เนื้อหาโรลเพลย์:
หลังจากที่ทีน่า แซนโดวาล พา ภริดา อารยภักดีเทวราช หรือริดา ทัวร์ชมหน้ากระท่อมของบ้านหมายเลข 20 เฮคาทีจนเสร็จสิ้น หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนก็หันมากล่าวกับริดาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูทั้งอบอุ่นและมั่นคง
“เอาล่ะ ริดา… ตอนนี้เราจะไปบ้านต่อไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในค่ายแห่งนี้” เสียงของพี่ทีน่าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ขณะที่สายตาของเธอทอดมองไปยังเส้นทางที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า “บ้านหมายเลข 22… นั่นคือบ้านแห่งเทพมอร์เฟียส เทพแห่งความฝันและห้วงนิทรา”
เมื่อทั้งสองก้าวเดินไปตามทางที่ปกคลุมด้วยหมอกยามบ่าย ทิวไม้สูงเรียงรายสองข้างทางคล้ายกำลังยื่นกิ่งก้านเข้าหากันจนเกิดเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ ความเงียบสงบแผ่กระจายรอบตัว แต่ในความสงบนั้นกลับซ่อนเร้นพลังลี้ลับที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ราวกับโลกทั้งใบกำลังค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ห้วงฝันที่ไม่อาจตื่น
ในที่สุด ภาพของบ้านหมายเลข 22 ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า บ้านหลังนี้แตกต่างจากทุกหลังที่ริดาเคยเห็นมาอย่างสิ้นเชิง ตัวบ้านสร้างด้วยหินสีดำสนิทตัดกับเส้นสายเรืองแสงสีม่วงอมครามที่สลักลวดลายไว้คล้ายหมู่ดาวในยามค่ำคืน หลังคาทอดยาวแหลมขึ้นไปดุจยอดปราสาท ภายในล้อมรอบด้วยสวนที่มีหมอกสีเงินลอยวนเวียน พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ที่ราวกับไม่ได้มีอยู่จริง
. ทีน่าหยุดยืนตรงบริเวณหน้าบ้านแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม “ตรงนี้เรียกว่า นิรมิตแห่งฝัน เป็นโซนแรกที่ลูกหลานแห่งท่านมอร์เฟียสต้องพบเจอเสมอก่อนจะก้าวลึกเข้าไปยังด้านในของบ้าน” เธอหันมาสบตากับริดา พร้อมยิ้มบางๆ ที่แฝงด้วยความลี้ลับ “ว่ากันว่าเพียงแค่เหยียบย่างเข้าสู่โซนนี้ ความเป็นจริงกับความฝันจะเริ่มเลือนรางจนแยกไม่ออก ถ้าหากจิตใจไม่มั่นคง อาจหลงอยู่ในห้วงมายาไปตลอดกาล”
. ริดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ความรู้สึกราวกับได้ยินเสียงกระซิบจากสายลมเบาๆ คล้ายเสียงเพลงกล่อมเด็กที่เลือนหายไปในพริบตา หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ทีน่าเดินนำไปอีกเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะหยุดตรงขอบเขตของนิรมิตแห่งฝัน “เราจะไม่เดินเข้าไปด้านในนะริดา เพราะที่นี่เป็นสถานที่ส่วนตัวของลูกหลานมอร์เฟียส แต่พี่จะเล่าให้ฟังแทน” เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความเงียบสงัด “เมื่อเดินเข้าไปจากตรงนี้ ภายในบ้านจะเผยให้เห็น โถงรัตติกาลแห่งมายาห้วงฝัน… ห้องโถงขนาดกว้างใหญ่ที่ทั้งงดงามและตระการตาเกินกว่าจะบรรยาย”
ทีน่าหลับตาลงชั่วครู่ราวกับจินตนาการภาพนั้น ก่อนจะบรรยายต่อ “โถงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากหินคริสตัลสีม่วงและน้ำเงินเข้ม ผสานแสงเรืองรองคล้ายดวงดาวนับพันที่ลอยอยู่เหนือเพดานสูง เสากลางสลักเป็นลวดลายคลื่นหมอกที่หมุนวนไม่หยุด เมื่อเหล่าบุตรและธิดาแห่งท่านมอร์เฟียสเดินเข้ามา พวกเขาจะรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงฝันที่ไม่มีวันสิ้นสุด”
ริดาฟังด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดในแววตาของเธอ
ทีน่ากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงศักดิ์สิทธิ์ “บริเวณใจกลางของโถงนั้น จะมี รูปปั้นท่านเทพบิดามอร์เฟียส ตั้งตระหง่านไว้ รูปปั้นทำจากหินจันทราสีขาวนวล ล้อมรอบด้วยหมอกสีเงินที่โอบคลุมไว้ตลอดเวลา เพื่อให้เหล่าลูกหลานได้คำนับและคารวะต่อหน้าท่าน”
“ว่ากันว่า หากผู้ที่ยืนต่อหน้ารูปปั้นนั้นสามารถปล่อยจิตวิญญาณให้เชื่อมต่อกับห้วงฝันของตนเองได้ พวกเขาจะได้รับนิมิตแห่งอนาคต… หรือบางครั้งอาจได้รับคำเตือนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของความฝัน”
เมื่อทีน่าพูดจบ เธอหันมามองริดาอีกครั้ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น “บ้านมอร์เฟียสเป็นหนึ่งในสถานที่ลี้ลับที่สุดของค่ายเรา และลูกหลานแห่งท่านเทพจะมีพลังเกี่ยวข้องกับความฝันและภาพลวงตา พี่หวังว่าสักวันริดาจะมีโอกาสได้เห็นความงดงามภายในนั้นด้วยตาตัวเอง”
ริดายกมือขึ้นแตะอกตัวเองเบาๆ “มันฟังดู… ทั้งน่าหลงใหลและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกันเลยค่ะพี่ทีน่า” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งด้วยความตื่นเต้นและความประทับใจ
ทีน่ายิ้มอ่อนโยนก่อนจะพยักหน้า “นั่นแหละคือเสน่ห์ของความฝัน ริดา… มันคือโลกที่ทั้งสวยงามและอันตราย พี่ดีใจที่ได้พามาให้เธอเห็น แม้จะเป็นเพียงด้านนอกก็ตาม”
หลังจากนั้น ทีน่าก็ผายมือเชิญชวนให้ริดาเดินตามเธอไปยังจุดหมายต่อไป ท่ามกลางหมอกเงินที่ค่อยๆ ลอยคลายตัวออกเบื้องหลัง บ้านหมายเลข 22 ยังคงยืนอยู่เงียบสงัด ทอดเงาแห่งความฝันทับซ้อนกับโลกแห่งความจริง ราวกับกำลังรอวันที่ความลับภายในจะถูกเปิดเผย…
รับรางวัล +15 EXP
.