักนิด แต่เพื่อนร่วมค่ายบางคนที่หน้าตาน่าสงสารระดับทำให้ลูกหมาจรจัดยังต้องชิดซ้าย โน้มน้าวเขาด้วยเหตุผลที่หนักแน่นแบบ... ["เอาหน่อยเถอะพี่ ถ้าไม่มีคนไปเดต พวกเขาอาจจะคิดว่าค่ายเราล่มสลายไปแล้วก็ได้นะ!" ] 


...โอเค เขาจะไม่พูดถึงว่ามันเป็นเหตุผลที่ไร้สาระที่สุดที่เขาเคยได้ยินมา  


ถึงอย่างนั้น เขาก็มายืนอยู่ตรงนี้ ในชุดขาวล้วนตามเดรสโค้ดที่กำหนด มองประตูโค้งหินอ่อนของค่ายที่ประดับประดาด้วยไม้เลื้อย มันดูสวยงามก็จริง แต่ไม่ได้ช่วยให้อากาศอุ่นขึ้นเลยสักนิด  


สายตากวาดไปรอบๆ... ไม่มีใครใส่ชุดขาวเหมือนกันมาเลยสักคน คูเปอร์กระพริบตา รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ผิดที่ผิดทางจนต้องเช็กโพยในกระเป๋าเสื้ออีกรอบ  


"อย่าบอกนะว่าผิดวัน..." เขาพึมพำเบาๆ  


แต่แล้วเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางหนึ่ง ชายหนุ่มในชุดสีขาวล้วนเดินมาหาเขา ท่าทางดูสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา  


"สวัสดี ผมไลแซนเดอร์ วิสเปอร์ คาดว่าน่าจะเป็นคู่เดตของคุณ..." 


คูเปอร์กระพริบตาปริบๆ กับการเปิดบทสนทนาแบบตรงไปตรงมา  


"สถานที่เดตของพวกเราคือสวนสนุกแดร์ ยูนิเวอร์แซลใช่ไหมครับ?" 


เขาถามเพื่อความแน่ใจ คูเปอร์ก้มลงมองโพยอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะจำไม่ได้... แต่เพราะเขาเองก็ยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังทำเรื่องแบบนี้อยู่จริงๆ  


"ใช่ครับ" เขาตอบหลังจากผ่านไปสองวินาที  


ไลแซนเดอร์พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ยื่นบางสิ่งให้เขา ช่อดอกทิวลิปสีขาวล้วน ขาวยันกระดาษห่อ  


คูเปอร์กะพริบตา พอเห็นสีของมันแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่านี่มันดูเหมือนของที่ใช้ในงานศพมากกว่างานเดต แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดออกไป  


"ขอบคุณครับ" คูเปอร์รับมันมา ก่อนจะหยิบของตัวเองออกมาบ้าง กุหลาบสีน้ำเงินถูกยื่นให้คู่เดตของเขา  


"นี่ของคุณครับ... ไม่ต้องพูดสุภาพมากก็ได้ เท่าที่ดูเราก็อายุไม่ห่างกัน"  


ไลแซนเดอร์มองดอกไม้ในมือก่อนจะรับไปด้วยสายตาที่อธิบายได้ยาก "กุหลาบสีน้ำเงิน..."  


"ผมคิดว่ามันดูเข้ากับพี่ดี" คูเปอร์ว่า กึ่งพูดจริงกึ่งหยอดเล่น  


ไลแซนเดอร์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยกดอกไม้ขึ้นพิจารณาเล็กน้อย ก่อนที่สายลมเย็นยะเยือกจะพัดผ่านเข้ามา คูเปอร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่ซึมผ่านเสื้อคลุมของตัวเอง  


ดูเหมือนไลแซนเดอร์จะสังเกตเห็น เพราะเขาเอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้น "หนาวมากหรือเปล่า เอาผ้าคลุมของผมไปสวมก่อนไหม?"  


"ไม่เป็นไรหรอกครับ เกรงใจ"  


สิ้นคำพูดของเขา ไลแซนเดอร์ก็ถอดเสื้อคลุมสีขาวของตัวเองออกมาให้สวมโดยไม่ถามอะไรอีก  


"ผมไม่ค่อยรู้สึกหนาวเท่าไหร่ ใส่ไปเถอะ"  


คูเปอร์อ้าปากจะเถียง แต่สุดท้ายก็ยอมรับเสื้อคลุมมาคลุมไหล่ตัวเองแต่โดยดี  


"ขอบคุณครับ"  


"ไม่เป็นไร" ไลแซนเดอร์ว่า ก่อนจะปรายตามองไปทางถนน "ว่าแต่... เราจะเดินทางไปกันยังไง?"  


"เห็นเขาบอกว่าใช้เวลาเดินเท้าแค่ห้านาทีเอง น่าจะไม่ไกลมาก"  


ไลแซนเดอร์พยักหน้า ก่อนจะเหลือบมองคูเปอร์ "ว่าแต่... คุณเป็นใครเหรอ?"  


คูเปอร์ชะงัก "หมายถึง?"  


"คือ... เราต้องเดตกัน แต่เราไม่รู้จักกันเลย ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใคร มาจากบ้านไหน" ไลแซนเดอร์หัวเราะเบาๆ "แต่ถ้าคุณอยากเก็บเป็นความลับไว้ก่อนก็ไม่เป็นไรนะ"  


คูเปอร์กระพริบตา ก่อนจะยิ้มขำ "อืม... เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ ก็ต้องเดาเองละกัน จะใบให้นิดหน่อยว่าชื่อผมขึ้นต้นด้วยตัว C "  


"โอ้... ท้าทายแฮะ" ไลแซนเดอร์ว่า พลางมองเขาด้วยแววตาที่เหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง "งั้นคุณก็คงต้องเดาของผมกลับด้วยสิ"  


"ไม่มีปัญหา" คูเปอร์ยักไหล่ "คุณไลแซนเดอร์ก็ดูเหมือนคนที่หนีออกมาจากโฆษณาน้ำหอมไฮเอนด์อยู่แล้ว"  


ไลแซนเดอร์หัวเราะ "หวังว่าในโฆษณานั่นจะดูดีนะ"  


"ผมว่าดูดีแหละ" คูเปอร์ว่า ก่อนจะชำเลืองมองอีกฝ่าย ไลแซนเดอร์มีผมสีน้ำตาลเข้มที่ดูนุ่มราวกับขนสัตว์หิมะ ตัดกับดวงตาสีดำสนิทที่ทอประกายสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในคืนฤดูหนาว  


"...ดูดีขนาดนี้ ผมว่าน่าจะเป็นนายแบบมากกว่าบุตรแห่งเทพองค์ไหนนะ"  


ไลแซนเดอร์แค่ยิ้ม ไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธอะไร  




"อากาศวันนี้เย็นเป็นบ้าเลยนะ"  


คูเปอร์พึมพำขณะเดินไปตามถนนที่ทอดยาวจากค่ายฮาล์ฟบลัดมุ่งหน้าไปยัง สวนสนุกแดร์ ยูนิเวอร์แซล พื้นถนนชื้นจากละอองน้ำค้างที่ยังไม่ทันแห้งดี รองเท้าบูตของเขากระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พอเงี่ยหูฟังดีๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคู่เดตข้างตัวดังแผ่วเบาไม่แพ้กัน  


ไลแซนเดอร์ วิสเปอร์ เดินอยู่ข้างเขา ชุดขาวล้วนที่อีกฝ่ายสวมใส่ไม่ได้ทำให้ดูซีดเซียวท่ามกลางบรรยากาศสีหม่นของเช้าวันนี้ ตรงกันข้าม กลับขับเน้นรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายให้ดูโดดเด่นขึ้นมาราวกับภาพสเก็ตช์ที่ถูกเติมสีเข้มจนดูมีชีวิต  


ดวงตาสีดำสนิทของไลแซนเดอร์สะท้อนเงาของท้องฟ้า บริเวณขอบแก้มและปลายจมูกขึ้นสีจางๆ จากอากาศเย็น จังหวะที่ชายหนุ่มใช้มือเสยผมน้ำตาลเข้มของตัวเองเพื่อไม่ให้ปรกหน้าผาก คูเปอร์ก็คิดขึ้นมาได้ว่า... เขาดูดีเกินกว่าจะเป็นแค่ 'เดมิกอดธรรมดา'  


แต่— เอาเถอะ มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาสักหน่อย  


"ก็ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่" ไลแซนเดอร์ตอบกลับอย่างใจเย็น "อยู่ในระดับที่ทนได้สบาย ๆ”  


"อืม... ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ถึงไม่หนาว" คูเปอร์หัวเราะเบาๆ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม  


พวกเขาเดินเคียงกันมาได้ครู่หนึ่งแล้ว อากาศเย็นๆ กับถนนที่ทอดยาวแบบนี้ ถ้าจะเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีบทสนทนาเลยก็คงแปลกพิลึก  


"แล้วคุณเคยไปสวนสนุกแดร์ ยูนิเวอร์แซลมาก่อนหรือเปล่า?"  


"เคยไปครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว" ไลแซนเดอร์ตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก จำรายละเอียดอะไรไม่ได้เลยนอกจากว่า... ผมทำข้าวโพดคั่วหกใส่เสื้อคนข้างหน้าตอนที่กำลังดูการแสดง"  


คูเปอร์หัวเราะทันที "โห นี่เป็นเหตุการณ์ที่ตราตรึงขนาดเป็นความทรงจำหลักเลยเหรอ?"  


"ก็ค่อนข้างนะ คนคนนั้นหันกลับมามองด้วยสายตาที่เหมือนจะส่งผมไปโลกหน้าเลยล่ะ"  


"เอาจริง ถ้าผมเป็นพี่คนนั้นก็คงทำหน้าแบบนั้นเหมือนกัน" คูเปอร์แกล้งทำหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะหลุดยิ้มขำ "แต่ผมว่าเด็กทุกคนต้องเคยทำอะไรเปิ่นๆ ในสวนสนุกกันทั้งนั้นแหละ"  


"งั้นคุณล่ะ เคยไปที่นั่นมาก่อนหรือเปล่า?"  


คูเปอร์ส่ายหน้า "ไม่เคยเลย นี่จะเป็นครั้งแรกของผม"  


"งั้นก็คงต้องทำให้วันนี้เป็นความทรงจำที่ดีแล้วสิ" ไลแซนเดอร์พูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก  


"หวังว่าจะไม่มีใครทำข้าวโพดคั่วหกใส่เสื้อผมนะ"  


"ผมจะพยายามไม่ทำซ้ำรอยอดีตก็แล้วกัน"  


พวกเขาเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว ถนนโล่งเป็นช่วงๆ มีรถยนต์ขับผ่านประปราย ไม่ถึงกับเปลี่ยว แต่ก็เงียบสงบมากพอให้เสียงสนทนาของพวกเขาชัดเจน  


"ปกติคุณชอบไปเที่ยวที่ไหนบ้าง?" คูเปอร์ถามขึ้นอย่างไม่ได้คาดหวังคำตอบที่เฉพาะเจาะจงนัก แค่โยนคำถามไปเรื่อยๆ เพื่อให้พวกเขาได้รู้จักกันมากขึ้น  


"อืม..." ไลแซนเดอร์เว้นช่วงนิดหน่อย ก่อนจะตอบ "ผมชอบสถานที่ที่ไม่พลุกพล่านมากนัก อาจจะเป็นริมทะเลสาบ หรือที่ที่มีวิวสวยๆ แล้วก็นั่งฟังเพลงไปด้วย"  


"ฟังเพลง? พี่เป็นพวกสายดนตรีเหรอ?"  


ไลแซนเดอร์พนักหน้าคล้ายยอมรับ "ก็ประมาณนั้น"  


คูเปอร์หรี่ตามองเขาอย่างจับผิด "แสดงว่าเล่นเครื่องดนตรีเป็นด้วย?"  


"ก็... ใช่ ผมเล่นกีตาร์กับเปียโนได้"  


"โห ฟังดูเหมือนพวกคนดังเลย"  


"อาจจะไม่ขนาดนั้น" ไลแซนเดอร์ตอบกลับ  


"แต่ผมก็อยากฟังพี่เล่นอยู่นะ" คูเปอร์ว่าพลางยักคิ้ว "บางทีอาจจะได้ฟังวันไหนสักวัน"  


"ถ้ามีโอกาส" ร่างสูงตอบอย่างไม่ปิดกั้น  


"ดีล" เขายิ้มร่า ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "แล้วปกติคุณชอบทำอะไรเป็นพิเศษ นอกจากเล่นดนตรี?"  


ไลแซนเดอร์นิ่งคิดไปสักพัก "ผมชอบเขียนบันทึกความคิด หรือบางครั้งก็แต่งเพลงสั้นๆ แล้วเก็บไว้"  


"โอ้โห มีความเป็นศิลปินจนน่าตกใจนะเนี่ย"  


"คุณล่ะ?"  


"อืม... ผมชอบการแสดง การสวมบทบาท" คูเปอร์ตอบ "บางทีอาจจะชอบมากกว่าคนทั่วไปหน่อย"  


ไลแซนเดอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย "การสวมบทบาท? หมายถึงพวกละครเวที หรืออะไรทำนองนั้นเหรอ?"  


"ใช่ครับ ละครเวทีก็ใช่ หรือพวกการสวมบทบาทแบบอื่นก็ได้ ผมว่ามันน่าสนุกดี" คูเปอร์อธิบาย "การได้ลองเป็นคนอื่นสักช่วงเวลาหนึ่ง ได้ใช้ชีวิตแบบที่ต่างจากตัวเอง มันเหมือนกับการได้เปิดโลกใหม่ๆ ให้ตัวเองทุกครั้งที่ก้าวขึ้นเวที"  


"ฟังดูน่าสนใจนะ" ไลแซนเดอร์พยักหน้า "คุณเคยแสดงบทไหนที่ชอบเป็นพิเศษไหม?"  


"อืม..." คูเปอร์แตะคางตัวเองราวกับกำลังนึกย้อนกลับไป "ผมเคยเล่นเป็นตัวร้ายครั้งหนึ่ง ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเข้ากับตัวเอง แต่กลายเป็นว่ามันสนุกมากเลยล่ะ"  


"ตัวร้าย?"  


"ใช่ พวกที่มีแผนซับซ้อน พูดจาแฝงนัย หรือมีแรงจูงใจลึกซึ้งอะไรแบบนั้น" คูเปอร์หัวเราะ "แต่อย่าห่วงนะ ผมไม่ได้มีแผนลับอะไรสำหรับเดตวันนี้หรอก"  


"ฟังดูโล่งใจขึ้นมาหน่อย" ไลแซนเดอร์เผยยิ้มจาง "แต่คุณดูเป็นคนที่เหมาะกับบทพวกตัวเอกมากกว่านะ"  


"หืม? ดูออกจากอะไรเนี่ย?"  


"จากการพูดจาของคุณ" ไลแซนเดอร์ยักไหล่ "คุณดูเป็นคนที่ชอบสร้างบรรยากาศ มีเสน่ห์แบบที่ดึงความสนใจของคนรอบข้างโดยไม่ต้องพยายามมาก"  


"โห... ประเมินกันลึกขนาดนี้เลยเหรอ"  


"นิสัยติดตัวน่ะ" ไลแซนเดอร์เอ่ยเสียงนุ่ม "ผมชอบสังเกตคน"  


"แล้วคุณนักดนตรีคิดว่าตัวเองเหมาะกับบทแบบไหน?"  


"อืม..." ร่างสูงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "บางทีอาจจะเป็นพวกนักเดินทางเงียบๆ ที่มักจะโผล่มาพร้อมเสียงเพลง"  


"โห... โรแมนติกเป็นบ้า" คูเปอร์แซว "แต่ก็เข้ากับพี่ดีนะ"  


"ถ้าคุณว่าอย่างนั้นก็คงใช่"  


บทสนทนายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ระหว่างที่พวกเขาเดินเท้าต่อไปยังสวนสนุก แดร์ ยูนิเวอร์แซล บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง เสียงพูดคุยของพวกเขากลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แทรกอยู่ท่ามกลางลมหนาวของเช้าวันนี้



@Dean 



มอบ กุหลาบสีน้ำเงิน ให้ [NPC-34] ไลแซนเดอร์ วิสเปอร์

เรตติ้ง

ส่งข้อมูลพาร์ทต่อไปใน DM แล้วครับ  โพสต์เมื่อ 2025-2-14 12:03
ส่ง ดอกกุหลาบสีน้ำเงิน 1 ea / อาหารเทพ 1 ea / ช่อดอกไม้ 1 ea / 20 ดอลลาร์ แล้ว  โพสต์เมื่อ 2025-2-14 12:02
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-34] ไลแซนเดอร์ วิสเปอร์ เพิ่มขึ้น 40 โพสต์เมื่อ 2025-2-14 11:00
โพสต์ 73036 ไบต์และได้รับ 56 EXP! [VIP]  โพสต์เมื่อ 2025-2-14 10:50
โพสต์ 73,036 ไบต์และได้รับ +10 EXP +15 เกียรติยศ +10 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก กลยุทธ์การรบ  โพสต์เมื่อ 2025-2-14 10:50
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำหอมไอวี่แอนด์แมดเนส
เครื่องวาร์ปฉุกเฉิน
กางเกงเดินป่า
แหวนดาราจรัส(D)
ชุดบำรุงอาวุธ
เรือมินิบานาน่า
Daedalus's Legacy
มีดสั้นสัมฤทธิ์
บทเพลง
การควบคุมอาวุธ (จำกัด)
ปัญญาแห่งการรบ
ร่างจำแลง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กลยุทธ์การรบ
การสื่อสารและควบคุมนกฮูก
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แว่นกันแดด
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
โล่อัสพิส
หอกกรีก
อัจฉริยะ
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x4
x2
x90
x90
x6
x1
x2
x1
x5
x10
x1
x2
x1
x8
x5
x2
x28
x39
x4
x3
x4
x5
x10
x2
x30
x47
x6
x5
x10
x4
x1
x1
x2
x5
x28
x3
x5
x5
x5
x5
x11
x4
x1
x2
x20
x2
x3
x2
x1
x30
x1
x2
x6
x6
x5
x12
x2
x15
x20
x1
x2
x1
x2
x1
x4
x5
x5
x5
x31
โพสต์เมื่อ 2025-2-14 15:52:28 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Feria เมื่อ 2025-2-14 15:54

วาเลนไทน์สตอรี่ ตอนที่ 1 นัดพบ
ย้อนเวลา 7:30 น.

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เธอรอคอย วันเดตนั่นเอง วันนี้เฟเรียได้มาถึงที่ประตูค่ายอันเป็นจุดนัดพบในชุดเดรสลายเสือ ที่คาดผมหูแมว และด้วยอากาศที่ยังคงหนาวเย็นอยู่เธอจึงต้องใส่เสื้อแจ็กเก็ตบุนวมทับไว้ข้างนอกแบบไม่รูดซิปไว้พร้อมพันผ้าพันคอไว้เพื่อความอบอุ่นด้วยอีกแรง ให้ตายสิทั้ง ๆ ที่อยากแต่งตัวสวย ๆ ให้เหมาะกับการเดตแท้ ๆ เลย แต่ดันต้องมาแพ้ให้อากาศหนาวซะได้แย่จริง ๆ เลย ในตอนที่กำลังกระชับผ้าพันคอที่สวมอยู่นั่นสายตาเธอก็มองไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่น่าจะแก่กว่าเธอแต่ว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคู่เดตของเธอก็คือชุดของอีกฝ่ายที่เป็นตามโค้คเดรสที่กำหนดไว้ในกำหนดการที่เธอได้รับเลยไงล่ะ ผมเป็นทรงหูแมว สวมเดรสลายเสือและรองเท้าบูตหนังสีดำ สวมโอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลอ่อน ที่กระเป๋าสะพายมีพวงกุญแจรูปเสือ หรือว่าคนคนนี้คือคู่เดตของเธอกันนะ

“เออ…ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าใช่คู่เดตจากกิจกรรมBlind Date ♥ สุ่มหัวใจ ใครจะใช่เธอ ใช่ไหมคะ“

“ใช่ค่ะ เธอคงเป็นคู่เดตของฉันสินะ ฉันรีเบคก้า แม็กเคลน จากบ้านไทคีค่ะ นี่ของขวัญแรกพบนะ“

ทันทีที่อีกฝ่ายหนึ่งแนะนำตัว พี่รีเบคก้าก็มอบซ็อตโกแลคให้กับเธอมาเป็นของขวัญแรกพบทันทีเลย

“เฟเรีย เฮย์สจากบ้านฮิปนอสค่ะ ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคะ นี่ค่ะของขวัญของเรา จะว่าไปชื่อพี่รีเบคก้าคุ้น ๆ นะคะเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน……”

เฟเรียก็แนะนำตัวกลับบ้างพร้อมมอบกุหลาบสีน้ำเงินให้อีกฝ่ายไปพร้อมด้วยข้าวโพดคั่วเพื่อเป็นของขวัญแรกพบในครั้งนี้

“พี่เป็นครูสอนวิชาภาษากรีกน่ะ จะว่าไปรู้สึกเราพึ่งเคยเจอครั้งแรกเลยสินะ”

“อย่างนี้นี่เองมิน่าล่ะถึงคุ้น ๆ เคยเห็นชื่อในตารางสอนนี่เอง และก็ใช่ค่ะ ครั้งนี้ครั้งแรกเลย เพราะหนูยุ่งกับการทำภารกิจเป็นส่วนใหญ่ด้วย แถมช่วงนี้ก็เข้าเรียนอยู่ด้วย”

“แล้ววันนี้ไม่มีเรียนเหรอ”

“หนูฝากน้องชายร่วมบ้านไปลาให้น่ะ แล้วก็ให้จดเนื้อหาเอาไว้เดี๋ยวกลับมาค่อยมาอ่านตามทีหลังเอาแทนค่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง งั้นไปกันเถอะ”

ในตอนนั้นเองที่สายตาของเราสองสาวได้มองไปเห็นร่างงามสะกดร่างหนึ่งเข้ามาหาพวกเธอซึ่งทำให้พวกเรารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครจึงถึงขั้นคุกเข่าแบบชันเข่าข้างหนึ่งเคารพผู้มาใหม่ทันที

“คารวะเทพีอะโฟร์ไดท์ค่ะ”

“คารวะเทพีอะโฟร์ไดท์ค่ะ”

“ลุกขึ้นเถิดกึ่งเทพน้อยทั้งสอง”

พวกเราลุกขึ้นตามที่เทพีบอกก่อนที่เทพีจะมอบกล่องกล่องหนึ่งให้กับเธอ

“นี่คืออะไรเหรอคะ”

“นี่คือกล่องแห่งความรัก ภายในกล่องนี้มีเทพมากมายร่วมใส่ของขวัญไว้ให้แก่ผู้มีวาสนาจะได้รับมัน เราขอมอบมันให้เจ้าในวันแห่งความรักวันนี้”

“งั้นขออนุญาตนะคะ”

เมื่อเปิดกล่องออกมาเธอก็พบกับของที่มีขนาดใหญ่มากจนตกใจว่ามันใส่มาได้ไงนี่ กล่อง 4 มิติเหรอเพราะสิ่งที่ได้นั่นคือเรือแคนูไม้ลำเบิ้ม ๆ

“ใหญ่จังขอบคุณค่ะท่านเทพีอะโฟรไดท์ เออ…นี่กุหลาบสีทองค่ะ โปรดรับไว้เป็นของตอบแทนด้วยนะคะ”

“เรายินดี ขอบใจนะเด็กน้อย”

เธอเก็บเรือใส่กระเป๋า ก่อนที่จะเอากุหลาบสีทองให้เทพีอะโฟรไดท์ก่อนที่จะถึงเวลาอันควร พวกเราสองคนก็พากันลาเทพีแล้วไปเดินทางไปสู่การเดตวันนี้ด้วยกัน

นัดพบคู่เดต
รับ ซ็อกโกแลค มาจาก รีเบคก้า
มอบ กุหลาบสีน้ำเงิน กับ ข้าวโพดคั่ว ให้ รีเบคก้า
น้ำหอม unisex ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 0 2 4 6 8 คู่สนทนาจะได้กลิ่นหอมบนตัวคุณ ได้รับโบนัสพิเศษ +5 แต้ม
รับกล่องแห่งความรักจากเทพีอะโฟร์ไดท์ ได้เรือแคนูไม้
มอบกุหลาบสีทองให้เทพีอะโฟร์ไดท์
HEROES (วีรบุรุษผู้โปรดปราน) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +25
@Dean

เรตติ้ง

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-07] รีเบคก้า แม็กเคลน เพิ่มขึ้น 5 โพสต์เมื่อ 2025-2-14 17:29
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-12-1] อะโฟร์ไดท์ เพิ่มขึ้น 125 โพสต์เมื่อ 2025-2-14 17:29
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-07] รีเบคก้า แม็กเคลน เพิ่มขึ้น 50 โพสต์เมื่อ 2025-2-14 17:29
ส่งข้อมูลพาร์ทต่อไปใน DM แล้วครับ  โพสต์เมื่อ 2025-2-14 16:36
ส่ง ดอกกุหลาบสีน้ำเงิน 1 ea / น้ำทิพย์ 1 ea / ช็อกโกแลต 1 ea / 20 ดอลลาร์  โพสต์เมื่อ 2025-2-14 16:36
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืนสไนเปอร์สัมฤทธิ์
นิทราอมตะ
หนังสือรับรองไครอน
เรือแคนูไม้
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ควบคุมดอกป๊อปปี้
กำปั้นแห่งนิทรา
ฝันร้าย
มีดสั้นสัมฤทธิ์
Daedalus's Legacy
เกราะสายรุ้ง
สะกดจิต
น้ำหอม Unisex
ทักษะหอก
หูฟังบลูทูธ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โล่อัสพิส
หลับใหล
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x1
x4
x2
x4
x12
x1
x6
x1
x1
x3
x1
x2
x4
x10
x5
x8
x2
x1
x1
x1
x1
x2
โพสต์เมื่อ 2025-2-14 21:28:13 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Paige เมื่อ 2025-2-14 21:32


Paige Yoo


Feb, 14 2025 | 08.30 am

เพจในชุดเดรสแขนยาวสีขาวลายจุดสีดำ กระโปรงบานเล็กน้อยให้ความน่ารักแต่
ก็แฝงความเรียบหรู เนื้อผ้าบางเบาทำให้ดูพลิ้วไหวทุกครั้งที่เธอขยับตัว เพราะ
อากาศที่หนาว หญิงสาวจึงสวมเสื้อโค้ทสีครีมทับด้านนอก ซึ่งให้ความอบอุ่นและเพิ่มความหรูหราเล็ก ๆ กับการแต่งกายโดยรวมของเธอ มือเล็กรวบมัดผ้าหางม้าครึ่งศีรษะ ที่เหลือปล่อยลอนให้เป็นธรรมชาติ

ระหว่างที่กำลังยืนรอชายหนุ่มที่จะมาเดทด้วย เพจก็รู้ได้ถึงบางอย่างที่ต่างออก
พัดอ่อนอย่างแผ่วเบา กลิ่อหอมของดอกไม้ ส่งให้เกิดความรู้สึกแปลก ๆ จนต้อง
หันไปให้ความสนใจ

ด้านหน้าปรากฏหญิงสาวผู้หนึ่ง เธองดงามจนแทบไม่น่าเชื่อและไม่ต้องเดาให้
เสียเวลา เพจก็รู้ได้ทันทีว่าเป็น เทพีอะโฟร์ไดร์ เทพีแห่งความรัก อย่างแน่นอน

“ขอคารวะ เทพีอะโฟร์ไดร์ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน” เพจกล่าวพร้อมกับ
โค้งศีรษะลงเพื่อแสดงความเคารพ

เทพีแห่งความรักยิ้มบาง ๆ ให้กับเธอแล้วก้าวเข้ามาหา

“เรามีของขวัญจะให้เจ้า รับไปสิ” สะบัดมือเบา ๆ ก่อนที่กล่องของขวัญผูกด้วย
ริบบิ้นทองจะปรากฏขึ้น

เพจยื่นมือไปรับอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงเปิดออกแล้วพบว่าเป็นเรือแคนูไม้ลำ
หนึ่ง แม้จะแปลกใจแต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป พลางเงยหน้าขึ้น

“ขอบคุณนะคะท่านเทพี แต่ว่า ..” เพจหยิบดอกกุหลาบสีทองที่เธอได้รับมาแล้ว
ยื่นส่งให้

“ขอหนูมอบของสิ่งนี้ให้กับท่าน ท่านเทพีอะโฟร์ไดร์ได้โปรดรับไว้ด้วยเถอะนะคะ”

“ได้สิ เราจะรับไว้ ขอบใจมาก” ดอกไม้สีทองในมือหายวับไปพร้อมกับร่างของเทพี

เพจเก็บของที่ได้มาก่อนจะมองหาบุคคลที่แต่งตัวมาธีมเดียวกันเธอ กระทั่ง
ปรากฏชายร่างสูงสวมเสื้อเชิ๊ตสีน้ำตาลเข้มลายจุดสีขาว คู่กับกางเกงลูกฟูกสีขาว
ที่เข้ากันอย่างลงตัว พร้อมสวมเสื้อโค้ทสีเทาเข้มที่ดูอบอุ่มและเหมาะกับสภาพ
อากาศ

“พี่มาช้าไปรึเปล่า อ่า .. จริงสิ พี่ชื่อกาบริเอล ฟาราเอล อัลเวส เป็นสายเลือดแห่
งอะพอลโล่”
เขายิ้มพลางกลัวแนะนำตัว ก่อนจะมอบเข็มกลัดช่อกดอกกุหลาบ
สีชมพูเล็ก ๆ ให้กับเธอ ซึ่งเขาก็กลัดช่อดอกไม้ดังกล่าวแบบเดียวกันที่เสื้อของเขา
ด้วย

"พี่อยากจะมอบช่อดอกไม้เป็นของขวัญที่ระลึกให้นะ แต่เกรงว่าจะเกะกะไปเสีย
หน่อย ทำแบบนี้เราก็เข้าคู่กันดีนะครับ"
รุ่นพี่บอก

เพจมองที่เข็มกลัดแล้วหยิบมากลัดที่เสื้อของตัวเองบ้าง

“เพจ ยู ค่ะ เป็นสายเลือดแห่งเฮคาที เข็มกลัดน่ารักมากเลยล่ะคะ ดูเหมือนว่าเรา
จะเป็นคู่เดตที่เข้ากันได้ดีเลยนะคะ - เราน่าจะเดินทางกันหลายชั่วโมง ยังไงก็เพิ่มความหวานหน่อยนะคะ“ พูดจบพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะยื่นช็อคโกแลตให้
กับรุ่นพี่ที่เป็นคู่เดทในวันนี้ 

“แน่นอนสิครับ ขอบคุณนะครับ เพจ” ชายหนุ่มยิ้มแล้วรับของหวานก่อนจะยกยื่น
แขนให้

“เราพร้อมรึยังครับ พี่เตรียมทุกอย่างไว้ให้พวกเราแล้วล่ะ”

@dean
รับกล่องแห่งความรักจากเทพีอะโฟร์ไดท์ได้เรือแคนูไม้
มอบกุหลาบสีทองให้เทพีอะโฟร์ไดท์
มอบช็อคโกแลตให้ NPC - กาบริเอล ฟาราเอล อัลเวส
ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 2 4 6 8 คู่สนทนาจะได้กลิ่นหอมบนตัวคุณ
ได้รับโบนัสพิเศษ +2 แต้ม ✡
(resoure)

เรตติ้ง

ส่งข้อมูลพาร์ทต่อไปใน DM แล้วครับ  โพสต์เมื่อ 2025-2-14 22:29
ส่ง ดอกกุหลาบสีน้ำเงิน 1 ea / น้ำทิพย์ 1 ea / ช่อดอกไม้ 1 ea / 20 ดอลลาร์   โพสต์เมื่อ 2025-2-14 22:29
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-12-1] อะโฟร์ไดท์ เพิ่มขึ้น 100 โพสต์เมื่อ 2025-2-14 21:39
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-20] กาบริเอล ฟาราเอล อัลเวส เพิ่มขึ้น 2 โพสต์เมื่อ 2025-2-14 21:39
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-20] กาบริเอล ฟาราเอล อัลเวส เพิ่มขึ้น 10 โพสต์เมื่อ 2025-2-14 21:38
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รองเท้าเซฟตี้
ดรีมแคชเชอร์
น้ำหอมสตรี
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x3
x5
x2
x4
x1
x1
x2
x3
x3
x4
x3
โพสต์เมื่อ 2025-2-15 03:07:59 | แสดงทุกชั้น
ERTAH BROWN
ประตูค่าย

Feb, 14, 2025 | 6.30AM


          หลังจากที่ไปสักการะคุณพ่อที่เตาบูชาเทพเสร็จเรียบร้อยย่างที่เธอได้ไปทำมาทุกวันแล้ว เออต้าก็พาตัวเองเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยราวกับกำลังให้ความคิดที่ฟุ้งซ่านไปกับความตื่นเต้นได้สงบลงไปบ้าง เธอถอนหายใจออกมาหลายครั้งหลายหน จนรู้ตัวอีกที เธอก็มาอยู่ที่หน้าประตูค่ายอีกครั้งแล้ว

          “ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย ”

          มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าเธอจะเดินมาถึงที่นี่ในเวลาที่เช้าตรู่ขนาดนี้ด้วย เธอถอนหายใจออกมาก่อนที่ขายาวกำลังจะเดินกลับไป แต่หากว่าปลายสายตาของเธอกลับเห็นร่างโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่ง ความสะดุดตานั้นทำให้ใบหน้าน่ารักของเออต้าต้องหันไปมองราวกับถูกดึงดูดด้วยความงามอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ถึงเธอจะไม่เคยชอบใครว่าสวยงามไปกว่าตัวเองก็ตามที แต่คราวนี้คงจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้แล้ว เพราะว่าความสงยที่เห็นนั้นไร้คำบรรยายและไร้ขอตำหนิอย่างที่สุด

 
          “ เอ่อ... ขอโทษนะคะ ”

          เสียงหวานของเออต้าเอ่ยขึ้นมาก่อนที่ความคิดในสมองของเธอจะพยายามเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ให้ได้ การที่จะมีหญิงสาวสวยขนาดนี้มาปรากฏตัว คงจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแน่นอน และ...คนที่น่าจะเป็นไปได้ ไม่สิ ต้องเรียกว่า เทพีที่จะเป็นไปได้ที่สุดก็คงไม่พ้น เทพีอะโฟรไดท์ เทพีแห่งความงาม แล้วยิ่งวันนี้เป็นวันแห่งความรักด้วยแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะได้มีโอกาสได้พบกับท่านเทพี

 

          “ ขอคารวะท่านเทพีอะโฟรไดท์ ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ไม่ได้เอ่ยทักทายท่านตั้งแต่ทีแรก โปรดให้อภัยด้วย ”

          เออต้าแสดงความเคารพด้วยการคารวะอย่างที่ควรจะเป็น เธอเอ่ยไปด้วยน้ำเสียงหวานและเต็มไปด้วยความสดใสราวกับเป็นพระอาทิตย์อีกดวงที่กำลังฉายแสงส่องแข่งกับดวงอาทิตย์กลมโตที่กำลังขึ้น แต่หากในฉับพลันนั้นปลับเป้นไปด้วยความประหม่า เธอเพิ่งจะเคยเจอเทพีต่อหน้าเป็นครั้งแรก สิ่งที่เธอทำอยู่ในตอนนี้จะถูกต้องหรือไปทำให้ท่านเทพีไม่พอใจหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

          “ ลูกครึ่งเทพน้อยเอ๋ย เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป ”

          เหมือนเทพีจะรับรู้ถึงความประหม่าในตัวของเออต้า จึงได้เอ่ยออกมาเช่นนั้น ก่อนที่อากัปกิริยาของเทพีจะเคลื่อนไหวด้วยท่าทางสง่างาม มือเรียวสวยยกกล่องของขวัญกล่องหนึ่งขึ้นมาแล้วจึงส่งให้กับเออต้าที่ยังคงคารวะอยู่

          “ เงยหน้าขึ้นได้แล้ว วันนี้เป็นวันที่ดี เรามีของขวัญมอบให้แก่เจ้า ”

          น้ำเสียงละมุนที่แสนอ่อนโยนที่เอ่ยอกมานั้นทำให้ความประหม่าของเออต้าลดลงไปได้มาก ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมาด้วยท่าทางที่ยังคงความเคารพอยู่อย่างที่สุด ก่อนที่มือเรียวของเออต้าจะเลื่อนไปรับของขวัญที่เทพีมอบให้ ดวงตากลมโตของเธอฉายประกายออกมาอย่างชัดเจน เธอกำลังมองด้วยความสงสัยใครรู้และอยากจะเปิดมันออกดูเสียตรงนี้ แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ มันดูเป็นการเสียมารยาทอย่างมากในสายตาของเธอ

          “ ขอบพระคุณมากค่ะท่านเทพี เป็นพระคุณกับฉันแล้ว ”

          เออต้าเอ่ยขอบคุณไปด้วยความเคารพ ก่อนที่สมองของเธอจะคิดอะไรได้บางอย่าง มือเรียวข้างหนึ่งถูกผละออกมาจากกล่องแล้วหยิบเอากุหลาบสีทองที่เธอมีติดตัวเอาไว้ขึ้นมา

          กุหลาบสีทองที่หาได้ยากนี้ เป็นกุหลาบที่เธอตั้งใจเก็บเอาไว้ แต่หากว่าโอกาสในตอนนี้เป็นโอกาสที่เหมาะอย่างมากในการที่จะมอบของที่ดีที่สุดให้ ยิ่งเป็นเทศกาลวาเลนไทน์ที่ให้ความสำคัญกับกุหลาบแล้วด้วยนั้น คงจะเป้นอะไรที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

          “ กุหลาบสีทอง... ฉันมอบให้กับท่านเทพีค่ะ ได้โปรดรับเอาไว้เถอะนะคะ ”

          มือเรียวสวยมอบให้ไปด้วยท่าทางที่นอบน้อม ก่อนที่ท่านเทพีจะรับไปด้วยรอยยิ้มที่ประดิษฐ์ขึ้นมาให้รับกับท่านอย่างสวยงามไร้ที่ติ

          “ ขอบใจมากที่มอบมันให้เรา เด็กน้อยเอ๋ย ”

          ท่านเทพีรับกุหลาบของเธอไปด้วยท่าทางที่ไม่ได้แสดงออกในแง่ลบ เพียงเท่านี้เออต้าก็ดีใจจนแทบแย่แล้ว เธอฉายรอยยิ้มกว้างออกมาให้กับท่านเทพี ก่อนที่ร่างของหญิงสาวแสนสวยจะเดินลดออกไปจากจุดที่เธอยืนอยู่

          ลมหายใจถูกถ่อนออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อครู่นี้เธอเกร็งและเกือบเผลอกลั้นหายใจไปตั้งหลายครั้ง แต่ดีที่ไม่ได้มีผลอะไรกับเจ้าตัว

 

          “ ตื่นเต้นไปหมดเลย... อ๊ะ จริงสิ ต้องรีบไปแล้ว ”

          เพราะว่าในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาอยู่ที่นี่แล้ว เธอจะต้องรีบไปจัดการเรื่องราวอื่น ๆ ตามที่ได้วางแผนเอาไว้อยู่

 
 


Ps. รับกล่องแห่งความรักจากเทพีอะโฟร์ไดท์ ได้ ขนมโมจิ(พิเศษ)

มอบกุหลาบสีทองให้เทพีอะโฟร์ไดท์

เรตติ้ง

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-12-1] อะโฟร์ไดท์ เพิ่มขึ้น 100 โพสต์เมื่อ 2025-2-15 11:00
โพสต์ 15299 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์เมื่อ 2025-2-15 03:08
โพสต์ 15,299 ไบต์และได้รับ +4 ความกล้า จาก กระบอกลูกธนู  โพสต์เมื่อ 2025-2-15 03:08
โพสต์ 15,299 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก ธนู  โพสต์เมื่อ 2025-2-15 03:08
โพสต์ 15,299 ไบต์และได้รับ +4 ความศรัทธา จาก น้ำหอมสตรี  โพสต์เมื่อ 2025-2-15 03:08
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบอกลูกธนู
ธนู
น้ำหอมสตรี
หูฟังบลูทูธ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x8
x16
x1
x4
x1
x2
x2
x2
x4
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับได้ เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

กฎเครดิตของบอร์ดนี้

ติดตามบัญชีทางการ
Archiver|โหมดมือถือ|ประวัติการแบน|Percy Jackson and the Olympians Thailand

หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์ รายงานปัญหา ร้องเรียน หรือมีข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมลไปที่: percyjacksonthailand@gmail.com

Powered by Discuz! X5.0 © 2001-2026 Discuz! Team.

ในบอร์ดนี้โพสต์
ติดตามบัญชีทางการ
กลับขึ้นบน